ผลต่างระหว่างรุ่นของ "โฮจิมินห์"

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
ด้วยวัยเพียงไม่กี่ขวบ โฮจิมินห์ได้ย้ายตามบิดาไป[[เว้]] ซึ่งไปสอบ[[จอหงวน]] แต่ต่อมาโฮจิมินห์ได้อาศัยอยู่กับมารดาตามลำพังเพียง 2 คน เพราะบิดาเมื่อสอบจอหงวนได้ ได้ย้ายไปรับราชการที่ต่างเมือง ขณะที่มารดากำลังตั้งครรภ์ ต่อมาก็ได้คลอดลูกคนเล็กออกมา โฮจิมินห์ในวัย 11 ขวบต้องเลี้ยงน้องเอง เนื่องจากมารดาได้เสียชีวิตไปในขณะคลอด และไม่นานน้องคนเล็กก็เสียชีวิต<ref name="โฮ"/>
 
เมื่อโตขึ้น โฮจิมินห์ได้สัมผัสกับการเมืองเป็นครั้งแรกจากการที่เป็นล่ามภาษาฝรั่งเศสให้กับชาวนาที่ถูกเจ้าอาณานิคมฝรั่งเศสกดขี่ ในช่วงนี้ โฮจิมินห์ได้กล่าวว่า ตนได้เห็นการกดขี่และความอยุติธรรม รวมถึงการได้เห็นชาวนาถูกยิงตายต่อหน้าต่อตา ต่อมาโฮจิมินห์รู้ตัวว่า ตนเองต้องได้รับการศึกษาที่มากขึ้นและออกไปท่องโลกกว้างเพื่อเปิดโลกทัศน์ของตน ในปี พ.ศ. 2454 จึงได้ย้ายจากเวียดนามไปเป็นพ่อครัวใน[[ประเทศฝรั่งเศส]] ด้วยการสมัครเป็นลูกเรือบนเรือเดินสมุทร ที่ฝรั่งเศส ซึ่งเป็นประเทศเจ้าอาณานิคมของเวียดนามในขณะนั้น และได้ศึกษาเรียนต่อที่นั่น โฮจิมินห์ ในขณะนั้นใช้ชื่อว่า '''เหงียน อ้ายอ๊าย กว๊อกโกว๊ก''' ซึ่งแปลว่า ''"เหงียนผู้รักชาติ"'' โฮจิมินห์ได้ติดต่อกับชาวเวียดนามในฝรั่งเศส เพื่อรวมตัวกันเรียกร้องอิสรภาพจากชาติมหาอำนาจตะวันตกหลายชาติ เช่น สหรัฐอเมริกา, อังกฤษ ในฐานะโฆษกของกลุ่ม แต่ทว่าก็ได้รับการรังเกียจและถูกกีดกันออกมา เมื่อโฮจิมินห์พยายามจะยื่นหนังสือต่อ [[วูดโรว์ วิลสัน]] ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ขณะเดินทางมายังฝรั่งเศส เพื่อลงนามใน[[สนธิสัญญาแวร์ซาย]]หลังสิ้นสุด[[สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง]]<ref name="โฮ"/>
 
ต่อมาโฮจิมินห์ก็ได้ย้ายจากฝรั่งเศสไป[[สหรัฐอเมริกา]]และ[[อังกฤษ]]ตามลำดับ หลังจากนั้นก็ได้เข้าร่วมกับ[[พรรคคอมมิวนิสต์จีน]]ซึ่งเมื่อรัฐบาล[[ก๊กมินตั๋ง]]ของ[[เจียงไคเช็ค]]เริ่มการปราบปรามสังคมนิยม นั้น โฮจิมินห์ได้หลบหนีจากจีนมายัง[[จังหวัดนครพนม]] [[ประเทศไทย]] โดยได้บวชเป็นพระภิกษุทำการสอนลัทธิสังคมนิยมให้[[ชาวไทย]] โดยใช้ชื่อว่า "ลุงโฮ" โดยช่วงแรกที่หลบหนีในประเทศไทยนั้นเริ่มจากขึ้นเรือที่ท่าน้ำเอสบี (ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของโรงแรมแม่น้ำ) ไปยังจังหวัดพิจิตร จากนั้นได้เดินทางไปต่อยังจังหวัดอุดรธานี และจังหวัดหนองคาย โดยใช้ชื่อว่า "เฒ่าจิ๋น" ในช่วงระหว่างปี [[พ.ศ. 2466]] ไปจนถึง [[พ.ศ. 2474]] ท่านได้พำนักอยู่ ณ บ้านของนาย[[เตียว เหงี่ยนวัน]] เลขที่ 48 หมู่ที่ 5 [[บ้านนาจอก]] [[ตำบลหนองญาติ]] [[อำเภอเมืองนครพนม]] [[จังหวัดนครพนม]] รวมเวลาพำนักอยู่ในประเทศไทยทั้งสิ้น 7 ปี<ref>[http://www.bangkokpost.com/outlookwecare/071100_Outlook01.html Down-home dividends]</ref> ในระยะนี้โฮจิมินห์ต้องเดินทางไปหลบซ่อนในหลายประเทศ ใช้ชื่อปลอมหลายชื่อ ซึ่งครั้งหนึ่ง โฮจิมินห์ได้ถูกตำรวจฮ่องกงจับโดยไม่มีความผิด ได้ถูกขังคุกนานเป็นระยะเวลานาน 1 ปีเต็ม ในช่วงนี้โฮจิมินห์สภาพร่างกายย่ำแย่มาก เป็นโรคขาดสารอาหาร แต่ก็ได้รับการช่วยเหลือให้พ้นออกมา จากเพื่อนเก่าในสมาคมชาวเวียดนามในฝรั่งเศส รวมถึงเชื่อว่ามี [[โจว เอินไหล]] นายกรัฐมนตรีของจีน ซึ่งเป็นสหายที่ดีต่อโฮจิมินห์ร่วมด้วย<ref name="โฮ"/>
และในช่วงปลายของสงคราม โฮจิมินห์ได้ยังติดต่อกับ[[สำนักงานบริการด้านยุทธศาสตร์]] (OSS) ของสหรัฐอเมริกา เพื่อร่วมมือกันต่อต้านกองทัพญี่ปุ่นด้วย นับเป็นการร่วมมือกันของทั้ง 2 ฝ่าย เป็นครั้งแรกและครั้งเดียว แม้จะเป็นช่วงสั้น ๆ ก็ตาม<ref name="โฮ"/>
 
ในที่สุด โฮจิมินห์ประกาศจัดตั้งพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามหลังจาก[[สมเด็จพระจักรพรรดิบ๋าว ดั่ย แห่งเวียดนาม|จักรพรรดิบ๋าว ดั่ย]] [[จักรพรรดิเวียดนาม]]พระองค์สุดท้ายประกาศสละราชสมบัติเมื่อวันที่ [[2 กันยายน]] [[พ.ศ. 2488]] ซึ่งต่อมาในปี [[พ.ศ. 2497]] เวียดนามก็ได้ประกาศเอกราชอย่างเป็นทางการ หลังจากที่ฝรั่งเศสพ่ายแพ้ใน[[ยุทธการที่เดียนเบียนฟู]] โฮจิมินห์ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยเวียดนามเป็นคนแรก ด้วยการประกาศแถลงการณ์ที่[[จตุรัสบาดิงห์จัตุรัสบาดิ่ญ]] ซึ่งเริ่มต้นด้วยประโยคแบบเดียวกับ[[คำประกาศอิสรภาพสหรัฐอเมริกา|ประกาศอิสรภาพของสหรัฐอเมริกา]] โฮจิมินห์ปฏิเสธที่จะพำนักในจวนข้าหลวงใหญ่ฝรั่งเศส ซึ่งโอ่โถง แต่ขออาศัยอยู่ในบ้านพักหลังเล็ก ๆ เท่านั้น
 
ด้านชีวิตครอบครัว โฮจิมินห์สมรส 2 ครั้ง ครั้งแรกกับหญิงชาวจีนที่ประเทศจีน ขณะที่ปฏิบัติภารกิจอยู่ในประเทศจีนในวัยหนุ่ม แต่ต่อมาภรรยาได้เสียชีวิต และอีกครั้งกับ[[ตัง เตวี๊ยต มิญ]] หญิงชาวเวียดนาม และเป็นสมาชิกคนสำคัญคนหนึ่งของพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม แม้ทั้งคู่อายุจะห่างกันหลายปีก็ตาม <ref name="โฮ"/>
146,740

การแก้ไข