ผลต่างระหว่างรุ่นของ "เลื่อน พงษ์โสภณ"

การที่ น.อ.เลื่อน เข้าทำงานไม่ได้ดังกล่าว ทำให้ ''สมาคมสามัคคี'' (สมาคมสหมิตร) เกิดน้อยอกน้อยใจแทน จึงเรียก น.อ.เลื่อน ไปถามว่า จะให้บินเดี่ยวไปต่างประเทศจะได้ไหม นายเลื่อนตอบไปว่าได้ จากนั้นพรรคพวกก็ช่วยกันเรี่ยไรเงินรวบรวมได้สัก 2,000 บาท นำมามอบให้ น.อ.เลื่อน ผู้ขันอาสาที่จะบินไป[[ประเทศจีน]] ซึ่งในสมัยนั้น ยังไม่มีนักบินไทยคนไหนเคยบินไปถึง เมื่อได้ตกลงใจแน่นอนแล้ว น.อ.เลื่อน ก็ยื่นขออนุญาตต่อกระทรวงกลาโหมก่อน กว่าจะได้รับอนุญาตให้บินได้ก็กินเวลาเข้าไปถึง 6 เดือน เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว น.อ.เลื่อน ก็ออกบินจากสนามบินดอนเมืองด้วยเครื่องบินนางสาวสยาม เมื่อวันที่ [[18 มิถุนายน]] [[พ.ศ. 2475]] เขาบินผ่านไปลงพักที่จังหวัดนครราชสีมา 1 คืน พักที่นครพนม 1 คืน ออกจากนครพนมก็บินมุ่งไปยังสนามบินวิน แล้วไป[[ฮานอย]] ปากหอย [[ไทเป]] และกวางเจาวัน จนถึง[[ฮ่องกง]]เมื่อวันที่ [[24 มิถุนายน]] [[พ.ศ. 2475]] อันเป็นวันเดียวกันกับที่[[คณะราษฎร]]ได้ก่อการปฏิวัติขึ้นในประเทศไทย บินไปถึง[[ซัวเถา]] แต่ไม่สามารถบินต่อไปจนถึง[[เซี่ยงไฮ้]] เนื่องจากจีนกำลังสู้รบกับ[[ญี่ปุ่น]]ที่เซี่ยงไฮ้ น.อ.เลื่อน พักอยู่ที่เมืองจีนได้ 7 วันก็บินกลับประเทศไทย
 
ระหว่างการเดินทางก็ประสบกับอุปสรรคอย่างมาก อาทิ เครื่องบินเสียต้องร่อนลงซ่อมเครื่องเองแวะลงที่ไหนก็ถูกทหารเมืองนั้นจับกุมมีความลำบากในเรื่องอาหารการกินและที่พักหลับนอน บางแห่งไม่มีสนามบินต้องร่อนลงที่โล่งกว้างอย่าง[[สนามฟุตบอล]]แทน ในช่วงที่บินผ่าน[[มณฑลกวางตุ้ง]]ถูกเรือรบใช้ปืนยิงเครื่องบินทะลุ เพราะเข้าใจว่าเป็นเครื่องบินของฝ่ายตรงข้ามที่กำลังทำสงครามแย่งอำนาจกันอยู่ในขณะนั้น จึงต้องร่อนลงที่ชายหาดและใช้ปฏิภาณตลอดจนความรู้เรื่องช่างเครื่องยนต์มาแก้ปัญหา เอาตัวรอดมาได้อย่าอย่างหวุดหวิด
 
เมื่อถึงประเทศไทยแล้ว น.อ.เลื่อน นำเครื่องบินนางสาวสยาม จาก[[สนามบินดอนเมือง]] กลับไปไว้ที่บ้านพักย่านบางขุนพรหม เพราะไม่มีสตางค์เสียค่าจอดในโรงเก็บเดือนละ 50 บาท และจะบินไปไหนตามใจชอบก็ไม่ได้ หากจะทำการบิน ต้องขออนุญาตทุกครั้งไป ทั้งไม่สามารถบินให้ไกลกว่า 50 ไมล์ได้ เนื่องจากทางราชการอนุญาตให้ทำการบินได้เพียงโดยรอบสนามบินเท่านั้น เมื่อมีเรื่องยุ่งยากดังนี้ น.อ.เลื่อน จึงไม่คิดทำการบินอีกต่อไป
130,279

การแก้ไข