ผลต่างระหว่างรุ่นของ "วลาดีมีร์ ตัตลิน"

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
(หน้าใหม่: '''วลาดิมีร์ ตัตลิน''' ({{lang-ru|Влади́мир Евгра́фович Та́тлин}}) ({{lang-en|Vladimir Tatlin}}) {{กล่...)
ป้ายระบุ: เพิ่มยูอาร์แอล wikipedia.org
 
}}
วลาดิมีร์ ตัตลิน
เป็นจิตรกรและสถาปนิกชาวรัสเซีย ซึ่งเป็นหนึ่งในศิลปินชั้นนำของรัสเซียรูปแบบ [[Avant-garde]] ปี1920 และต่อมาเขาก็เป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงมาก ผลงานที่สำคัญของเขาคือ The Fishmonger , counter-reliefs, [[Tatlin's Tower]]
==ประวัติชีวิตในวัยเยาว์==
วลาดิมีร์ ตัตลิน เกิดในปี 1885 ที่กรุงมอสโก ประเทศรัซเซีย รับการศึกษาที่ประเทศ[[ยูเครน]] บิดามีอาชีพเป็นวิศวกรและมารดามีอาชีพเป็นกวี เขาใช้ชีวิตเป็นพ่อค้าทางเรือโดยการเดินทางไปยังประเทศต่างๆเช่น ตุรกี อียิปต์ เอเชียไมเนอร์ กรีซ อิตาลี และบัลแกเรีย<ref>http://en.wikipedia.org/wiki/Vladimir_Tatlin | Lynton, Norbert (2009). Tatlin's Tower: Monument to Revolution. New Haven: Yale University Press. p. 1. ISBN 0300111304.</ref>
 
ค.ศ. 1913 ตัตลินได้เดินทางไป[[กรุงปารีส]] และได้เข้าเยี่ยมชมสตูดิโอของ[[ปีกัสโซ]] ([[Pablo Picasso]])<ref name="name"/> ซึ่งขณะนั้นงานที่จัดว่าเด่นสะดุดตามากที่สุดคือ กีต้าร์ (Guitar ค.ศ. 1912-1913) ซึ่งสร้างขึ้นจากแผ่นเหล็กและเส้นลวด ลักษณะแบบประติมากรรมนูนสูง แขวนอยู่บนผนังห้อง ประติมากรรมชิ้นนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างประติมากรรมโดยการประกอบชิ้นส่วนต่างๆขึ้นมา (Constructied Sculpture) และมีความสำคัญต่อแนวคิดต่อต้านธรรมชาติ (Anti Naturalism)
ตัตลินได้รับอิทธิพลแนวความคิดแบบ [[cubism]] มาผสมผสานประยุกต์ ในการเลือกใช้วัสดุสร้างงาน และได้สร้าง The bottle ออกมาในปี 1913 ภาพวาดของเขาได้รับแรงบันดาลใจจาก [[โมเนต์]]
และ [[โกแกง]]ด้วย คือภาพ The Nude (1913) แล้วพัฒนาผลงานไปในลักษณะ[[สถาปัตยกรรม]]มากกว่า[[จิตรกรรม]]หรือ[[ประติมากรรม]] โดยให้ความสำคัญกับการเลือกชนิดวัสดุและเป็นวัสดุจากอุตสาหกรรมตามอุดมการณ์ของ [[Constructivism]] <ref> http://max.mmlc.northwestern.edu/mdenner/Drama/visualarts/Constructivism/24thirdinternational.html |Constructivism. Retrieved 2014-11-29. </ref>
 
ในปี ค.ศ. 1915 เขาได้นำเอาแผ่นโลหะมาสร้างประติมากรรมแขวนนามธรรมชื่อ Counter Relifes ซึ่งได้รับอิทธิพลจากคิวบิสก์ยุคสังเคราะห์ ตัตลินแสวงหาความจริงในแง่ของวัตถุ เขาได้กลายเป็นผู้นำศิลปินกลุ่มคอนสตรัคติวิสม์ในรัสเซีย และเป็นคณะกรรมการปฏิรูปสถาบันศิลปะของสหภาพโซเวียต ตัตลินเริ่มรู้สึกว่างานประเภทนี้ยังไม่เพียงพอสำหรับสังคมใหม่ เขาและเพื่อนศิลปินเห็นว่าจำต้องนำเอาการคิดค้นและประสบการณ์ของศิลปินมาใช้สร้างวรรค์ชี้นำสังคม ศิลปินสามารถสอนให้ผู้สนใจได้รู้จักธรรมชาติของวัตถุและวิธีการนำมันมาใช้ พวกเขาเองสามารถเข้าไปยังโรงงานและพัฒนาแนวทางการออกแบบใหม่ เช่น เตาผิงที่มีประสิทธิภาพราคาถูก เสื้อผ้าสำหรับใส่ในฤดูหนาว เข้ากับบรรยากาศก่อน[[การปฏิวัติรัสเซีย]]
ตัตลินได้วางแผนสร้าง อนุสาวรีย์นานาชาติที่สาม (The movement to the Third International ) หรือ [[Tatlin’s tower]] ในปีค.ศ. 1919-1920<ref>http://en.wikipedia.org/wiki/Tatlin%27s_Tower |Honour, H. and Fleming, J. (2009) A World History of Art. 7th edn. London: Laurence King Publishing, p. 819. ISBN 9781856695848</ref> หอสูงขนาดสองเท่าของ[[ตึกเอ็มไพร์สเตท]]แห่งนครนิวยอร์ก ด้วยเหล็ก แก้ว โลหะและกระจกเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของจักรวาล อนุสาวรีย์นี้เปรียบเสมือนโครงสร้างกระดูกเหล็ก สร้างคล้ายศูนย์ควบคุมยานอวกาศ การวางตำแหน่งของห้องเล็กๆในโครงส้รางนี้จะถูกสลับที่กันปีละครั้ง เพื่อจำลองการโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ ห้องเลขาธิการจะถูกสลับตำแหน่งทุก 28 วัน การออกแบบจึงซับซ้อนเพื่อรองรับวัตถุประสงค์นี้ ซึ่งความฝันแบบยูเปียของตัตลินไม่สอดคล้องกับนโยบายของ[[เลนิน]] ผู้นำรัสเซีย ที่มุ่งไปที่การขยายตัวทางการค้าและผลผลิต ดังนั้นในไม่ช้าศิลปะรัสเซียจึงสูญเสียอิสระที่จะค้นหาความหมายใหม่ แม้เป็นเพียงแบบจำลอง แต่อนุสาวรีย์นานาชาติที่สามถือเป็นงานก่อสร้างที่ทำงานได้สมบูรณ์และเป็นสัญลักษณ์ของสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ในอุดมคติยุคใหม่
 
หลังจากโครงการอนุสาวรีย์นานาชาติที่สาม ตัตลินให้ความสนใจกับการเรียนการสอนปี ค.ศ. 1920 เขาดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ที่ Svomas ในมอสโกและเป็นรักษาการหัวหน้าสตูดิโอของปริมาณ, วัสดุ, และการก่อสร้างที่ Svomas ใน[[เปโตรกราด]] ปีค.ศ. 1923-1925 ได้เข้าทำงานในกรมวัฒนธรรมทางวัตถุ ใน[[เปโตกราด]] ใน ปี 1923 ได้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมศิลปะใน[[เปโตรกราด]] เป็นห้องปฏิบัติการสำหรับการศึกษาทดลองของศิลปะ ซึ่งอยู่ที่พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมศิลปะที่ เขาออกแบบฉากและดำเนินการการแสดง Velimir Khlebnikov บทกวีของ Zangezi ในปี 1923 อันเป็นความสำเร็จของ [[Constructivism]] และเปิดโลก [[Avant-garde]] ให้กว้างขึ้น
 
ผลงานที่กล่าวได้ว่าเป็นผลงานชิ้นสุดท้ายของตัตลินคือ "Le tatlin" <ref> http://www.wsws.org/en/articles/2012/06/tat1-j19.html | Tatlin’s “new art for a new world”</ref>[[ เครื่องร่อน]]ที่ขับเคลื่อนโดยใช้กำลังคน จากศึกษาการบินและโครงสร้างปีกของ[[นก]] โดยเชื่อว่ามนุษย์จะสามารถบินเลียนแบบนกได้ สร้างจากกระดูก[[ ปลาวาฬ]]และ[[ผ้าไหม]] โดยได้รับความร่วมมือจากศัลยแพทย์และนักบิน
ตัตลินเสียชีวิตอย่างฉับพลันจากอาการอาหารเป็นพิษ ใน วันที่ 31 พฤษภาคม ปีค.ศ. 1953 โดยร่างของเขาถูกฝังอยู่ที่ Novodevichy Cemetery กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย
==แนวความคิดของตัตลิน==
 
ตัตลิน เชื่อว่า วัสดุจะใช้งานเต็มประสิทธิภาพได้ขึ้นอยู่กับการเลือกใช้งานของศิลปิน ในส่วนนี้มีหลักจริยธรรมที่ว่า “Truth to materials” คือแนวความคิดที่เป็นการเชื่อมผ่านประวัติศาสตร์ของสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ แต่วิธีของตัตลินนั้นยังคงความชัดเจนที่จะแสดงผลงานออกมาให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นการเปลี่ยนจากการนำวัสดุมาใช้สำหรับแปลภาษาหรือบอกลักษณะ มาเน้นที่การใช้งานและทำให้กลายเป็นเครื่องจักรแทน
การเป็นนักออกแบบวาดภาพของตัตลินทำให้เขาเห็นถึงความแตกต่างในตัววัสดุแต่ละชนิด ซึ่งเมื่อเขาได้เดินทางไปยังปารีสในปี 1913 แเละได้เห็นผลงานรูปแบบ [[Cubism]] ของ [[ปีกัสโซ]]ทำให้เขาตระหนักถึงการทำงานตลอดชีวิตของเขาและผลงานส่วนมากของเขานั้นเป็นการแสดงออกมาในลักษณะเส้นโค้งดังจะเห็นได้จาก “Counter-reliefs” (1914) และทำให้เกิดผลงานที่สำคัญอย่าง [[Tatlin's Tower]]
 
อย่างไรก็ตามแนวคิดของตัตลินถือเป็นแนวคิดทฤษฎีสร้างความรู้ใหม่โดยศิลปินเอง (Constructivists) ส่งอิทธิพลต่อศิลปินในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษ 20 โดยการใช้ศิลปะในการปฏิวัติสังคม และศิลปินกลุ่มสำคัญอย่างศิลปินแนวเรียกร้องสิทธิสตรีผ่านรูปแบบศิลปะ ซึ่งแนวความคิดแบบ [[Constructivism]] เป็นแรงบันดาลใจโดยตรงแสดงให้เห็นถึงความ “สูง” และ “ต่ำ” ของศิลปะและวัฒนธรรม<ref name="name">http://www.theartstory.org/artist-tatlin-vladimir.htm</ref>
ผู้ใช้นิรนาม