ผลต่างระหว่างรุ่นของ "กริกอรี รัสปูติน"

จบบรรทัดที่ 4 ในหมวดก้าวสู่ชีวิตทางศาสนา
(ใส่การอ้างอิงในบรรทัด ค.ศ. 1903)
(จบบรรทัดที่ 4 ในหมวดก้าวสู่ชีวิตทางศาสนา)
 
ในปี [[ค.ศ. 1900]] เขาถูกะระบุว่าเป็น strannik (ผู้แสวงบุญทางศาสนาในรัสเซีย) , นักบุญพเนจร<ref>M. Nelipa (2010), p. 17.</ref> อย่างไรก็ตามรัสปูตินมักจะกลับบ้านมาช่วยเหลือครอบครัวในการเก็บเกี่ยวผลผลิต และได้รับถูกเรียกว่า ผู้มาใหม่ , yurodiviy (คนโง่เขลาที่ศักดิ์ศักดิ์)<ref>Spencer C. Tucker, Priscilla Mary Roberts (2005), "The Encyclopedia of World War I: A Political, Social, and Military History, p. 967 [http://books.google.nl/books?id=2YqjfHLyyj8C&lpg=PA484&ots=BRkaZdVJ0I&dq=The%20Encyclopedia%20of%20World%20War%20I%3A%20A%20Political%2C%20Social%2C%20and%20Military%20History&hl=nl&pg=PA967#v=onepage&q=Rasputin&f=false].</ref> โดยเหล่าผู้ติดตามที่เชื่อว่าสามารถจะหยั่งรู้และรักษาผู้คนได้<ref name="Mad Monk">''Rasputin: The Mad Monk'' [DVD]. USA: A&E Home Video. 2005.</ref> , แต่ถึงกระนั้นรัสปูตินก็ยังยืนยันว่าเขาไม่ใช่ที่ปรึกษาในคริสตจักรภาคตะวันออกหรือครูว่าด้วยเรื่องศาสนา<ref>M. Nelipa (2010) ''The Murder of Grigorii Rasputin. A Conspiracy That Brought Down the Russian Empire'', p. 16.</ref> (ภาษาอังกฤษ : starets) , โดยรัสปูตินนั้นพยายามที่จะพูดภาษาถื่นไซบีเรียอยู่เกือบๆบ่อยครั้ง แต่รัสปูตินก็ไม่สามารถเข้าใจภาษาไซบีเรียได้อยู่ดี<ref name="alexanderpalace.org">[http://www.alexanderpalace.org/realtsaritsa/1chap5.html The Real Tsaritsa by Madame Lili Dehn]</ref> หรือการเทศนาที่ไม่บ่อยนักและการสนทนาในที่สาธารณะ
 
 
ในปี [[ค.ศ. 1903]] เขาใช้เวลาส่วนมากอยู่ใน[[เคียฟ]]ซึ่งเขาได้ไปเยี่ยมเยือนวัด Monastery of thé Caves (ซึ่งปัจจุบันปลี่ยนชื่อเป็น Kiev Pechersk Lavra) ในเมือง Kazan ซึ่งเขาได้ดึงดูดความสนใจแก่เหล่าพวกบาทหลวงและสมาชิกชั้นสูงต่างๆ <ref>[[Andrei Amalrik|Amalrik, A.]] (1988) ''Biografie van de Russische monnik 1863-1916'', p. 45; J.T. Fuhrmann (2013), p. 24; B. Moynahan (1997) ''Rasputin. The saint who sinned'', p. 43.</ref>
 
รัสปูตินได้เดินทางไปยังเมืองหลวงเพื่อให้พบปะกับ John of Kronstadt , Pierre Gilliard ได้เขียนไว้ว่ารัสปูตินได้เดินทางมาถึงในปี [[ค.ศ. 1905]]<ref>[http://www.alexanderpalace.org/gilliard/V.html Alexanderpalace]</ref> , M. Nelipa คิดว่าฤดูใบ้ไม้ผลิจะเกิดขึ้นในปี[[ค.ศ. 1904]] Iliodor (เป็นชื่อนามแฝงของ Sergei Trufanov ซึ่งเดิมเป็นนักโบสถ์ซึ่งมารู้จักกับรัสปูตินแล้วก็ได้มาแต่งหนังสือชีวประวัติในบั้นปลายชีวิต) เชื่อว่าฤดูใบ้ไม้ผลิจะมาตอนปี[[ค.ศ. 1903]] ประมาณธันวาคม <ref>[https://archive.org/stream/madmonkofrussiai00trufuoft#page/91/mode/2up Iliodor (1918), p. 91]</ref>
เขาได้แนะนำให้รู้จักกับ Ivan Stragorodsky อธิการบดีของ Theological Faculty (เป็นโรงเรียนสอนศาสนา), รัสปูตินพักอยู่ที่ Alexander Nevsky Lavra ชั่วคราว , และเขาก็พบกับ Hermogenes และ Theophanes of Poltava ผู้ที่ทึ่งในด้านจิตวิทยาของรัสปูตินและความเฉียบแหลมคม , เขาถูกเชื้อเชิญโดยเจ้าหญิงมิลคาจากเมือง[[ประเทศมอนเตเนโกร]] (ภาษาอังกฤษ :Princess Milica of Montenegro)
และเจ้าหญิงอนาตาเซียแห่งประเทศมอนเตเนโกร ซึ่งเป็นน้องสาวของเจ้าหญิงมิลคาเอง (ภาษาอังกฤษ : Princess Anastasia of Montenegro) ซึ่งมีความสนใจในเวทมนตร์ของเปอร์เซีย <ref>E. Radzinsky, p. 57.</ref>
เจตนิยมและการใช้เวทมนตร์คาถา เจ้าหญิงมิลคาได้นำเสนอเรื่องรัสปูตินไปยัง[[ซาร์นีโคลัสที่ 2 แห่งรัสเซีย]] และภรรยาของอเล็กซานเดอร์ในวันที่ [[1 พฤศจิกายน]] [[ค.ศ. 1905]] .<ref>{{cite web|url=http://www.rus-sky.com/history/library/diaris/1905.htm |title=Nicolas' diary 1905 (in Russian) |publisher=Rus-sky.com |date= |accessdate=2013-04-28}}</ref>
 
== เชิงอรรถ ==
1,623

การแก้ไข