ผลต่างระหว่างรุ่นของ "พระเจ้าจันทรภาณุ"

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
(เก็บกวาดบทความด้วยบอต)
{{ต้องการอ้างอิง}}
{{กล่องข้อมูล เชื้อพระวงศ์
| ภาพ = ไฟล์:พระเจ้าจันทรภาณุ.jpg
}}
 
'''พระเจ้าจันทรภาณุ''' ({{lang-en|King Chandra Banu}}) หรือ พระเจ้าศรีธรรมโศกราชองค์ที่ 2 ของ[[ราชวงศ์ศรีธรรมาโศกราช]] ([[นครศรีธรรมราช]]) แห่งอาณาจักรตามพรลิงก์<ref>[http://www.m-culture.go.th/nakhonsithammarat/index.php/2013-06-07-07-41-19/2014-01-07-05-26-19/item/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%B8 พระเจ้าจันทรภาณุ เมืองนครศรีธรรมราช - ฐานข้อมูลทางวัฒนธรรม] จากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช</ref> เป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงเผยแผ่พระอานุภาพขจรไปยังแคว้นไกลที่สุด นั่นคือสามารถแผ่ไปถึงเกาะลังกา โดยการยกทัพไปตีถึง 2 ครั้งที่ยกทัพเรือเข้าโจมตีเกาะลังกา (ประเทศศรีลังกา ในปัจจุบัน) พระองค์ทรงยึดครองภาคเหนือของเกาะนี้ได้ (ค.ศ. 1235-1275)
 
==พระราชประวัติ==
พระเจ้าจันทรภาณุ ตามประวัติจากหลักฐานตำนานเมืองและตำนานพระธาตุทราบว่า พระเจ้าจันทรภาณุ เป็นพระอนุชาของพระเจ้าศรีธรรมาโศกราช (องค์ที่ 1 แห่งราชวงศ์ศรีธรรมโศกราช หรือราชวงศ์ปทุมวงศ์)<ref>หนังสือ นครศรีธรรมราช จัดทำโดย : สถาบันราชภัฏนครศรีธรรมราช</ref> มีใจความว่า "ท้าวศรีธรรมาโศกราชก็ตั้งอารามก่อพระเจดีย์ ปลูกพระศรีมหาโพธิรายทางมาจนถึงเมืองนคร ตั้งแต่นั้นทั้งสองภาราได้แต่งบรรณาการตอบแทนกันมิได้ขาดปี เมื่อพระญานครศรีธรรมาโศกราชถึงแก่กรรม เมื่อศักราช 1200 ปี พระญาจันทรภาณุ เป็นเจ้าเมือง พระญาพงษาสุราเป็นพระญาจันทรภาณุ ตั้งฝ่ายทักษิณพระมหาธาตุเป็นเมืองพระเวียง" พระเจ้าจันทรภาณุ นับเป็นพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่พระองค์หนึ่งในราชวงค์ศรีธรรมาโศกราช มีข้อความปรากฏอยู่ในศิลาจารึกตอนหนึ่งว่า "ศรีสวัสดิ พระเจ้าผู้ปกครองกรุงตามพรลิงก์ เป็นผู้อุปถัมภ์ตระกูลปทุมวงค์ พระหัตถ์ของพระองค์มีฤทธิ์มีอำนาจ ด้วยอนุภาพแห่งบุญกุศล ซึ่งพระองค์ได้กระทำแก่มนุษย์ทั้งปวง ทรงเดชานุภาพดุจพระอาทิตย์พระจันทร์และมีเกียรติอันเลื่องลือ ทรงพระนามจันทรภาณุศิริธรรมราช เมื่อกลียุค 4332" ศิลาจากรึกนี้ตรงกับ พ.ศ 1773
 
==พระราชกรณียกิจ==
4. ตั้ง[[ลัทธิลังกาวงศ์]]ขึ้นที่นครศรีธรรมราช ในช่วงที่พระเจ้าจันทรภาณุได้ส่งทูตไปเมืองลังการเพื่อขออัญเชิญ[[พระพุทธสิหิงค์]]นั่นเอง ก็ได้ส่งพระภิกษุชาวนครศรีธรรมราชไปศึกษาพระธรรมวินัยแบบหินยานของลังกา และตอนขากลับก็ได้เชิญพระภิกษุชาวลังกาพร้อมชนชาวลังกามาด้วย มาตั้งคณะสงฆ์ขึ้นใหม่ที่นครศรีธรรมราชเรียกว่า "พระพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์" แทนลัทธิเดิมซึ่งพระพุทธศาสนาแบบมหายานตามอย่างศรีวิชัย ต่อมาลัทธิลังกาวงศ์ก็แผ่ไปสู่สุโขทัย ตั้งเป็นปึกแผ่นอย่างมั่นคงมาจนปัจจุบันนี้
 
5. สร้างพระบรมธาตุเจดีย์ให้เป็นแบบทรงลังกา ด้วยในระยะพระบรมธาตุเดิมเป็นแบบศรีวิชัยและชำรุดทรุดโทรมมาก พระภิกษุและชนชาวลังกาที่มาอยู่ที่นครศรีธรรมราช รวมทั้งชาวนครฯเองด้วย ลงความเห็นกันว่าเห็นควรบูรณะซ่อมแซมองค์พระบรมธาตุเสียใหม่ให้แข็งแรง โดยให้สร้างใหม่หมดทั้งองค์ตามแบบทรงลังกา และให้คร่อมทับพระเจดีย์องค์เดิมไว้โดยสร้างเป็นพระสถูปทรงโอคว่ำ พระเจดีย์องค์เดิมได้ค้นพบเมื่อคราวบูรณะปฏิสังขรณ์พระบรมธาตุเจดีย์ในสมัย รัชกาลที่ 5 และมีหลักฐานยืนยันว่าชนชาวลังกาได้มาอยู่ที่นครฯจริง ด้วยในปี พ.ศ. 2475 ได้ขุดพบพระพุทธรูปลังกาทำด้วยหินสีเขียวคล้ายมรกต 1 องค์ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าเป็นฝีมือของชาวลังการุ่นเก่า โดยขุดพบที่บริเวณพระพุทธบาทจำลองในวัดพระมหาธาตุฯ ปัจจุบันพระพุทธรูปองค์นี้ได้เก็บรักษาไว้ที่ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช
 
==อ้างอิง==
{{ต้องการรายการอ้างอิง}}
 
[[หมวดหมู่:ชาวมลายู]]
[[หมวดหมู่:ราชวงศ์ศรีธรรมโศกราช]]
[[หมวดหมู่:พระมหากษัตริย์นครศรีธรรมราช]]
{{โครงชีวประวัติ}}