เปิดเมนูหลัก

การเปลี่ยนแปลง

ไม่มีการเปลี่ยนแปลงขนาด, 5 ปีที่แล้ว
== ทฤษฎีสมทบ ==
กล่าวกันว่าภาพวาดนี้ ดาวินชี ตั้งใจจะวาดภาพของตนเองเพื่อเป็นและภาพวาดชิ้นนี้เมื่อส่องกับกระจกเงา จะพบว่ามุมการมองภาพรู้สึกเป็นธรรมชาติไม่แตกต่างจากการมองแบบปกติ เหมือนที่ ดา วินชี กล่าวไว้ว่า "ภาพเขียนที่จิตรกรคิดว่าสวยงามในทุกด้านและทุกมุมมองนั้น ต้องพิจารณาภาพๆนั้นในกระจกเงาด้วย" และจากการฉายรังสีที่ภาพวาด ทำให้พบว่าภาพเขียนนี้ถูกซ่อนเจตนาที่แท้จริงหลายอย่าง และยังเคยถูกเขียนทับโดยผู้ป่วยจิตเวศด้วย
และอีกทฤษฎีคือ แรงบันดาลใจมาจากชายหนุ่มชื่อ "จิแอน จิอาโคโม คาปรอตติ" หรือที่ดาวินชี เรียกว่า "ซาฟารีซาไล" ซึ่งเป็นเมียน้อยคนสนิทของดาวินชี
โดยคาปรอตติได้ทำงานเป็นผู้ช่วยของดาวินชีอยู่กว่า 25 ปี และตลอด 25 ปีนั้น ทั้งคู่ก็มีความสัมพันธ์ที่คลุมเครือมาก ก็อาจเป็นไปได้ว่า
คาปรอตติ เป็นชายคนรักของดาวินชีก็เป็นได้และเพื่อสนับสนุนทฤษฎีดังกล่าว ซิลวาโน วินเชตี้ ได้นำภาพเหมือนของคาปรอตติ ผลงานของ
ลีโอนาโด ดาวินชี มาเปรียบเทียบกับภาพโมนาลิซ่า พบว่า โมนาลิซ่า และ คาปรอตติ มีใบหน้าพิมพ์เดียวกัน และหากคาปรอตติไม่มีคิ้ว
ก็จะมีความคล้ายคลึงกับโมนาลิซ่ามาก จึงมีความเป็นไปได้อย่างยิ่งว่า รูปภาพโมนาลิซ่า เป็นคาปรอตติในคราบผู้หญิง ไม่ได้เป็นภาพของ ลิซ่า เกราดินี
ภรรยาพ่อค้าค้าประเวณีผ้าไหมเมืองฟลอเรนซ์ ดังที่นักวิชาการสันนิษฐานกันก่อนหน้านี้แต่อย่างใด�นอกจากนี้ ไม่เพียงแต่ โมนาลิซ่า และ คาปรอตติ จะมีใบหน้าพิมพ์เดียวกันเท่านั้น ทฤษฎีนี้ยังไขปริศนาตัวอักษร L และ S ในภาพของโมนาลิซ่า
อีกด้วยโดยตัวอักษร L ที่ปรากฏในดวงตาขวา ย่อมาจาก Leonardo (ลีโอนาโด) ส่วนตัวอักษร S ที่ปรากฏในดวงตาซ้ายก็ย่อมาจาก Safari (ซาฟารีซาไล) นั่นเองทั้งนี้ ทฤษฏีดังกล่าว เป็นเพียงการตข้อสันนิษฐานของผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น
1+1=2
ความจริงแล้วโมนาลิซาตาบอดและลีโอนาโดพยายามจะมีเพศสัมพันธ์กับโมนาลิซา
ผู้ใช้นิรนาม