ผลต่างระหว่างรุ่นของ "กามิลโล เบนโซ เคานต์แห่งกาวูร์"

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
(ลบลิงก์ที่ซ้ำซ้อน wikidata)
{{เพิ่มอ้างอิง}}
{{กล่องข้อมูล ผู้นำประเทศ
| name = คากามิลโล เบนโซ ดิ คาวัวร์
| image = Francesco Hayez 041.jpg
| order = [[นายกรัฐมนตรีอิตาลี]]
| term_end = [[6 มิถุนายน]] [[พ.ศ. 2404]]
| predecessor = [[สมเด็จพระเจ้าวิคเตอร์ เอ็มมานูเอลที่ 2 แห่งอิตาลี|พระเจ้าวิคเตอร์เอ็มมานูเอลที่ 2]]
| successor = [[เบตติโนเบตตีโน ริคาโซรีกาโซลี]]
| order2 = [[รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิตาลี]]
| primeminister2 = ''ตัวเขาเอง''
| term_end2 = [[6 มิถุนายน]] [[พ.ศ. 2404]]
| predecessor2 = ตั้งตำแหน่งครั้งแรก
| successor2 = [[เบตติโนเบตตีโน ริคาโซรีกาโซลี]]
| birth_date = [[10 สิงหาคม]] [[พ.ศ. 2353]]
| birth_place = [[ตูริน]] [[ประเทศอิตาลี]]
}}
 
'''เคานต์คามิลโลกามิลโล เบนโซ ดิเคานต์แห่งกาวูร์ คาวัวร์เชลลาเรนโก และอีโซลาเบลลา''' ({{lang-enit|Count Camillo Paolo Filippo Giulio Benso, conte di Cavour, di Cellarengo e di Isolabella}}); ([[10 สิงหาคม]] [[พ.ศ. 2353]] - [[6 มิถุนายน]] [[พ.ศ. 2404]]) รัฐบุรุษชาว[[ปีดมอนต์]]ผู้มีบทบาทสำคัญในการรวมรัฐต่างๆต่าง ๆ ใน[[คาบสมุทรอิตาลี]]ให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และเป็น[[นายกรัฐมนตรี]]คนแรกของ[[อิตาลี]]
 
== ประวัติ ==
คาวัวร์กาวูร์เกิดเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2353 ที่เมือง[[ตูริน]] แห่งราชอาณาจักรปีดมอนต์ - ซาร์ดิเนีย (Piedmont - Sardinia) เป็นบุตรคนที่สองของมาร์เกเซ มาร์กเกเซมีเกเล เบนโซ ดิดี คาวัวร์กาวูร์ (Marchese Michele Benso di Cavour) และอะอาเดเล ดิดี เซลลอน (Adele di Sellon) ตระกูลคาวัวร์กาวูร์เป็นตระกูลเก่าแก่ซึ่งเคยรับราชการทหารและเป็นข้าราชการพลเรือนใรสมัยในสมัย[[ราชวงศ์ซาวอย]] ตั้งแต่[[คริสต์ศตวรรษที่ 16]] มารดาของคาวัวร์เป็นชาวกาวูร์เป็นชาว[[เจนีวา]]โดยกำเนิดและนับถือศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสแตนต์ลักธิคัลแวงและเป็นผู้นำอิทธิพล
ของลัทธิ[[เสรีนิยม]]จากนครเจนีวามาสู่ครอบครัว
 
คาวัวร์กาวูร์มีพ่อทูนหัวและแม่ทูนหัวคือ [[เจ้าชายคาชายกามิลโล บอร์กีสบอร์เกเซ]] (CarmilloCamillo Borghese) และ[[เจ้าหญิงพอลีน โบนาปาร์ต]] (Pauline Bonaparte) ซึ่งเป็นพระขนิษฐาที่[[จักรพรรดินโปเลียนที่ 1]] โปรดปรานมากที่สุด คาวัวร์กาวูร์จึงมีชื่อแรกว่า "คากามิลโล" เช่นเดียวกับพ่อทูนหัวของเขา
 
ระหว่าง พ.ศ. 2363 - 2369 คาวัวร์กาวูร์ได้เข้าศึกษาวิชาการทหารในโรงเรียนนายร้อยที่เมืองตูริน และใน พ.ศ. 2367 เขาได้รับแต่งตั้งเป็ฯมหาดเล้กประจำพระองค์ของ[[เจ้าชายชาลส์ อัลเบิร์ตแอลเบิร์ต]] (Charles Albert) แต่คาวัวร์กาวูร์ไม่สนใจหรือตื่นเต้นเท่าใดนัก เขากลับไม่พอใจในเครื่องแบบของมหาดเล็ก ซึ่งเขาพิจารณพิจารณาว่าแท้จริงแล้วก็เครื่องแบบคนใช้ดีๆดี ๆ นี่เอง เมื่อคาวัวร์กาวูร์สำเร็จการศึกษาและได้รับสัญญาบัตรนายทหารแล้ว เขาได้แสดงความปิติยินดีอย่างเปิดเผยที่จะได้ถอดเครื่องแบบมหาดเล็กทิ้งไป ทำให้เจ้าชายชาลส์ อัลเบิร์ตแอลเบิร์ต กริ้วมากถึงกับขับคาวัวร์กาวูร์ออกไปจากราชสำนัก
 
== ชีวิตทหาร ==
คาวัวร์กาวูร์เริ่มชีวิตทหารด้วยการเป็นทหารช่าง โดยประจำการที่เมืองตูรินเป็นแห่งแรก ระหว่างรับราชการทหาร เขาได้มีโอกาสอ่านหนังสือหลายเล่มซึ่งเขียนโดยนักปรัชญาและรัฐบุรุษที่มีเชื่อเสียงเช่น [[โอกูสต์กุสต์ กงต์]] (Auguste Comte) [[ฟรองซัวฟร็องซัว ปีแยร์ กีโยม กีโซ]] (Francios Pierre Guillaume Guizot) [[อดัมแอดัม สมิท]] (Adam Smith) [[เจเรมี เบนทัม]] (Jeremy Bentham) และ[[เดวิด ริคาร์โด]] (David Ricardo) ทำให้เขาได้รับอิทธิพลทางความคิดเกี่ยวกับลัทธิเสรีนิยมมาจากหนังสือดังกล่าว
 
ใน พ.ศ. 2373 เขาถูกส่งไปประจำการที่เมืองเจนัว ณ ที่นั้น เขามีโอกาสได้รู้จักกับ อันนา จูสตีนยานีกวิสตีนีอานี ชิอาฟฟีโนสเกียฟฟีโน (Anna Guistiniani Schiaffino) ซึ่งแก่กว่าคาวัวร์กาวูร์ 3 ปี บ้านของเธอเป็นที่ชุมนุมของบรรดาสมาชิก[[สมาคมคาร์การ์โบนารี]] ซึ่งคาวัวร์กาวูร์ก็ได้รู้จักกับ จูเซปเป มาซซีนีมัซซีนี (Giuseppe Mazzini) สมาชิกคนหนึ่ง ต่อมา บารอนเซเวริโนเวรีโน คาสซิโอกัสซีโอ (Baron Severino Cassio) นายทหารเพื่อนเก่าของคาวัวร์กาวูร์ ซึ่งเป็นผู้ปลุกฝังความคิดทางการเมืองและความรักชาติให้แก่เขาในขณะที่อยู่โรงเรียนนายร้อยได้ย้ายมาประจำการที่เจนัว จากความสนิทสนมกับคาสซิโอทำให้คาวัวร์กาวูร์มีความคิดเห็นทางการเมืองรุนแรงมาก
 
ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2373 ได้เกิดการปฏิวัติในฝรั่งเศส การปฏิวัติครั้งนี้เป็นปัจจัยที่ทำให้เร่งเร้าการปฏิวัติของคาวัวร์กาวูร์ โดยการแสดงออกอย่างเปิดเผยต่อระบอบสาธารณรัฐของเขา ทำให้ทางการเริ่มสงสัยและส่งคนออกคอยติดตาม แต่บิดาของคาวัวร์กาวูร์ก็ได้เข้าแทรกแซง สุดท้ายจึงเพียงแต่ถูกย้ายไปประจำที่ป้อมบาร์ดบนภูเขาสูงที่ห่างไกล และในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2374 คาวัวร์กาวูร์จึงลาออกจากราชการทหาร
 
== เริ่มชีวิตการเมือง ==
หลังจากลาออกจากราชการทหารแล้ว คาวัวร์กาวูร์ได้กลับไปอยู่กับบิดาที่เมืองตูริน และต่อมาก็ได้รับแต่งตั้งเป็นเทศมนตรีประจำหมู่บ้านแห่งหนึ่งทางใต้ของตูริน ในขณะเดียวกันก็ได้รับมอบหมายให้ดูแลทรัพย์สินและที่ดินของบิดาที่เมืองเลรี (Leri)
 
คาวัวร์กาวูร์บริหารทรัพย์สินของบิดาเป็นเวลา 16 ปี ระหว่างนั้น เขาได้มีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศหลายครั้งและนำวิธีการปรับปรุงการเกษตรของอังกฤษมาใช้ ทำให้สามารถเพิ่มรายได้ให้แก่บิดา ตัวเขาเองและผู้เช่าที่ดิน ต่อมาคาวัวร์กาวูร์ได้ลงทุนทำธุรกิจกับเพื่อนชาวสวิส และประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี นอกจากนี้เขายังได้จัดตั้งสมาคมการเกษตรแห่งราชอาณาจักรปีดมอนต์ (Piedmontese Agricultural Society) ระหว่างนั้นคาวัวร์กาวูร์เดินทางไป[[อังกฤษ]] [[ฝรั่งเศส]] และ[[สวิตเซอร์แลนด์]]บ่อยครั้ง ทำให้เขามีความรู้กว้างขวางเกี่ยวกับยุโรปและการปกครองระบอบ[[ประชาธิปไตย]] คาวัวร์กาวูร์ถือโอกาสนี้ศึกษาปัญหาทางการเมืองและเศรษฐกิจของยุโรปไปด้วย เขาได้ฟังปาฐกถาและอภิปรายปัญหาดังกล่าวกับบุคคลสำคัญๆสำคัญ ๆ แห่งยุค เช่น ดุ๊ก เดอ โบรกลิดุ๊กเดอเบรย (Duc de Broglie), อาดอร์ฟ[[อาดอลฟ์ ตีเยแยร์]] (Adolphe ThierThiers), [[ไมเคิล ฟาราเดย์]] (Michael Faraday), [[เซอร์ โรเบิร์ต พีล]] (Sir Robert Peel), [[ลอร์ดจอห์น รัสเซลล์]] (Lord John Russell) เป็นต้น
 
ใน พ.ศ. 2390 พระเจ้าชาร์ลชาลส์ อังแอลเบิร์ต ทรงปฏิรูปอาณาจักรปีดมอนต์ - ซาร์ดิเนียร์ดิเนีย ทรงแก้ไขพระราชบัญญัติโดยพระราชทานเสรีภาพแก่หนังสือพิมพ์ คาวัวร์กาวูร์จึงถือโอกาสนี้ออกหนังสือพิมพ์ชื่อ '''Il Risorgimento''' ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นกระบอกเสียงสำคัญของการเผยแพร่ลักธิเสรีนิยม ใน พ.ศ. 2391 เมื่อข่าวปฏิวัติเดือนกุมภาพันธ์ในปารีสก่อให้เกิดการประท้วงในราชอาณาจักรปีดมอนต์ - ซาร์ดิเนีย พระเจ้าชาร์ลชาลส์ อัลเบิร์ตแอลเบิร์ต จึงตัดสินพระทัยพระราชทานรัฐธรรมนูญตามข้อเสนอของคาวัวร์กาวูร์ เมื่อชาวเมือง[[มิลาน]]ทำการปฏิวัติต่อ[[จักรวรรดิออสเตรีย]] บทความในหนังสือพิมพ์ Il Risorgimento ทำให้พระเจ้าชาร์ลชาลส์ อัลเบิร์ตแอลเบิร์ตทรงตัดสินพระทัยประกาศสงครามต่อจักรวรรดิออสเตรียเมื่อวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2391
 
ระหว่างสงคราม คาวัวร์กาวูร์ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกรัฐสภาสังกัดพรรคอนุรักษนิยม กองทัพปีดมอนต์แพ้กองทัพออสเตรีบออสเตรียอย่างราบคาบที่[[เมืองโนวารา]] ทำให้พระเจ้าชาร์ลชาลส์ อัลเบิร์ตแอลเบิร์ต ต้องสละราชบัลลังก์ให้แก่พระราชโอรสของพระองค์คือ [[พระเจ้าวิกเตอร์ เอ็มมานูเอลที่ 2]] ต่อมาเมื่อมีการยุบสภาในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2392 คาวัวร์กาวูร์ได้รับเลือกเป็นสมาชิกรัฐสภาอีกครั้งหนึ่งในการเลือกตั้งเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2392 ระหว่างนั้นพรรคฝ่ายค้านได้เรียกร้องให้รัฐบาลทำสงครามกับออสเตรียต่อไป แต่คาวัวร์กาวูร์ไม่เห็นด้วย
 
ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2393 คาวัวร์กาวูร์ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร ในรัฐบาลของนายกรัฐมนตรี [[มัสซีโม ดาเซกลีโอลโย]] (Massimo d'Azeglio) และต่อมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรงการคลัง เขาเป็นรัฐมนตรีที่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นผู้ที่มีอิทธิพลมากที่สุดในคระคณะรัฐบาล คาวัวร์กาวูร์ได้ทำสนธิสัญญาหลายฉบับกับฝรั่งเศส เบลเยียม และอังกฤษ โดยส่งเสริมการค้าแบบเสรี ในขณะเดียวกันก็พยายามแสวงหาทางที่จะตั้งเครือข่ายผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจกับประเทศมหาอำนาจเพื่อนำไปสู่ความร่วมมือทางการเมืองและเพื่อต่อต้านจักรวรรดิออสเตรีย
 
== นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรปีดมอนต์ - ซาร์ดิเนีย ==
[[ไฟล์:Mayer, Léopold Ernest (1817-ca. 1865) & Pierson, Pierre Louis (1822-1913) - Camillo Benso di Cavour (+1861).jpg|thumb|right|คาวัวร์กาวูร์ขณะขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักซาร์ดิเนีย (ทศวรรษที่ 1850).]]
ต่อมา ปัญหาการเมืองภายในประเทศทำให้นายกรัฐมนตรีดาเซกลีโอลโยลาออก พระเจ้าวิกเตอร์ เอ็มมานูเอลที่ 2 ทรงมอบหมายให้คาวัวร์กาวูร์เป็นผู้จัดตั้งคณะรัฐบาลขึ้นในเดือนพฤศจิกายน [[พ.ศ. 2395]] คาวัวร์กาวูร์ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรปีดมอนต์ - ซาร์ดิเนีย ขณะเดียวกันกลุ่มผู้รักชาติก็คาดหวังว่าราชอาณาจักรปีดมอนต์ - ซาร์ดิเนีย จะเป็นผู้นำในการรวมอิตาลีให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
 
คาวัวร์กาวูร์เชื่อว่าการรวมอิตาลีนั้นจะสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อสามารถขับไล่ออสเตรียออกไปจากคาบสมุทรอิตาลีได้สำเร็จจำเป็นต้องแสวงหาพันธมิตร เขาตระหนักว่าก่อนที่จะได้มหาอำนาจมาเป็นพันธมิตร ปีดมอนต์ - ซาร์ดิเนีย จะต้องเป็นราชอาณาจักรที่มีฐานะทางเศรษฐกิจมั่นคงเพียบพร้อม ดังนั้นเมื่อเขาได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เขาจึงเร่งปฏิรูปประเทศ โดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจ ในการนี้เขาได้มุ่งมั่นส่งเสริมการเกษตร อุตสาหกรรมและการพานิชย์ การปรับปรุงระบบคมนาคมอันเป็นหัวใจสำคัญขอวการพานิชย์และอุตสาหกรรม จึงมีการสร้างทางหลวง ทางรถไฟ ปรับปรุงท่าเรือและขุดลอกคลองต่างๆ ในขณะเดียวกันก็มีการปฏิรูประบบธนาคาร ขยายสินเชื่อ ก่อตั้งบริษัทร่วมลงทุนและส่งเสริมการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ในไม่ช้านโยบายปรับปรุงเศรษฐกิจดังกล่าวทำให้การคลังของราชอาณาจักรมั่นคง มีงบประมาณเพียงพอที่จะบำรุงกองทัพบกและกองทัพเรือให้เจริฐก้าวหน้าพร้อมเข้าสู่สงครามได้
 
ต่อมาในช่วง[[สงครามไครเมีย]] คาวัวร์กาวูร์นำราชอาณาจักรปีดมอนต์ - ซาร์ดิเนีย เข้าร่วมสงคราม โดยหวังที่จะนำปัญหาของอิตาลีเสนอต่อประเทศมหาอำนาจและเพื่แสดงให้เห็นว่าราชอาณาจักรปีดมอนต์ - ซาร์ดิเนีย มีฐานะทางการเมืองและการทหารไม่ด้อยไปกว่ามหาอำนาจ จึ งจึงมีการทำสนธิสัญญากับอังกฤษและฝรั่งเศสเพื่อร่วมกันทำสงครามกับ[[รัสเซีย]]ซึ่งส่งกองทัพเข้าโจมตี[[จักรวรรดิออตโตมัน]] ราชอาณาจักรปีดมอนต์ - ซาร์ดิเนีย ได้ส่งทหาร 18,000 คนเข้าร่วมสงครามครั้งนี้ และได้ทำชื่อเสียงในการรบที่เมืองเซอร์นายา ทำให้คาวัวร์กาวูร์ได้รับความศรัทธาและความไว้วางใจจากผู้นำอังกฤษและฝรั่งเศส ระหว่างประชุมสันติภาพที่กรุงปารีส คาวัวร์กาวูร์ได้กล่าวคำปราศรัยโจมตีการปกครองข่มขี่อย่างทารุณของจักวรรดิออสเตรียในภาคเหนือของคาบสมุทรอิตาลี และได้รับความเห็นใจจากประเทศพันธมิตรเป็นอย่างมาก
 
== นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรอิตาลี ==
ในวันที่ [[17 มีนาคม]] [[พ.ศ. 2404]] ได้มีการประกาศจัดตั้ง[[ราชอาณาจักรอิตาลี (ค.ศ. 1861-1946)|ราชอาณาจักรอิตาลี]]ขึ้น โดยมี[[พระเจ้าวิคเตอร์เอ็มมานูเอลที่ 2 แห่งอิตาลี|พระเจ้าวิคเตอร์เอ็มมานูเอลที่ 2]] เป็นพระมหากษัตริย์ คาวัวร์กาวูร์มีความเห็นว่า[[กรุงโรม]]เหมาะที่จะเป็นเมืองหลวงมากกว่าเมือง[[ตูริน]]
 
ในระยะปีหลังๆหลัง ๆ สุขภาพของคาวัวร์กาวูร์ได้เสื่อมโทรมลง จนทรุกทรุดหนักและล้มเจ็บ และถึงแก่อสัญกรรมในวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2404 ศพฝังอยู่ที่ สุสานบรรพบุรุษที่เมืองซันเตนา
 
== อ้างอิง ==
 
{{เริ่มกล่อง}}
{{สืบตำแหน่ง | ก่อนหน้า=- | ตำแหน่ง=[[นายกรัฐมนตรีอิตาลี]]| ปี=พ.ศ. 2404 | ถัดไป= [[เบตติโนเบตตีโน ริคาโซรีกาโซลี]] }}
{{สืบตำแหน่ง | ก่อนหน้า=- | ตำแหน่ง=[[รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิตาลี]]| ปี=พ.ศ. 2404 | ถัดไป= [[เบตติโนเบตตีโน ริคาโซรีกาโซลี]] }}
{{จบกล่อง}}
 
140,772

การแก้ไข