ผลต่างระหว่างรุ่นของ "ปฏิจจสมุปบาท"

ย้อนการแก้ไขที่อาจเป็นการทดลอง หรือก่อกวนด้วยบอต ไม่ควรย้อน? แจ้งที่นี่
(แทนที่ข้อความทั้งหมดด้วย 'กกกกกก อออออ ออออออ อออออ ออออ ออออออ อ อ อ อ...')
(ย้อนการแก้ไขที่อาจเป็นการทดลอง หรือก่อกวนด้วยบอต ไม่ควรย้อน? แจ้งที่นี่)
{{พุทธศาสนา}}
กกกกกก
'''ปฏิจจสมุปบาท''' (/ปะติดจะสะหฺมุบบาด/) ({{lang-pi|Paticcasamuppāda}}; {{lang-sa|Pratītyasamutpāda}}) เป็นชื่อ[[พระธรรม]]หัวข้อหนึ่งใน[[ศาสนาพุทธ]] เรียกอีกอย่างว่า '''อิทัปปัจจยตา''' หรือ '''ปัจจยาการ'''
อออออ
ออออออ
อออออ
ออออ
ออออออ
 
ออ
 
นิยามปฏิจจสมุปบาท
ออ
 
อธิบายถึง การเกิดขึ้นพร้อมแห่งธรรมทั้งหลายเพราะอาศัยกัน, การที่สิ่งทั้งหลายอาศัยกันจึงเกิดมีขึ้น เช่น ทุกข์เกิดขึ้นเพราะมีปัจจัย 12 เรื่องเกิดขึ้นสืบ ๆ เนื่องกันมาตามลำดับดังนี้ คือ
 
* เพราะ[[อวิชชา]]เป็นปัจจัย [[สังขาร]]จึงมี
ออ
* เพราะสังขารเป็นปัจจัย [[วิญญาณ]]จึงมี
* เพราะวิญญาณเป็นปัจจัย [[นามรูป]]จึงมี
* เพราะนามรูปเป็นปัจจัย [[สฬายตนะ]]จึงมี
* เพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย [[ผัสสะ]]จึงมี
* เพราะผัสสะเป็นปัจจัย [[เวทนา]]จึงมี
* เพราะเวทนาเป็นปัจจัย [[ตัณหา]]จึงมี
* เพราะตัณหาเป็นปัจจัย [[อุปาทาน|อุปทาน]]จึงมี
* เพราะอุปาทานเป็นปัจจัย [[ภพ]]จึงมี
* เพราะภพเป็นปัจจัย [[ชาติ]]จึงมี
* เพราะชาติเป็นปัจจัย [[ชรา]][[มรณะ]]จึงมี
* [[ความโศก]] [[ความคร่ำครวญ]] [[ทุกข์]] [[โทมนัส]] และ[[ความคับแค้นใจ]] ก็มีพร้อม ความเกิดขึ้นแห่งกองทุกข์ทั้งปวงนี้ จึงมี
 
การเทศนาปฏิจจสมุปบาท ดังแสดงไปแล้วข้างต้น เรียกว่า อนุโลมเทศนา
 
หากแสดงย้อนกลับจากปลายมาหาต้น จากผลไปหาเหตุปัจจัย เช่น ชรามรณะเป็นต้น มีเพราะชาติเป็นปัจจัย ชาติมีเพราะภพเป็นปัจจัย ฯลฯ สังขารมีเพราะอวิชชาเป็นปัจจัย ดังนี้ เรียกว่า ปฏิโลมเทศนา
 
=== ลำดับแห่งปฏิจจสมุปบาทฝ่ายดับทุกข์ ===
 
[[ทุกข์|ความทุกข์]] จะดับไปได้เพราะ [[ชาติ]] (การเกิดอัตตา"ตัวตน"คิดว่าตนเป็นอะไรอยู่) ดับ
 
[[ชาติ]] จะดับไปได้เพราะ [[ภพ]] (การมีภาระหน้าที่และภาวะทางใจ) ดับ
 
[[ภพ]] จะดับไปได้เพราะ [[อุปาทาน]] (ความยึดติดในสิ่งต่าง ๆ) ดับ
 
[[อุปาทาน]] จะดับไปได้เพราะ [[ตัณหา]] (ความอยาก) ดับ
 
[[ตัณหา]] จะดับไปได้เพราะ [[เวทนา]] (ความรู้สึกทุกข์หรือสุขหรือเฉยๆ) ดับ
 
[[เวทนา]] จะดับไปได้เพราะ [[ผัสสะ]] (การสัมผัส) ดับ
 
[[ผัสสะ]] จะดับไปได้เพราะ [[สฬายตนะ]] ([[อายตนะ]]ใน๖+นอก๖) ดับ
 
[[สฬายตนะ]] จะดับไปได้เพราะ [[นามรูป]] ([[รูปขันธ์]]) ดับ
 
[[นามรูป]] จะดับไปได้เพราะ [[วิญญาณ]] ([[วิญญาณขันธ์]]) ดับ
 
[[วิญญาณ]] จะดับไปได้เพราะ [[สังขาร]] (อารมณ์ปรุงแต่งวิญญาณ-[[เจตสิก]]) ดับ
 
[[สังขาร]] จะดับไปได้เพราะ [[อวิชชา]] (ความไม่รู้อย่างแจ่มแจ้ง) ดับ
 
== สมุทยวาร-นิโรธวาร ==
 
การแสดงหลักปฏิจจสมุปบาท เป็นการแสดงให้เห็น ความเกิดขึ้นแห่งธรรมต่างๆ โดยอาศัยปัจจัยสืบทอดกันไปอย่างนี้ เป็น '''สมุทยวาร''' คือฝ่าย[[สมุทัย]] ใช้เป็นคำอธิบาย [[อริยสัจ]]ข้อที่สอง ([[สมุทัยสัจจ์]]) คือ แสดงให้เห็นความเกิดขึ้นแห่งทุกข์
ปฏิจสมุปบาทที่แสดงแบบนี้เรียกว่า '''อนุโลมปฏิจจสมุปบาท'''
 
(ดังแสดงสองตัวอย่างที่ผ่านไป เป็น อนุโลมเทศนา และ ปฏิโลมเทศนา ของอนุโลมปฏิจจสมุปบาท ตามลำดับ)
 
การแสดงตรงกันข้ามกับข้างต้นนี้ เรียกว่า '''นิโรธวาร''' คือฝ่าย[[นิโรธ]] ใช้เป็นคำอธิบาย อริยสัจข้อที่สาม ([[นิโรธสัจจ์]]) เรียกว่า '''ปฏิโลมปฏิจจสมุปบาท''' แสดงให้เห็นความดับไปแห่งทุกข์ ด้วยอาศัยความดับไปแห่งปัจจัยทั้งหลาย สืบทอดกันไป เช่น
 
เพราะอวิชชาสำรอกดับไปไม่เหลือสังขารจึงดับ เพราะสังขารดับวิญญาณจึงดับ ฯลฯ เพราะชาติ ดับชรามรณะ (จึงดับ) ความโศก ความคร่ำครวญ ทุกข์ โทมนัส ความคับแค้นใจ ก็ดับ
 
ดังนี้เรียกว่า อนุโลมเทศนา ของ ปฏิโลมปฏิจจสมุปบาท
 
ส่วนปฏิโลมเทศนา ของ ปฏิโลมปฏิจจสมุปบาท ก็พึงแสดงย้อนว่า ชรามรณะเป็นต้น ดับเพราะชาติดับ ชาติดับเพราะภพดับ ฯลฯ สังขารดับเพราะอวิชชาดับ
 
== อิทัปปัจจยตา ธรรมนิยาม ปัจจยาการ ==
ปฏิจจสมุปบาทนี้ มีชื่อเรียกอย่างอื่นอีก ที่สำคัญคือ [[อิทัปปัจจยตา]](ภาวะที่มีอันนี้ๆเป็นปัจจัย) และปัจจยาการ (อาการที่สิ่งทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่กัน)
 
== ข้อความอ้างอิง ==
<small>จาก มหานิทานสูตร พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๐</small>
 
''ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ น่าอัศจรรย์ ไม่เคยมีมา ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ปฏิจจสมุบาทนี้ลึกซึ้งสุดประมาณ และปรากฏเป็นของลึก ก็แหละถึงจะเป็นเช่นนั้น ก็ยังปรากฏแก่ข้าพระองค์ เหมือนเป็นของตื้นนัก ฯ''
 
''พระผู้มีพระภาคตรัสว่า เธออย่าพูดอย่างนั้น อานนท์ เธออย่าพูดอย่างนั้นอานนท์ ปฏิจจสมุบาทนี้ ลึกซึ้งสุดประมาณและปรากฏเป็นของลึก ดูกรอานนท์เพราะไม่รู้จริง เพราะไม่แทงตลอด ซึ่งธรรมอันนี้ หมู่สัตว์นี้ จึงเกิดเป็นผู้ยุ่งประดุจด้ายของช่างหูก เกิดเป็นปมประหนึ่งกระจุกด้าย เป็นผู้เกิดมาเหมือนหญ้ามุงกระต่ายและหญ้าปล้อง จึงไม่พ้นอุบาย ทุคติ วินิบาต [[สงสาร]] ...''
 
''ดูกร[[อานนท์]] เพราะอวิชชาเป็นปัจจัยจึงเกิดสังขาร เพราะสังขารเป็นปัจจัยจึงเกิดวิญญาณ เพราะวิญญาณเป็นปัจจัยจึงเกิดนามรูป เพราะนามรูปเป็นปัจจัยจึงเกิดสฬายตนะ เพราะสฬายตนะเป็นปัจจัยจึงเกิดผัสสะ เพราะผัสสะเป็นปัจจัยจึงเกิดเวทนา เพราะเวทนาเป็นปัจจัยจึงเกิดตัณหา เพราะตัณหาเป็นปัจจัยจึงเกิดอุปาทาน เพราะอุปาทานเป็นปัจจัยจึงเกิดภพ เพราะภพเป็นปัจจัยจึงเกิดชาติ เพราะชาติเป็นปัจจัยจึงเกิด ชรามรณะ โสกปริเทวทุกขโทมนัสอุปายาส ฯ ความเกิดขึ้นแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ย่อมมีด้วยประการฉะนี้ ฯ''
 
<small>จาก ปัจจัยสูตร พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖</small>
 
''ภิกษุทั้งหลาย ความจริงแท้ ความไม่คลาดเคลื่อน ความไม่เป็นอย่างอื่น มูลเหตุอันแน่นอนในธาตุอันนั้น ดังพรรณนามาฉะนี้แล เราเรียกว่าปฏิจจสมุปบาท''
 
<small> (ภิกฺขเว ยา ตตฺร ตถตา อวิตถตา อนฺถตา อิทปฺปจฺจยตา อย วุจฺจติ ภิกฺขเว ปฏิจฺจสมุปฺปาโท) </small>
 
<small> (ถ้าเขียนทับศัพท์จะได้ว่า -ภิกษุทั้งหลาย [[ตถตา]] อวิตถตา อนัญญถตา หลัก[[อิทัปปัจจยตา]] ดังพรรณนามาฉะนี้แล เรียกว่าปฏิจจสมุปบาท) </small>
 
== อ้างอิง ==
{{เริ่มอ้างอิง}}
* พระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยุตฺโต). "พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์".
* [http://84000.org/tipitaka/dic/ พระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยุตฺโต). "พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลธรรม".]
* [http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/v.php?B=10&A=1455&Z=1887 มหานิทานสูตร พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๐]
* [http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/v.php?B=16&A=590&Z=641 ปัจจัยสูตร พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖]
* [[พุทธทาส|พุทธทาสภิกขุ]]. "[http://www.pantip.com/~buddhadasa/self/self_index.html ตัวกู-ของกู ฉบับย่อความ]".
{{จบอ้างอิง}}
 
== แหล่งข้อมูลอื่น ==
* [http://www.nkgen.com/ ปฏิจสมุปบาท]
 
[[หมวดหมู่:หลักธรรมของศาสนาพุทธ]]
[[หมวดหมู่:อภิธานศัพท์ศาสนาพุทธ]]
55,468

การแก้ไข