ผลต่างระหว่างรุ่นของ "เอไอเอ็ม-9 ไซด์ไวน์เดอร์"

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
การพัฒนา จรวดในตระกูล AIM-9 ได้เริ่มมีการทดลองวิจัยในปี ค.ศ. 1940 โดย NAVAL WEAPON CENTER ประจำการใน และออกเป็นผลผลิตในรุ่นแรกคือ AIM-9B ซึ่งเข้าค.ศ.1956 ต่อมาทั้ง US NAVY และ US AIRFORCE ได้แยกกันในการพัฒนา จึงได้เป็นผลผลิตออกมาอีกหลายรุ่นคือ AIM-9C, AIM-9D, AIM-9E, AIM-9G, AIM-9H, AIM-9J,AIM-9P และ AIM-9N ต่อมาได้หันมาร่วมมือกันในการพัฒนามา เป็น AIM-9L ทอ.ได้จัดหา AIM-9P-3 และ AIM-9P-4 เข้าประจำการเมื่อ ปี 2522 และ ปี 2532 ตามลำดับ ปัจจุบันใช้งานกับ บ.F-5 และ บ.F-16 ในส่วน 9P-3 และ 9P-4 เป็นการพัฒนา ขึ้นมาจาก AIM-9P ซึ่งมี. ความยาว 3.07 ม. เส้นผ่าศูนย์กลาง 127 มม. WINGSPAN 0.64 ม. น้ำหนัก 82 กก. โดยเพิ่ม ขีดความสามารถในส่วนควบคุมการนำวิถีจากเดิม เฉพาะAIM-9P นั้น สามารถตรวจจับ IR ได้จากทางท้าย ท่อสันดาปของ บ.เท่านั้น ให้สามารถตรวจจับ IR ได้ทุกทิศทางอีกทั้งสามารถใช้งานได้หลาย MODE ขึ้นอยู่กับระบบ AVIONICS ที่ติดตั้งใช้งานกับ บ. เช่น BORSIGHT MODE, UNCAGE SCAN MODESIGHT, SLAVED MODE หรือ HELMET-MOUNTED ในส่วน 9P-4 ได้เพิ่มชนวน เฉียดระเบิด แบบทำงานด้วยแสง เลเซอร์สะท้อนกลับ มีระยะยิงหวังผล 8 กม. ผลิตโดยบริษัท FORD AEROSPACE ซึ่งต่อมาได้ถูกซื้อกิจการต่อมาเรื่อยๆ จนปัจจุบันเป็นของ บริษัท LOCKHEED MARTIN ประเทศสหรัฐอเมริกา
[[หมวดหมู่:ขีปนาวุธ]]
[[en:AIM-9 Sidewinder]]