เปิดเมนูหลัก

การเปลี่ยนแปลง

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
{{ต้องการอ้างอิง}}
{{กล่องข้อมูล นักบุญ
| ชื่อ = นักบุญฟรันซิสโก คาเบียร์
| ภาพ =FranciscusXavier.jpg
| ขนาดภาพ =200
}}
 
'''[[นักบุญ]]ฟรันซิสโก คาเบียร์ ''' ({{lang-en|Francis Xavier}}, {{lang-es|Francisco Javier}}, {{lang-eu|Frantzisko Xabierkoa}}{{lang-la|Franciscus Xaverius}}) ชื่อจริง '''Francisco de Jaso y Azpilicueta'''(อ่านว่า ฟรันซิสโก เด ฆาโซคาโซ อี อัสปิลิกุเอตา) ในประเทศไทยรู้จักในนาม '''ฟรังซิสเซเวียร์''' เป็น[[บาทหลวง]][[โรมันคาทอลิก]]ชาว[[แคว้นนาวาร์]] [[ประเทศสเปน]] เป็นผู้นำ[[ศาสนาคริสต์]]มาเผยแพร่ที่[[ประเทศญี่ปุ่น]]เป็นคนแรกตลอดจนประเทศต่าง ๆ เช่น [[อินเดีย]] [[ศรีลังกา]] [[มาเลเซีย]] [[จีน]] [[ญี่ปุ่น]] เสียชีวิต ณ หมู่เกาะซ้างชวน [[ประเทศจีน]] และได้รับ[[การประกาศเป็นนักบุญ]]
 
ฟรันซิสโก ฆาคาเบียร์ เป็นสมาชิกแรกเริ่ม และหนึ่งในสมาชิกที่มีชื่อเสี่ยงมากที่สุดคนหนึ่งของ[[คณะแห่งพระเยซูเจ้า]] ซึ่งเขามีความสนิทสนมกับ นักบุญ[[อิกเนเชียสแห่งโลโยลา]]ผู้ก่อตั้งคณะ
 
== สถานะการณ์ทางประวัติศาสตร์เมื่อเกิด ==
 
ฟรันซิสโก ฆาคาเบียร์ เกิดในปี [[ค.ศ. 1506]]. หกปีหลังจากนั้น [[ค.ศ. 1512]] ได้เกิด[[การยึดครองแคว้นนาบาร์รา]] โดยกองทัพ [[แคว้นกาสติยา]]และ[[แคว้นอารากอง]] ภายใต้การควบคุมของ [[Fadrique Álvarez de Toledo y Enríquez de Quiñones|Fadrique Álvarez de Toledo]], [[ดยุกแห่งออลบา]] ตามพระราชโองการของ[[พระเจ้าเฟร์นันโดที่ 2 แห่งอารากอน]] ซึ่งทำให้เกิดสงครามกลางเมืองนาบาร์ราที่ยุติในปี [[ค.ศ. 1524]] สงครามครั้งนี้ทำให้อาณาจักรนาบาร์ราถูกแบ่งแยกโดยที่นาบาร์ราสูงตกไปอยู่ในกาปกครองของแคว้นกาสติยาถึงแม้ว่าจะคงความเป็นอาณาจักรถึงคริสต์ศตวรรษที่ 16 ส่วนนาบาร์ราต่ำซึ่งอยู่บริเวณทางเหนือของ[[เทือกเขาพิเรนีส]]ยังคงเป็นรัฐอิสระ แต่ภายหลังก็เข้าร่วมกับฝรั่งเศส
 
ฟรันซิสโก ฆาเบียร์คาเบียร์ เกิดในตระกูลชั้นสูงในราชวงศ์อะกรามอนต์ ผู้ปกครองนาบาร์รา บิดาของเขาชื่อ ฆวน เด ฆาโซคาโซ ซึ่งเป็นประธานสภาที่ปรึกษาของ กษัตริย์ ฆวนที่ 2 แห่งอัลเบรต หลังจากการยึดครองของกาสติยา ฆวนผู้เป็นบิดาและครอบครัวได้หนีภัยไปอยู่ที่ แบร์อาร์น และได้เสียชีวิตที่นั่นในเวลาต่อมา มิเกล และฆวน พี่ชายของฟรานซิสโก ฆาเบียร์คาเบียร์ ได้มีบทบาทสำคัญในการทำศึกเพื่อนำนาบาร์รากลับมาอีกครั้ง ในปี ค.ศ.1521 มิเกล และฆวน ได้ต่อสู้กับ อิกนาซิโอ แห่งโลโยลา ทหารของกาสติยาที่ประจำที่ปัมโปลนา และ อิกนาซิโอได้รับบาดเจ็บ แต่ถึงกระนั้นกองทหารกาสติยาก็ชัยชนะอย่างราบคาบในที่สุด ในไม่กี่ปีต่อมา อิกนาซิโอ แห่งโลโยลาได้ก่อตั้ง[[คณะแห่งพระเยซูเจ้า]] และมีฟรันซิสโก ฆาเบียร์คาเบียร์ เป็นสหายและผู้รวมงาน
 
== ประวัติ ==
 
ฟรันซิสโก ฆาเบียร์คาเบียร์ เกิดที่ปราสาท ฆาเบียร์คาเบียร์ ที่อำเภอฆาเบียร์คาเบียร์ แคว้นนาบาร์รา สเปน ซึ่งในเวลานั้นคืออาณาจักรนาบาร์รา เกิดในวันที่ 7 เมษายน ค.ศ.1506 ในครอบครัวชั้นสูงของนาบาร์รา บิดาของเขาคือ ฆวน เด ฆาโซคาโซ ประธานสภาที่ปรึกษาของ กษัตริย์ ฆวน ที่ 2 แห่งอัลเบรต มารดาของเขาคือ มารีอา เด อะซิปิลิกัวตา ซึ่งมาจากเชื้อสายเดียวกับ มาร์ติน เด อะซิปิลิกัวตา ผู้ได้รับสมญานาม doctor navarrus นางเป็นลูกสาวคนสุดท้อง มีพี่น้องคือ : มักดาเลนา, อันนา, มิเกล, ฆวน และตัวนางเอง
 
ฟรันซิสโก ฆาเบียร์คาเบียร์ มีชีวิตวัยเยาว์ที่ได้รับผลกระทบการสูญเสียเอกราชของนาบาร์รา ซึ่งครอบครัวของเขาได้รับผลกระทบอย่างมาก พี่น้องของเขาที่เป็นทหารของกษัตริย์ ฆวนที่ 3 แห่งนาบาร์ราถูกคุมขัง ด้วยเหตุนี้กระมังที่ทำให้ฟรานซิสโก ฆาเบียร์คาเบียร์ สนใจที่จะเรียนด้านศาสนาและทำการเผยแพร่ภายได้ความคุ้มกันของโปรตุเกส
 
=== การศึกษาในปารีส ===
 
ในปี ค.ศ. 1542 ฟรันซิสโก ฆาเบียร์คาเบียร์ ได้ตัดสินใจเดินทางไปศึกษา ที่[[มหาวิทยาลัยปารีส]] ซึ่งก่อนหน้านี้เขาได้รับการศึกษาในหลายสถาบัน ในหลายเมืองของนาบาร์รา และก่อนที่จะเข้ารับการศึกษาในปารีสเขาได้เรียนในปัมโปลนา
 
ในเดือนกันยายน ค.ศ.1525 ฟรันซิสโก ฆาคาเบียร์ เดือนทางไปศึกษาที่ปารีส ซึ่งที่นั่นเองเขาได้รู้จักกับอิกนาซิโอแห่งโลโยลา ผู้เป็นพื่อนสนิท และต่อมาได้รับการประกาศเป็นนักบุญ อิกนาซิโอไม่เคยทิ้งฟรังซิสโก ฆาคาเบียร์ ในยามลำบาก เช่นเมื่อฟรังซิสโก ฆาคาเบียร์ มีปัญหาด้านการเงิน
 
ฟรันซิสโก ฆาคาเบียร์ เดือนทางไปศึกษาพร้อมกับสหายอีกห้าคน ซึ่งในเวลาต่อมาคือจุดกำเนิดของ[[คณะแห่งพระเยซูเจ้า]] หลังจากที่สำเร็จการศึกษา วันที่ 15 กันยายน ค.ศ.1534 เหล่าสหายได้ปฏิญาณตนเพื่อถือความรักและความบริสุทธิ์ และในขณะเดียวกันได้ให้คำสัญญาเพื่อจะเดินทางไป [[แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์]] ส่วนฟรังซิสโก ฆาเบียร์คาเบียร์ อยู่ที่ปารีสต่ออีกสองปีเพื่อเรียนเทววิทยา หลังจากนั้นได้รวมการบริหารจิตกับอิกนาซิโอแห่งโลโยลา
 
ปี ค.ศ. 1537 ฟรันซิสโก ฆาคาเบียร์ กับอิกนาซิโอแห่งโลโยลาเดินทางไปกรุงโรมเพื่อขอพรจากสมเด็จพระสันตะปาปาเปาโลที่ 3 ก่อนการเดือนทางไป[[แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์]] แต่การเดินทางก็ไม่สามารถเกิดขึ้นเนื่องจากเกิดสงครามระหว่าง[[เวนิส]]และ[[ตุรกี]] เมื่อสหายทั้งสองได้รับ[[ศีลอนุกรม]]เมื่อมาถึงเวนิส ในวันที่ 24 มิถุนายนของปีเดียวกัน ในขณะที่รอเรือเพื่อจะไป[[แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์]] พวกได้เริ่มพระกาศความเชื่อให้กับคนรอบข้าง และพวกเขาได้เสนอตัวต่อสมเด็จพระสันตะปาปาเพื่อจะไปประกาศความรักของพระเจ้าในสถานที่ใดก็ตาม ด้วยเหตุนั้นนี่เองพวกเขาเดินทางไป[[ลิสบอน]]ในปี ค.ศ.1540 เพี่อเริ่มชีวิต[[มิชชันนารี]] เหตุที่ต้องเดินทางไป[[ลิสบอน]]ก็เพราะเอกอัครราชทูตโปรตุเกส ณ กรุงโรม ได้ขอสมาชิกจำนวนหนึ่งจากอิกนาซิโอแห่งโลโยลา ในนามของกษัตริย์เจาที่3 แห่งโปรตุเกส เพื่อส่งไปยังอินเดีย ส่วนฟรังซิสโก ฆาคาเบียร์ ถูกส่งไปโดยพระสันตะปาปาโดยได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้แทนพระองค์ในแผ่นดินของทะเลแดง อ่าวเปอร์เซีย และทะเลทั้งสองฝั่งของแม่น้ำคงคา
 
== เส้นทางการแพร่ธรรม ==
 
[[ไฟล์:Xavier f map of voyages asia.PNG|thumb|350px|เส้นทางการแพร่ธรรมของนักบุญฟรันซิสโก ฆาเบียร์คาเบียร์ ]]
 
การเดินทางเท้าจากโรมไปลิสบอนโดยพักที่ อัสเปอิเตีย (อยู่ที่[[จังหวัดกีปุสกัว]] ประเทศสเปน) เพื่อมอบจดหมายของอิกนาซิโอแห่งโลโยลาให้แก่ครอบครัว ซึ่งในขณะเดียวกันนั้นพวกเขาก็เทศนาสั่งสนในทุกๆทุก ๆ หมู่บ้านที่เดินทางผ่าน
 
วันที่ 7 เมษายน ค.ศ.1541 วันที่ฟรันซิสโก ฆาคาเบียร์ อายุครบ 35 ปีเป็นวันที่เริ่มเดินทาง วันที่ 22กันยายน เรือเทียบท่า[[โมซัมบิก]] และได้อยู่ที่นั้นถึงเดือนกุมภาพันธ์ของปีถัดไป ซึ่งที่นี่เขาได้ช่วยงานในโรงพยาบาลและที่นั่นเขาได้รู้ถึงความเอารัดเอาเปรียบต่อคนผิวดำ ซึ่งทำให้เขาพบกับความขัดแย้งเริ่มแรก
 
หลังจากที่เปลี่นเรือที่เมลินด์และโซโกตรา ฟรันซิสโก ฆาคาเบียร์ ก็เดินทางถึง[[กัว]](ซึ่งต่อมาได้เป็นเมืองหลวงของอินเดียภายใต้โปรตุเกส) ในวันที่ 6 พฤษภาคม ค.ศ.1542 เขาได้ปรับปรุงหนังสือคำสอนคาทอลิกของ ฆวน บาร์โรส และได้ออกเผยแพร่ความเชื่อตามเมืองต่างๆต่าง ๆ ในหลายครั้งได้ช่วยเหลือคนไกล้ตาย เยี่ยมผู้ต้องขัง และช่วยเหลือผู้ยากไร้
 
เพื่อที่จะเข้าถึงประชาชนได้ง่ายขึ้น ฟรันซิสโก ฆาคาเบียร์ ได้เรียนภาษาของชนชาติที่เขาเผยแพร่ศาสนา หลังจากที่เขาได้ปฏิเสธิตำแหน่งอธิการสามเณราลัยนักบุญเปาโล เขาจึงเดินทางไปเกาะแห่งการหาปลา ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1542 และอยู่ที่นั่นมากกว่าหนึ่งปี
 
ฟรันซิสโก ฆาเบียร์คาเบียร์ ได้ประกาศศาสนาให้แก่ชาวปาระวัส และได้รับการต่อต้านจากพราหมณ์ในย้ายนั้น เขาเรียนภาษาทมิฬ แปลหนังสือเกี่ยวกับศาสนา และได้เทศนาเกี่ยวกับนรกและสวรรค์
 
เดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1543 ฟรันซิสโก ฆาคาเบียร์ ได้เจอกับสหายของเขามิเซร์เปาโลและมานซิยาที่กัวและได้ขอมิชชันนารีเพิ่มจากบิขอป เขาได้บาทหลวงเพิ่มอีก 6 คน ซึ่งเขาและเพื่อนร่วมงานใหม่ได้เดินทางไปเกาะแห่งการหาปลาอีกครั้ง ระหว่างการเดินทางเขาได้เขียนจดหมายหลายฉบับไปยังสหายในโรม หนึ่งในนั้นมีใจความว่า
{{quote|คริสตชนเราละเลยส่วนนี้ เนื่องจากว่ามีคนทื่ทำหน้าที่ประกาศพระวรสาร หลายครั้งหลายคราวที่ฉันมีความคิดที่ไปยังมหาวิทยาลัยเหล่านั้น และฉันจะใช้เสียงเหมือนคนแพ้คดีความ และโดยเฉพาะมหาวิทยาลัยปารีส ไปพูดที่ซอร์บอนกับคนที่มีความรู้มากกว่าความตั้งใจเพราะต้องการได้ดอกผลจากความรู้นั้นว่า มีวิญญาณมากมายที่ไม่ได้ไปสู่สิริรุ่งโรจน์เนื่องจากความละเลยของพวกเขา มีจำนวนมากเหลือเกินคนที่รับเชื่อ[[พระคริสต์]]ในแผ่นดินเหล่านี้ที่ฉันเดินอยู่ และหลายครั้งที่ฉันเหน็ดเหนื่อยเนื่องจากการโอบกอดใน[[ศีลล้างบาป]] ฉันไม่สามารถกล่าวข้อความเชื่อและพระบัญญัติและบทภาวนาอื่น ๆ ในภาษาของพวกเขาหลายครั้ง}}
 
ที่เกาะหาปลาได้แบ่งงานเป็นเขตให้แก่ผู้รับผิดชอบ หลังจากแบ่งงานแล้วฟรังซิสโก ฆาคาเบียร์ เดินทางไปยังมานาปาร์ เขาอยู่ที่นั่นหนึ่งเดือนและได้โปรดศีลล้างบาปให้มากกว่าหนึ่งหมื่นคน
 
ระหว่างปีค.ศ1544 ฟรันซิสโก ฆาคาเบียร์ เดินทางเผยแพร่ศาสนามากกว่ายี่สิบครั้ง เขาได้กลับไปยังกัวและหารือกับผู้ว่าการเมือง เพื่อขอกำลังทหารและขอติดตามไปช่วยเหลือ[[คริสต์ศาสนิกชน]]ที่โดนประหารในศรีลังกา แต่ว่าด้วยเหตุผลบางประการการเดินทางนี้ไม่เกิดขึ้น
 
ปีค.ศ.1545 ฟรันซิสโก ฆาคาเบียร์ เดินทางไปยังเกาะมาลุกะพร้อมกับสหาย ฆวน เอยโร และก็ถึงมะละกาในเวลาต่อมา ในเวลาสามเดือนฟรันซิสโก ฆาคาเบียร์ ได้เรียนภาษาขั้นพื้นฐานและทำความคุ้นเคยกับวัฒนธรรมท้องถิ่น และเขาก็ได้แปลหลักการพื้นฐานของความเชื่อคาทอลิกด้วยควมช่วยเหลือของผู้รู้คนอื่น และในปีเดียวกันเขาเขียนจดหมายกราบทูลกษัตริย์โปรตุเกสเกี่ยวกับ ''ความไม่ยุติธรรมและการดูถูกเหยียดหมายของจำนวนหน้าที่ของพระองค์''
 
เดือนมกราคม 1546ออกเดินไปยังเกาะอมบอรีโอและเทอร์เนตหลังจากที่เขียน ''คู่มือสำหรับครูคำสอนของคณะแห่งพระเยซูเจ้า'' ในเวลาเดือนครึ่งถึงไปยังจุดหมาย ฟรังซิสโก ฆาคาเบียร์ ประกาสความเชื่อไปในหลายเกาะในเขตเซรัน ตามตำนานกล่าวว่าปูต้วหนึ่งเอากางเขนที่หายไปตอนมีพายุมาคืนเขา
 
เดือนมิถุนายน ฟรันซิสโก ฆาคาเบียร์ เดินทางถึงเทอร์เนต ซึ่งเป็นเมืองการค้าเครื่องเทศที่มั่งคั่งของโปรตุเกส เขาอยู่ที่นั่นเป็นเวลาสามเดือน จากที่นั่นเขาเดือนทางไปยังเกาะโมโรและอยู่ที่นั่นอีกสามเดือน จากที่เกาะนั้นเขาเดือนทางต่อไปยังโคชิ ถึงโคชิเมื่อวันที่ 13 มกราคม ค.ศ.1548
 
หลังจากที่ได้ตรวจตาและจัดระเบียบคณะแพร่ธรรมที่อินเดียและหมู่เกาะมาลุกะแล้ว ฟรันซิสโก ฆาคาเบียร์ ผิดหวังกับผลงานที่ในอินเดีย เขาจึงเดินทางไปญี่ปุ่น กับสหาย กอสเม เด ตอร์เรส, ฆวน เฟรนันเดส และล่ามนามอะนิจิโร ออกเดินทางในวันอาทิตย์ใบลาน ค.ศ.1549 ถึงญี่ปุ่นวันที่ 15 สิงหาคมของปีเดียวกัน พวกเขาลงเรือที่[[คะโงะชิมะ]] เมืองหลวงของญี่ปุ่นใต้ในขณะนั้น เขาอยู่ที่เมืองนั้นหนึ่งปีและอยู่ในญี่ปุ่นเป็นเวลาสองปีสามเดือน ในญี่ปุ่นฟรันซิสโก ฆาคาเบียร์ มีเพื่อนร่วม[[การประกาศข่าวดี]]คือ ปาโบล เด ซานตาเฟ พวกเขาแปล ''การประกาศข้อความเชื่อ'' ซึ่งถูกท่องจำและกล่าวตามท้องถนน ซึ่งหากมีคำถามใดจะใช้บริการล่าม ฟรังซิสโกฆาคาเบียร์ มีความคาดหวังว่าหากสามารถเปลี่ยนความเชื่อให้แก่กษัตริย์ได้จะทำให้ประชาชนเปลี่ยนตาม ดังนั้นเขาจึงเดินทางขึ้นเหนือใน ค.ศ.1550 และด้วยความหวังนี้จึงได้ตั้งกลุ่มคริสตชนที่ ฮิระโดะ เดินทางต่อไปยามะงูชิ หลังจากนั้นเดินทางไปซากะอิ และเมอาโกะตามลำดับ แม่เขาไม่เคยได้รับโอกาสที่กษัตริย์จะยอมให้เขาเข้าเฝ้า
 
ฟรันซิสโก ฆาเบียร์คาเบียร์ กลับมายังยะมะงุชิอีกครั้ง และเขาได้รับการรับรองว่าจะไม่เบียดเบียนผู้เปลี่ยนศาสนาจากเจ้าชาย ในขณะนั้นผลงานของการประกาศศาสนาได้ปรากฏขึ้น ที่นั่นมีกลุ่มคาทอลิกเล็ก ผู้รับเชื่อที่นั่นจำมากเป็นซามูไร ซึ่งทำให้เกิดการขัดแย้งตระกูลบอนโซ
 
เดือนกันยายน ค.ศ. 1551 ฟรันซิสโก ฆาคาเบียร์ ถูกเรียกโดยเจ้าชายแห่งบุงโกและอนุญาตให้ประกาศศาสนาได้ทั่วเกาะ หนึ่งเดือนต่อมาฟรันซิสโกฆาฟรันซิสโกคาเบียร์ เดือนทางกลับอินเดีย เดือนทางโดยเรือ''ซานตากรูซ''โดยมีดิเอโก เปเรยดาเป็นกัปตันเรือ ซึ่งกัปตันผู้นี้เองเป็นผู้ออกึวามคิดเรื่องสถานเอกอัคครราชทูตโปรตุเกสในจีน เมื่อเขาเดือนทางถึงมะละกา เขาได้ทราบว่าอินเดียได้ถูกยกฐานะเป็นแขวงคณะเยสุอิตเอกเทศออกจากแขวงโปรตุเกสที่เขาสังกัดอยู่
 
24 มกราคม ค.ศ.1552 เดินทางถึงโคชิ และวันที่ 18 กุมภาพันธ์ก็เดินทางมาถึงกัว หลังจากที่แก้ปัญหาต่างๆต่าง ๆ เสร็จสิ้นแล้ว ฟรันซิสโกฆาฟรันซิสโกคาเบียร์ ออกเดินทางไปจีน วันที่ 14 เมษายน การเดินทางครั้งนี้มีผู้ร่วมทางคือคุณพ่อกาโก พี่ของอันโตนิโอ เฟเรยรา อันโตนิโอ เด ซานตาเฟ (เชื้อสายจีน) และผู้รับใช้ชาวอินเดียนามกริสโตบาล ออกเรือจาก''ซานตากรูซ''โดยมีเปเรยดาเป็นกัปตันเรือ
 
เมื่อพวกเขาเดินทางมาถึงมะละกา มีปัญหากับ อัลบาโร เด อาไตเด ซึ่งเป็นผู้ควบคุมการเดินเรือ เขาพยายามไม่ให้เปเรยดาเป็นกัปตันเรือ ทำให้การเดินทางช้าไปสองเดือน เดินทางมาถีงเกาะซ้างชวน ปลายเดือนสิงหาคม ค.ศ.1552ถึงเป็นแหล่งค้าขายระหว่างจีนและโปรตุเกส
 
พวกเขารอเรือจีนเพื่อลักลอบเข้าประเทศจากที่นั่น และวันที่ 3 ธันวาคมของปีเดียว ฟรันซิสโกฆาฟรันซิสโกคาเบียร์ ได้เสียชีวิต ด้วยอายุ 46 ปี
 
ศพของเขามาถึงกัวในฤดูใบไม้ผลิ ค.ศ. 1554 และถูกฝังไว้ที่นั่น
 
== การประกาศเป็นนักบุญ องค์อุปถัมภ์และวันฉลอง ==
ฟรันซิสโก คาเบียร์ ได้รับ[[การประกาศเป็นนักบุญ]]โดย[[สมเด็จพระสันตะปาปาเกรกอรีที่ 15]] ในปี ค.ศ.1622 พร้อมกับนักบุญ[[อิกเนเชียสแห่งโลโยลา]] นักบุญ[[เตเรซาแห่งอาบีลา]] นักบุญอิสิโดร ลาบอดอ และนักบุญ[[เฟลิปโป เนรี]]
 
ได้รับการยกย่องเป็น[[นักบุญองค์อุปถัมภ์]]ในหลายสถานที่และภารกิจ:
* ค.ศ.1927 สมเด็จพระสันตะปาปาปีอุสที่ 11 สถาปนาเป็นองค์อุปถัมภ์งานแพร่ธรรมร่วมกับนักบุญ[[เตแรสแห่งลีซีเยอ]]
* องค์อุปถัมภ์ลูกเสือคาทอลิก
องค์อุปถัมภ์ของนาบาร์รา ร่วมกับนักบุญเฟร์มิน และนักบุญมารีอา ลา เรอัล ต้นเดือนมีนาคมจะมีผู้แสวงบุญจำนวนมากจาริกไปที่ปราสาทฆาเบียร์คาเบียร์
 
{{birth|1506}}
38,884

การแก้ไข