ผลต่างระหว่างรุ่นของ "กริกอรี รัสปูติน"

จัดหน้า และพิสูจน์อักษรเบื้องต้น
(จัดหน้า และพิสูจน์อักษรเบื้องต้น)
'''เกรกอรี เอฟีโมวิช รัสปูติน'''<ref>{{Cite RIT-EU | 1 = [[สัญชัย สุวังบุตร]] | 2 = [[ณัฐวุฒิ สุทธิสงคราม]] และคณะ | 3 = http://www.royin.go.th/upload/297/FileUpload/950_4913.pdf | 4 = 3 | 5 = 1 (อักษร A-B) | 6 = 974-9588-25-8 | 7 = 34 | 8 = | 9 = 2547 }}</ref>{{Ref label|Horse|ก|}} ({{lang-ru|Григо́рий Ефи́мович Распу́тин (''Grigoriy Efimovič Rasputin'')}}; {{lang-en|Grigori Yefimovich Rasputin}}) เป็นนักบวช ผู้ที่มีพลังจิตพิเศษที่มีบทบาทในยุคปลายราชวงศ์โรมานอฟของ[[ประเทศรัสเซีย]] แต่การมีบทบาทและอิทธิพลของเขานั้น เป็นสาเหตุหนึ่งที่นำไปสู่การล่มสลายของราชวงศ์โรมานอฟ
 
== ชีวิตช่วงต้น ==
== ก่อนเข้ามามีบทบาทในราชสำนัก ==
[[File:Gorskii 04663u.jpg|thumb|upright=1|เมือง Pokrovskoye, ซึ่งขนานไปด้วยแม่น้ำ Tura ในปี[[ค.ศ. 1912]] และโบสถ์ที่ถูกสร้างในบริเวณราวๆปี[[[ค.ศ. 1906]]และถูกทำลายลงในปี[[ค.ศ. 1950]]<ref>[http://books.google.nl/books?id=ljZhTg79ZocC&lpg=PA41 Fuhrmann, p. xiii]</ref>]]
[[ไฟล์:Alexis.png|thumb|[[แกรนด์ดยุกอะเลคเซย์ นีโคลาเยวิช มกุฎราชกุมารแห่งรัสเซีย|เจ้าชายอะเลคเซย์]] คนไข้ที่พลิกชีวิตรัสปูติน]]
รัสปูตินเกิดเมื่อวันที่ [[10 มกราคม]] [[ค.ศ. 1869]] ที่หมู่บ้านโปครอฟสกี เมืองโตบอลส์ก (ปัจจุบันคือเขตปกครองทยูแมนโฮบลาสต์) ใน[[ไซบีเรีย]] ในครอบครัวเกษตรกร สันนิษฐานว่าเขามีความเชื่อในนิกายคริสติ และค็อปสตี ซึ่งในสมัยนั้นเป็นนิกายที่นอกรีต ต่อมาในวัยเด็ก รัสปูติน ก็ดูมีความสามารถพิเศษในการทำนายอนาคตได้อย่างค่อนข้างถูกต้อง
 
[[File:Verkhoturskii Monastery 1910 LOC prok 02099.jpg|thumb|upright=1| ภาพมุมมองของวัด เซนต์นิโคลัส ในปี[[ค.ศ. 1910]]]]
ในวัยเด็กและวัยหนุ่ม การที่รัสปูตินมีพลังพิเศษที่อธิบายไม่ได้ ประกอบกับอุปนิสัยที่เงียบขรึม และบางครั้งก็ชอบทำอะไรแปลกๆ ทำให้คนรอบข้างหวาดกลัว ไม่กล้าเข้าใกล้ ไม่กล้าพูดด้วย จนใน [[ค.ศ. 1887]] รัสปูตินได้เข้าถือพรตเป็น[[นักพรต]]ใน[[ศาสนจักรออร์โธดอกซ์รัสเซีย]] พำนักอยู่ใน[[อาราม]] Verkhoturye และมีมาคาเรีย (Makariy) เป็นอาจารย์ ในช่วงแรก ผู้คนในเมืองที่รัสปูตินพำนัก ต่างนับถือ แต่ต่อมา เมื่อผู้คนพบกับธาตุแท้ ต่างเรียกรัสปูตินว่า Icha หรือ "[[นักพรต]]วิปลาส"
 
กริกอรี รัสปูตินเกิดในฐานะลูกชาวนาที่ดีในหมู่บ้านเล็กๆของ [[Pokrovskoye]] แต่ค่อนข้างจะมีความรุ่งเรืองในเมือง [[Tobolsk]] , [[Guberniya]] (ปัจจุบันกลายเป็นเขตแดน Yarkovsky ใน Tyumen Oblast)
[[ค.ศ. 1889]] รัสปูตินแต่งงานกับปราสโกเวีย เฟโอโดรอฟนา ดูโบรวินา (Praskovia Fyodorovna) และมีลูกด้วยกัน 4 คน แต่เสียชีวิตตั้งแต่ยังเป็นทารก 1 คน ส่วนอีก 3 คน ได้แก่ Dmitri เกิดใน [[ค.ศ. 1897]] , Matryona เกิดใน [[ค.ศ. 1898]] และ Varvara เกิดใน [[ค.ศ. 1900]]
ในพื้นที่กว้างบริเวณ ไซบีเรียตะวันตกที่ราบ การลงทะเบียนเลือกตั้งเขตศาสนาซึ่งมีรายการต่างๆที่ประกอบไปด้วยดังนี้ในวันที่ [[9 มกราคม]] [[ค.ศ. 1869]] '''ในหมู่บ้านของ Pokrovskoe ในครอบครัวของชาวนา
 
Yefim Yakovlevich Rasputin (หรืออีกชื่อคือ Efim Yakovlevich Rasputin) กับภรรยาของเขา โดยทั้งสองได้ทำการปฎิบัติตามขนบประเพณีอย่างถูกต้อง และกำเนิดเด็กชายที่มีนามว่า '''Grigory'''<ref>[http://rbth.ru/articles/2012/12/27/demystifying_the_life_of_grigory_rasputin_21521.html Demystifying the life of Grigory Rasputin]; {{cite web|url=http://www.angelfire.com/pa/ImperialRussian/news/517news.html |title=Royal Russia News: Demystifying the life of Grigory Rasputin |publisher=Angelfire.com |date= |accessdate=2013-04-28}}</ref>
[[ค.ศ. 1901]] รัสปูตินออกเดินทางแสวงบุญไปยัง[[กรีก]]และ[[เยรูซาเลม]] เป็นเวลา 2 ปี
 
(หรือจะเรียกว่า Griogi ก็ได้)หนึ่งวันต่อมา เด็กชายถูกตั้งชื่อใหม่ หลังจาก [[Gregory of Nyssa]] ได้จัดงานเลี้ยงฉลองเมื่อวันที่ 10 มกราคม (แต่ไม่ทราบปี)<ref> อ้างอิงจาก ''The Rasputin File'' หน้า 25, 29.</ref>
[[ค.ศ. 1903]] รัสปูตินเดินทางกลับมาถึงรัสเซีย และอ้างตนเป็นผู้มีพลังพิเศษ สามารถทำนายอนาคตและรักษาโรคได้
 
กริกอรีเกิดในลำดับคนที่ห้าจากพี่น้องทั้งหมดเก้าคน เขาไม่ค่อยตั้งใจหรือสนในเรื่องการเรียนนัก จากการสำรวจในปี [[ค.ศ. 1897]] พบว่าประชาชนในหมู่บ้านส่วนมากเป็นผู้ไม่รู้หนังสือ<ref>J.T. Fuhrm ann (2013), p. 9.</ref>
[[ค.ศ. 1904]] [[แกรนด์ดยุกอะเลคเซย์ นีโคลาเยวิช มกุฎราชกุมารแห่งรัสเซีย|เจ้าชายอะเลคเซย์]] พระราชโอรสองค์สุดท้องในพระเจ้า[[ซาร์นิโคลัสที่ 2 แห่งรัสเซีย]] ประสูติ แต่มีพระอาการประชวรด้วยโรคฮีโมฟีเลีย (Haemophillia) หรือพระโลหิตไหลออกง่ายและหยุดยาก เนื่องจากพระโลหิตผิดปกติ ซึ่งในสมัยนั้นโรคนี้สามารถคร่าชีวิตคนได้ พระเจ้าซาร์หาหมอมือดีมาหลายคนก็ไม่สามารถรักษาพระอาการได้
ในเมือง Pokrovskoye เด็กชายรัสปูตินถูกมองว่าเป็นคนนอกในหมู่บ้านนี้ ชายปริศนาได้บริจาคของขวัญลุึกลับมา '''แขนและขาของเขาดูกระตุก เขาเดินลากเท้าไปมา และมักจะเก็บอะไรบางอย่างไว้ในมือที่ครอบครอง
อย่างไรก็ตามแม้จะมีนิสัยตลบแตลง เขาก็มักจะคิดถึงการเอาใจใส่'''<ref>J.T. Fuhrmann (2013), p. 11&ndash;13.</ref> เรื่องเล็กน้อยๆในวัยเด็กถูกส่งผ่านต่อยอดมายังลูกสาวของเขา มาเรีย<ref>M. Rasputin (1934) ''My father''.</ref> ในวันที่ [[2 กุมภาพันธ์]] [[ค.ศ. 1887]] กริกอรีคบภรรยาที่มีอายุน้อยกว่าตน 3 ปี Praskovia Fyodorovna Dubrovina โดยทั้งคู่ได้มีลูกด้วยกันสามคน ได้แก่ ดิมิตรี (Dmitri), วัววารา(Varvara) และ มาเรีย (Maria) ลูกชายของเขาเสียชีวิตในเยาววัยเมื่อปี [[ค.ศ. 1892]]<ref>M. Nelipa (2010), p. 16.</ref>
 
กริกอรีออกจากหมู่บ้านอย่างฉับพลัน ภรรยาของเขา,ลูกและพ่อแม่ของเขา เขาใช้เวลาอยู่หลายเดือนในการอยู่วัดใน [[Verkhoturye]] Spiridovich ชี้แนะหลังการเสียชีวิตของหลานของกริกอรี<ref>Spiridovitch, A. (1935) ''Raspoutine (1863&ndash;1916)'', p. 15.</ref>
[[ค.ศ. 1905]] รัสปูตินเดินทางมาในพระราชวัง และสามารถรักษาพระอาการป่วยของ[[แกรนด์ดยุกอะเลคเซย์ นีโคลาเยวิช มกุฎราชกุมารแห่งรัสเซีย|เจ้าชายอะเลคเซย์]]ได้ (ซึ่งปัจจุบัน ข้อสันนิษฐานที่นักประวัติศาสตร์คิดว่าเป็นไปได้มากที่สุดของวิธีที่รัสปูตินใช้ คือ สะกดจิตให้เจ้าชายหลับไป และปล่อยให้ระบบในพระวรกายเยียวยาเจ้าชายอย่างเงียบๆ จนมีพระอาการดีขึ้น) [[จักรพรรดินีอเล็กซานดรา เฟโอโดรอฟนาแห่งรัสเซีย (เจ้าหญิงอลิกซ์แห่งเฮสส์และไรน์)]] พระมารดาของ[[แกรนด์ดยุกอะเลคเซย์ นีโคลาเยวิช มกุฎราชกุมารแห่งรัสเซีย|เจ้าชายอะเลคเซย์]] และพระมเหสีในพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 จึงขอให้รัสปูตินเข้ามาอยู่ในวัง เพื่อดูแลอะเลคเซย์ต่อ ทำให้ชีวิตของรัสปูติน เริ่มมีบทบาทและอำนาจขึ้นมา
 
แต่ตัววัดได้ถูกเพิ่มเสริมให้มีความใหญ่ขึ้นในปีที่ผ่านมาจะได้รับผู้แสวงบุญ<ref>[http://www.pravenc.ru/text/158212.html]</ref> ด้านนอกของวัดเป็นที่อาศัยของฤาษี (ซึ่งมีชื่อว่า Brother Makary) Makary มีอิทธิพลต่อกริกอรี
== รัสปูตินในวังหลวง ==
และทำให้กริกอรีได้ดิ่ม สูบบุหรี่ กินเนื้อสัตว์ หลังจากที่เขาได้กลับบ้านไปเขาได้เรียนรู้และอ่านและเขียน และกลายเป็นผู้เปลี่ยนความคิดและการเป็นคนกระตือรือร้นขึ้นมา
หลังจากรัสปูตินอยู่ในวังหลวงได้สักพัก รัสปูตินก็เริ่มจัดงานเลี้ยงเพื่อล้างบาป ซึ่งงานเลี้ยงแต่ละครั้ง ก็ใช้เงินมาก และยิ่งนานวัน รัสปูตินยิ่งสั่งจัดงานเลี้ยงล้างบาปบ่อยขึ้นเรื่อยๆ จนดูพร่ำเพรื่อ และคนภายนอกเริ่มมองว่ารัสปูตินต้องการเสวยสุขจากงานเลี้ยงมากกว่า
 
== ก้าวสู่ชีวิตทางศาสนา ==
[[ค.ศ. 1914]] สถานการณ์โลกไม่ค่อยดีนัก มีแววว่าสงครามโลกกำลังจะเกิดขึ้น รัสเซียเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ประชาชนอดอยากแร้นแค้น พระเจ้าซาร์ทรงให้รัสปูตินลดๆ การจัดงานล้างบาปลงเสียบ้าง เพราะจะได้นำเงินไปใช้ทำสงคราม และดูแลประชาชน รัสปูตินไม่พอใจ เมื่อเกิด[[สงครามโลกครั้งที่ 1]] รัสปูตินก็แกล้งทำนายพระเจ้าซาร์ว่า พระเจ้าซาร์ต้องไปบัญชาการรบเอง รัสเซียจึงจะมีชัย เพื่อให้พระเจ้าซาร์ออกไปรบ และจักรพรรดินีอเล็กซานดรา ซึ่งเชื่อรัสปูตินแทบทุกอย่างได้ปฏิบัติหน้าที่แทน เพื่อรัสปูติน จะได้ทำตามใจตนเอง ครั้งหนึ่ง ซาร์นิโคลัส ลังเลพระทัยว่าจะเคลื่อนทัพไปทางเหนือหรือใต้ดี ซาริน่า ถวายคำแนะนำให้ไปทางเหนือตามคำแนะนำของ รัสปูติน โดยเชื่อว่าเป็นญาณวิเศษ แต่ผลกลับทำให้กองทัพรัสเซียสูญเสียอย่างหนัก
รัสปูตินอ้างว่าวิสัยทัศน์ของพระแม่แห่งคาซานนำเขาไปสู่ชีวิตความศรัทธาของศาสนา ในราวปี[[ค.ศ. 1893]] เขาได้เดินทางมายังภูเขา Athos แต่เขานั้นตกใจอย่างสุดขีดและทำให้กระจ่างขึ้นมา ในขณะที่เขาบอก Makary<ref>J.T. Fuhrmann (2013), p. 22; B. Moynahan, p. 32.</ref>
 
ในปี [[ค.ศ. 1900]] เขาถูกะระบุว่าเป็น strannik (ผู้แสวงบุญทางศาสนาในรัสเซีย)
ความเดือดร้อนที่ประชาชนแบกรับ ต่อมา ได้เกิดเป็นการประท้วง ตามด้วยการจลาจล และการก่อการปฏิวัติ ทำให้พระเจ้าซาร์ ต้องกลับมาจากสนามรบ เมื่อกลับมา รัสปูตินก็ปรนเปรอพระเจ้าซาร์ด้วยงานเลี้ยงรื่นเริงเข้าไปอีก ทำให้พระเจ้าซาร์เริ่มปฏิบัติงานน้อยลง และฝากงานต่างๆ ให้รัสปูตินมากขึ้น จนแทบจะเรียกได้ว่า พระเจ้าซาร์ และจักรพรรดินีอเล็กซานดร้าเป็นหุ่นเชิดของรัสปูติน
 
การบริหารงานของรัสปูติน เริ่มสร้างความไม่พอใจในหมู่ประชาชน จนเริ่มมีแววว่าจะเกิดความวุ่นวายในรัสเซีย
 
== จุดจบของรัสปูติน ==
[[ไฟล์:Yusupovirina.jpg|thumb|เจ้าชายเฟลิกซ์ (ซ้าย) คนสำคัญที่วางแผนสังหารรัสปูติน]]
[[ไฟล์:Dmitri pavlovich1.jpg|thumb|แกรนด์ดยุกดิมิทรี พัฟโลวิช คนสำคัญที่ร่วมวางแผนสังหารรัสปูติน]]
[[ค.ศ. 1916]] เจ้าชาย[[เฟลิกซ์ ยูซ์ป็อป]] (Felix Yussupov) เห็นว่าเก็บรัสปูตินไว้จะเป็นภัยต่อชาติ จึงร่วมมือกับแกรด์ดยุกดมิทรี พัฟโลวิช (Grand Duke Dmitri Pavlovich) ลวงสังหารรัสปูติน โดยจะเชิญรัสปูตินไป โดยอ้างว่าเป็นงานเลี้ยงเล็กๆ ในวังเจ้าชาย และจะวางยาพิษไซยาไนด์ในเครื่องดื่มและเค้กของรัสปูติน
 
เมื่อรัสปูตินทานเค้กจนหมด ก็ดูไม่เป็นอะไร เหมือนไม่ได้ถูกยาพิษใดๆ เจ้าชายเฟลิกซ์จึงยิงปืนใส่รัสปูตินหลายนัด รัสปูตินก็ยังไม่เสียชีวิต เดินออกมาข้างนอกวัง กลุ่มข้าราชบริพารของเจ้าชายเฟลิกซ์ที่เจ้าชายเตรียมไว้ ก็ระดมยิงปืนใส่ ก็ยังไม่เสียชีวิต ผลสุดท้าย ข้าราชบริพารจึงยิงปืนใส่ตารัสปูตินจนตกลงไปในน้ำ เสียชีวิตในวันที่ [[16 ธันวาคม]] [[ค.ศ. 1916]] รวมอายุ 47 ปี
 
3 วันต่อมา ศพของรัสปูตินถูกพบ และถูกส่งไปชันสูตร ผลการชันสูตร พบสารไซยาไนด์และกระสุนปืนจำนวนมากในร่างของรัสปูติน แต่ร่างกายของรัสปูตินเสียชีวิตเพราะการจมน้ำ ส่วนไซยาไนด์และกระสุนปืนนั้นไม่ใช่สาเหตุของการเสียชีวิต
 
ข่าวความตายของรัสปูตินแพร่กระจายไปทั่วอาณาจักรสร้างความโศกแก่อเล็กซานดรายิ่งนัก ไม่ใช่เพราะเสียคนสนิท แต่เนื่องจากก่อนหน้าที่รัสปูตินจะตายไม่นาน เขาได้บันทึกสั้นๆ ถึงพระองค์ว่า
 
"ขอได้ทรงรับรู้ว่า หากคนที่ฆ่าหม่อมชั้นตายเป็นคนสามัญธรรมดา ราชวงศ์โรมานอฟก็จะยั่งยืนต่อไป แต่ถ้าหากเป็นเชื้อพระวงศ์ที่ทำให้หม่อมชั้นตาย พระองค์และครอบครัวจะต้องสิ้นพระชนม์ในสองปี จากฝีมือของประชาชนในรัสเซีย" เกรกอรี รัสปูติน
[[มีนาคม]] [[ค.ศ. 1917]] ไม่ถึง 3 เดือน หลังการตายของรัสปูติน กระแสการปฏิวัติเริ่มหลั่งไหลเข้าสู่นครหลวงของรัสเซีย ขบวนชาวนาและคนงานอุตสาหกรรมแห่กันมาถวายฏีกาให้ปรับปรุงระบบการบริหารประเทศ แต่องค์รักษ์วังหลวงกลับต่อต้านด้วยอาวุธปืน ความจลาจลวุ่นวายเกิดขึ้น และผลสุดท้ายซาร์จำใจต้องสละราชบัลลังก์ พระองค์และเชื้อพระวงศ์ถูกควบคุมตัว และไปกักขังไว้ ณ ไซบีเรียอันห่างไกลและทุรกันดาร
 
== หลังการตายของรัสปูติน ==
ก่อนเสียชีวิต รัสปูตินสามารถทำนายอนาคตตนเองได้ว่ากำลังจะเสียชีวิตเร็วๆ นี้ และได้พบกับคำทำนายบางสิ่ง จึงเขียนคำทำนายฉบับสุดท้ายฝากคนรับใช้ให้ไปส่งให้พระเจ้าซาร์ ฉบับนั้น เขียนไว้ในทำนองว่า ถ้าตัวเขาเองถูกฆ่าตายด้วยน้ำมือของสามัญชน ราชวงศ์โรมานอฟจะปกครองรัสเซียไปได้อีกหลายร้อยปี แต่ถ้าตัวเขาเองถูกฆ่าตายโดยเชื้อพระวงศ์ หรือบรรดาศักดิ์ ราชวงศ์โรมานอฟจะถูกโค่นล้มในอีก 2 ปีข้างหน้า นองจากนี้ยังเขียนทำนองว่า รัสปูตินจะเสียชีวิตก่อนที่จดหมายฉบับนี้จะไปถึงพระเจ้าซาร์
 
ทุกอย่างในคำทำนายเป็นจริง รัสปูติน เสียชีวิตก่อนที่คนใช้จะนำจดหมายคำทำนายไปถึงพระเจ้าซาร์ และเมื่อคนที่ฆ่ารัสปูตินเป็น "เจ้าชาย" ดังนั้น [[ค.ศ. 1917]] เกิดการปฏิวัติโค่นล้มราชวงศ์โรมานอฟจริงๆ หนำซ้ำ [[ค.ศ. 1918]] ราชวงศ์โรมานอฟถูกตัดสินโทษประหารชีวิต
 
== เชิงอรรถ ==
 
{{เริ่มอ้างอิง}}
ก. {{gap|0.5em}} {{Note|Horse}} ที่ถูก คำ "Rasputin" ตามสำเนียงรัสเซีย อ่านว่า "ระสฺปูติน" ("ระ-สฺปู-ติน") โดย "ระ" กับ "สฺปู" นั้นเป็นคนละพยางค์กัน (/rʌˈsputyɪn/; Ra·spu·tin) ส่วนสำเนียงอังกฤษว่า "แรสพฺยูทิน" (ræˈspyutɪn) อนึ่ง ชื่อเต็มคือ "Grigori Yefimovich Rasputin" นั้น สำเนียงรัสเซียว่า "กริกอรี ยิฟีเมอวิช ระสฺปูติน" (/gryɪˈgɔryi yɪˈfyiməvyɪtʃ rʌˈsputyɪn/) ส่วนสำเนียงอังกฤษว่า "กริกอรี อิฟีเมอะวิช แรสพฺยูทิน" (/grɪˈgɔri ɪˈfiməvɪtʃ ræˈspyutɪn/)
2,212

การแก้ไข