ผลต่างระหว่างรุ่นของ "การปริทัศน์เป็นระบบ"

ปรับให้ดีขึ้น
(แปลเสร็จ)
 
(ปรับให้ดีขึ้น)
systematic review, งานปริทัศน์เป็นระบบ, การปริทัศน์อย่างเป็นระบบ, งานปริทัศน์อย่างเป็นระบบ, การปริทัศน์แบบเป็นระบบ, งานปริทัศน์แบบเป็นระบบ, การปริทัศน์ทั้งระบบ, งานปริทัศน์ทั้งระบบ, การปริทัศน์แบบทั้งระบบ, งานปริทัศน์แบบทั้งระบบ
-->
'''การปริทัศน์เป็นระบบ'''<ref name=RoyalDict>"ศัพท์บัญญัติอังกฤษ-ไทย, ไทย-อังกฤษ ฉบับราชบัณฑิตสถาน (คอมพิวเตอร์) รุ่น ๑.๑", ให้ความหมายของ review ว่า "การปริทัศน์" และของ systematic ว่า "-เป็นระบบ" {{bracket| (ผู้แปล) ตามความหมายน่าจะใช้คำว่า '''การปริทัศน์ทั้งระบบ'' หรือ '''การปริทัศน์แบบทั้งระบบ''' เพราะรวบรวมเอาข้อมูลของทั้งระบบ}}</ref> ({{lang-en|systematic review}}) เป็นการปริทัศน์สิ่งตีพิมพ์หลาย ๆ งานที่พุ่งความสนใจไปยังประเด็นปัญหาหนึ่งทางการวิจัย มีจุดประสงค์เพื่อจะหา ประเมิน เลือกสรรค์เลือกสรร และรวบรวมหลักฐานงานวิจัยมีคุณภาพทั้งหมด ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นปัญหานั้น ๆ
การปริทัศน์ผลงาน[[การวิจัยเชิงทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม]] (randomized controlled trial) เป็นกระบวนการที่ขาดไม่ได้ทาง[[evidence-based medicine|เวชศาสตร์แพทยศาสตร์อาศัยหลักฐาน]] (evidence-based medicine)<ref name='CEBM_about'>{{cite web|url=http://www.cebm.net/index.aspx?o=1914 |title=What is EBM? |accessdate=2011-06-17 |date=2009-11-20 |publisher=[http://www.cebm.net/ Centre for Evidence Based Medicine] }}</ref>
ความเข้าใจในเรื่องการปริทัศน์อย่างเป็นระบบและวิธีการดำเนินงานปริทัศน์จริง ๆ เริ่มกลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้มีอาชีพเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล
นอกจากเรื่องวิธีการจะเป็นงานเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลเป็นระดับรายบุคคลแล้ว การปริทัศน์อย่างเป็นระบบอาจจะรวบรวมข้อมูลของ[[การทดลองทางคลินิก]] การรักษาพยาบาลในระดับกลุ่มชน การรักษาพยาบาลทางสังคม ผลที่ไม่พึงประสงค์จากการรักษาพยาบาล และการประเมินผลทาง[[เศรษฐกิจ]]<ref name=CRD2008>{{cite book |year=2008 |title=Systematic reviews: CRD's guidance for undertaking reviews in health care |publisher=University of York, Centre for Reviews and Dissemination |location=York |pages= |isbn=978-1-900640-47-3 |url=http://www.york.ac.uk/inst/crd/pdf/Systematic_Reviews.pdf |format=[[PDF]] |accessdate=2011-06-17</ref>}}{{page needed|date=June 2012}}<ref>{{cite book |author=Petticrew, M; Roberts, H |year=2006 |title=Systematic reviews in the social sciences |publisher=Wiley Blackwell }}</ref>
การปริทัศน์อย่างเป็นระบบไม่ได้จำกัดแต่ใน[[เวชศาสตร์]]เท่านั้น แต่ยังมีใช้กันอย่างทั่ว ๆ ไปในงาน[[วิทยาศาสตร์]]สาขาอื่น ๆ ที่มีการเก็บข้อมูลที่มีการตีพิมพ์เผยแพร่
และที่การประเมินคุณภาพระเบียบวิธี (methodology) ที่ใช้ในการศึกษาปัญหาที่กำหนดได้อย่างเฉพาะเจาะจง จะเป็นประโยชน์<ref name="Herman2008">{{Cite book|title=Methodological quality (chapter 3) in Advising on Research Methods: A consultant's companion |publisher=Johannes van Kessel Publishing |year=2008 |isbn=978-90-79418-02-2 |author=Ader, Herman J.; Mellenbergh, Gideon J. |others=contributions by Hand, David J.}}{{page needed|date=June 2012}}</ref>
วิชาการสาขาอื่น ๆ ที่ใช้การปริทัศน์อย่างเป็นระบบรวมทั้ง[[จิตวิทยา]] [[พยาบาลศาสตร์]] [[ทันตแพทยศาสตร์]] [[สาธารณสุข]]
== ลักษณะ ==
การปริทัศน์อย่างเป็นระบบมีจุดมุ่งหมายเพื่อแสดงความย่อของสิ่งตีพิมพ์ทั้งหมดที่มีอยู่ เกี่ยวกับประเด็นปัญหาหนึ่ง ๆ
การดำเนินการขั้นแรกของการปริทัศน์ก็คือ การค้นหาผลงานเกี่ยวกับประเด็นปัญหาที่มีการตีพิมพ์เผยแพร่แล้วทั้งหมดอย่างถี่ถ้วน
หมวดว่าด้วยระเบียบวิธี (Methodology) ในงาน จะมีรายการของ[[ฐานข้อมูล]] และดัชนีการอ้างอิง (citation index) ที่ผู้ทำงานได้ค้นหา
เช่น Web of Science, Embase, [[PubMed]] และวารสารอื่น ๆ ที่ได้ค้นหาแล้วด้วยมือ
ต่อจากนั้น จะมีการคัดเลือดคัดเลือกโดยทั้งรายชื่อและบทคัดย่อของบทความที่หาได้ เทียบกับกฏเกณฑ์ที่ได้วางไว้แล้วล่วงหน้า โดยตรวจสอบทั้งความเหมาะสมและความตรงประเด็น
กฏเกณฑ์ต่าง ๆ ที่วางไว้นั้น จะขึ้นอยู่กับประเด็นปัญหาที่สนใจ
บทความวิจัยที่ได้รับเลือกอาจจะได้รับการประเมินคุณภาพของระเบียบวิธี[[ปรวิสัย|อย่างเป็นกลาง ๆ]] และโดยนิยมจะใช้ระเบียบวิธีที่
EPPI-Centre เป็นองค์กรที่มีความสำคัญในการพัฒนาระเบียบวิธี ที่จะรวมข้อมูลจากงานวิจัยทั้งที่เป็นเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพเข้าด้วยกัน เพื่อใช้ในงานปริทัศน์เป็นระบบ<ref>{{cite journal |doi=10.1136/bmj.328.7446.1010 |title=Integrating qualitative research with trials in systematic reviews |year=2004 |last1=Thomas |first1=J. |journal=BMJ |volume=328 |issue=7446 |pages=1010-2 |pmid=15105329 |last2=Harden |first2=A |last3=Oakley |first3=A |last4=Oliver |first4=S |last5=Sutcliffe |first5=K |last6=Rees |first6=R |last7=Brunton |first7=G |last8=Kavanagh |first8=J |pmc=404509}}</ref>
ความก้าวหน้าในการปริทัศน์เป็นระบบเร็ว ๆ นี้รวมทั้ง
* realist reviews,<ref>{{cite doi|10.1258/1355819054308530}}<!-- Pawson, R.; Greenhalgh, T.; Harvey, G.; Walshe, K. (2005). "Realist review - a new method of systematic review designed for complex policy interventions". Journal of Health Services Research & Policy 10: 21. doi:10.1258/1355819054308530 --></ref>
* meta-narrative approach.<ref>{{Cite book |first1=Fraser |last1=MacFarlane |first2=Olivia |last2=Kyriakidou |last3=Bate |first3=Paul |first4=Richard |last4=Peacock |last5=Greenhalgh |first5=Trisha |title=Diffusion of Innovations in Health Service Organisations: A Systematic Literature |series=Studies in Urban and Social Change |publisher=Blackwell Publishing Professional |year=2005 |isbn=0-7279-1869-9}}{{page needed|date=June 2012}}</ref><ref>{{cite journal |doi=10.1111/j.1468-0009.2009.00578.x |title=Tensions and Paradoxes in Electronic Patient Record Research: A Systematic Literature Review Using the Meta-narrative Method |year=2009 |last1=Greenhalgh |first1=Trisha |last2=Potts |first2=Henry W.W. |last3=Wong |first3=Geoff |last4=Bark |first4=Pippa |last5=Swinglehurst |first5=Deborah |journal=Milbank Quarterly |volume=87 |issue=4 |pages=729-88 |pmid=20021585 |jstor=25593645 |pmc=2888022}}</ref>
ซึ่งเป็นวิธีการที่ใช้แก้ปัญหาเกี่ยวกับความหลากหลายของระเบียบวิธีและวิธีการสืบหาความรู้ (epistemology) ในสิ่งตีพิมพ์ที่มีอยู่เกี่ยวกับประเด็นการศึกษา
 
มีจุดมุ่งหมายเพื่อ "แนะนำแนวทางผู้ทำงานเพื่อเตรียมงานปริทัศน์เกี่ยวกับการพยาบาลรักษามีมาตรฐานของ Cochrane Intervention reviews"<ref name=CochraneHandbook>{{cite web |editor=Higgins, JPT; Green, S |title=Cochrane handbook for systematic reviews of interventions, version 5.1.0 (updated March 2011) |url=http://www.cochrane-handbook.org |publisher=Cochrane Collaboration |accessdate=2011-06-17 }}</ref>
และมีหลักทั่วไป 8 อย่างเพื่อที่จะเตรียมทำงานปริทัศน์อย่างเป็นระบบ<ref name=CochraneHandbook/> คือ
# กำหนดปัญหาของงานปริทัศน์ และกฏเกณฑ์ในการเลือกสรรค์เลือกสรรงานวิจัยที่จะใช้
# สืบหางานวิจัย
# เลือกงานวิจัยและเก็บข้อมูล
# วิเคราะห์ข้อมูล และทำ [[meta-analysis]]
# แก้ปัญหาสืบเนื่องจากความเอนเอียงประเภท reporting bias
# ทำรายงานผล โดยมีหมวดที่แสดงตารางข้อมูลย่อจากของสิ่งที่พบ
# แปลผลแล้วทำการสรุป
 
<!-- ยังไม่เข้าใจ เผื่ออนาคต
The Cochrane Handbook forms the basis of two sets of standards for the conduct and reporting of Cochrane Intervention Reviews (MECIR - Methodological Expectations of Cochrane Intervention Reviews) [http://www.editorial-unit.cochrane.org/mecir]
 
งานวิจัยอีกงานหนึ่งจากกลุ่มนักวิจัยเดียวกันพบว่า ในงานปริทัศน์เป็นระบบ 100 งานที่ตรวจดู 7% ควรจะปรับปรุงในเวลาพิมพ์ 4% ควรจะปรับปรุงภายในปีหนึ่ง และ 11% ควรจะปรับปรุงภายใน 2 ปี
และ[[เปอร์เซ็นต์]]เหล่านี้มีค่าสูงขึ้นในฟิลด์การแพทย์ที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิงยิ่งในเวชศาสตร์เกี่ยวกับ[[ระบบไหลเวียน]] (cardiovascular medicine)<ref name="pmid17638714">{{Cite journal |pmid=17638714 |year=2007 |last1=Shojania |first1=Kaveh G. |last2=Sampson |first2=Margaret |last3=Ansari |first3=Mohammed T. |last4=Ji |first4=Jun |last5=Doucette |first5=Steve |last6=Moher |first6=David |title=How Quickly Do Systematic Reviews Go Out of Date? A Survival Analysis |url=http://www.annals.org/article.aspx?volume=147&page=224 |volume=147 |issue=4 |pages=224-33 |journal=Annals of Internal Medicine |doi=10.7326/0003-4819-147-4-200708210-00179}}</ref>
 
ส่วนงานวิจัยในปี ค.ศ. 2003 เสนอว่า การขยายการสืบหางานวิจัยที่จะใช้ นอกไปจาก[[ฐานข้อมูล]]หลัก ๆ รวมทั้ง grey literature<ref>'''grey literature''' เป็นสิ่งตีพิมพ์ที่อาจจะสืบหาได้ยากโดยวิธีหลักเช่นผ่านวารสารหรือหนังสือเฉพาะเรื่อง เพราะว่าไม่ได้ตีพิมพ์ผ่านองค์กรเพื่อการค้า หรือไม่สามารถเข้าถึงได้โดยทั่วไป แต่อาจจะเป็นแหล่งข้อมูลที่สำคัญสำหรับผู้ทำงานวิจัย เพราะว่ามักจะเป็นงานต้นแบบและทันสมัย ตัวอย่างของสิ่งตีพิมพ์ประเภทนี้รวมทั้งเอกสารเกี่ยวกับ[[สิทธิบัตร]], technical report จากองค์กรของรัฐ หรือจากกลุ่มนักวิจัย (ที่ไม่มีการปริทัศน์โดยผู้ชำนาญในสาขาเดียวกันที่ทำงานเป็นอิสระ), working paper จากกลุ่มนักวิจัยหรือคณะกรรมการ และ white paper</ref> สามารถเพิ่มประสิทธิภาพของงานปริทัศน์<ref>{{Cite journal |doi=10.1017/S0266462303000163 |title=Beyond Medline: reducing bias through extended systematic review search |year=2003 |last1=Savoie |first1=Isabelle |last2=Helmer |first2=Diane |last3=Green |first3=Carolyn J. |last4=Kazanjian |first4=Arminée |journal=International Journal of Technology Assessment in Health Care |volume=19 |pmid=12701949 |issue=1 |pages=168-78}}</ref>
 
งานปริทัศน์เป็นระบบเริ่มจะเพิ่มความนิยมด้วยในฟิลด์อื่น ๆ เช่นการศึกษาเรื่องการพัฒนาระหว่างประเทศ (international development)<ref name=Hagen-Zanker2012>{{cite web |first1=Jessica |last1=Hagen-Zanker |first2=Maren |last2=Duvendack |first3=Richard |last3=Mallett |first4=Rachel |last4=Slater |first5=Samuel |last5=Carpenter |first6=Mathieu |last6=Tromme |date=January 2012 |title=Making systematic reviews work for international development research |url=http://www.odi.org.uk/resources/details.asp?id=6260&title=systematic-review-slrc-international-development-research-methods |publisher=Overseas Development Institute}}</ref>
ดังนั้น ประเทศที่ให้เงินพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงการพัฒนาระหว่างประเทศ (ประเทศอังกฤษ - UK Department for International Development) และ องค์กรการพัฒนาระหว่างประเทศ (ออสเตรเลีย - AusAid)
เริ่มให้ความสนใจและให้ทรัพยากรเพิ่มขึ้น ในการตรวจสอบความสมควรของการใช้งานปริทัศน์แบบเป็นระบบ เพื่อประเมินผลของการช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาและเพื่อสังคมสงเคราะห์<ref name=Hagen-Zanker2012/>
 
==เชิงอรรถและอ้างอิง==
11,582

การแก้ไข