ผลต่างระหว่างรุ่นของ "ยุทธการที่วอเตอร์ลู"

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
(ทำใหม่หมด)
'''ยุทธการที่วอเตอร์ลู''' เกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 18 มิถุนายน 1815 ที่ [[วอเตอร์ลู|เมืองวอเตอร์ลู]] ซึ่งปัจจุบันอยู่ใน[[ประเทศเบลเยี่ยม]], ในขณะนั้นอยู่ภายใต้การปกครองของ [[สหราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์]]. กองทัพแห่ง[[First French Empire|ฝรั่งเศสยุคจักรพรรดิที่ 1]] ของ[[Emperor of the French|จักรพรรดินโปเลียน]] ได้ปราชัยแก่กองทัพ[[Seventh Coalition|พันธมิตรต่อต้านนโปเลียนที่ 7]], ภายใต้การนำทัพ แองโกลของ [[Arthur Wellesley, 1st Duke of Wellington|ดยุกแห่งเวลลิงตัน]] รวมกับกองทัพ[[ปรัสเซีย]] ของ[[เกบฮาร์ด เลเบอร์ไรช์ ฟอน บลือเชอร์|เกบฮาร์ด ฟอน บลือเชอร์]]ซึ่งเป็นการสู้รบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ[[เคมเปญวอเตอร์ลู]] ผลของการสู้รบทำให้นโปเลียนสิ้นสุดอำนาจการเป็นจักรพรรดิ หยุด[[สมัยร้อยวัน|การขึ้นสู่อำนาจ 100 วัน]] และนโปเลียนถูกเนรเทศไป[[เกาะเซนต์เฮเลนา]]
 
การกลับสู่อำนาจของนโปเลียนในปี 1815 ทำให้รัฐต่างๆ ร่วมกันต่อต้านนโปเลียนเป็นครั้งที่ 7. กองทัพจำนวนมากของเวลเลสลีย์ และบลือเชอร์ได้ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส นโปเลียนวางแผนเข้าโจมตีเพื่อป้องกันไม่ให้กองทัพทั้งสอง เข้ารวมกับกองทัพของรัฐต่างๆ การตัดสินใจนี้เรียกว่าเคมเปญที่วอเตอร์ลู (16–19 มิถุนายน 1815) เวลลิงตันเคยกล่าวไว้ว่า สงครามนี้เป็น "the nearest-run thing you ever saw in your life" .<ref>[[q:Arthur Wellesley, 1st Duke of Wellington|Wikiquote:Wellington]] citing ''Creevey Papers'', ch. x, p. 236</ref>
"the nearest-run thing you ever saw in your life".<ref>[[q:Arthur Wellesley, 1st Duke of Wellington|Wikiquote:Wellington]] citing ''Creevey Papers'', ch. x, p. 236</ref>
 
นโปเลียนได้ชะลอการโจมตีถึงตอนเที่ยงวันที่ 18 เพื่อให้พื้นแห้ง ในขณะที่กองทัำพของเวลลิงตันได้ประจำตำแหน่งไปตามถนนที่เนินมงต์-แซงต์-ฌอง ตั้งรับการโจมตีของฝรั่งเศสจนถึงตอนเย็น กองทัพของบลือเชอร์ได้มาถึงและเข้าโจมตีทางขวาของกองทัพฝรั่งเศส ร่วมกับกองทัพของเวลลิงตันที่ได้เข้าโจมตีกองทัพฝรั่งเศสจนหมดสภาพในการรบ กองกำลังผสมได้เข้าสู่ประเทศฝรั่งเศสและคืนอำนาจแก่หลุยส์ที่ 18 แห่งฝรั่งเศส นโปเลียนถูกถอดจากอำนาจและถูกเนรเทศไปเกาะเซนต์เฮเลนา,
 
ปัจจุบันสมรภูมินี้อยู่ในประเทศเบลเยี่ยม ระยะทางประมาณ {{convert|8|mi|km}} จากทิศใต้ไปตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงบรัสเซล และ {{convert|1|mi|km}} from the town of [[Waterloo, Belgium|Waterloo]]. The site of the battlefield is today dominated by a large monument, the [[Lion's Mound]]. As this mound was constructed from earth taken from the battlefield itself, the contemporary topography of the part of the battlefield around the mound has not beenจากเมืองวอเตอร์ลู preserved.ปัจจุบันมีรูปปั้นไลออนส์โมนด์ตั้งอยู่
 
==ต้นเหตุ==
{{Main|Waterloo Campaign}}
[[File:Strategic Situation of Western Europe 1815.jpg|thumb|300px|สถานการที่ยุโรปตะวันตกปี 1815 : ทหารฝรั่งเศส 250,000 นาย ต่อสู้กับพันธมิตรต่อต้านนโปเลียน 850,000 นาย โดยนโปเลียนยังต้องแบ่งกำลัง 20,000 นายไว้ที่ฝรั่งเศสตะวันตกเพื่อป้องกันกลุ่มรอยัลลิสต์ ]]
วันที่ 13 มีนาคม 1815, 6 วันก่อนนโปเลียนเดินทางถึงปารีส, [[สภาคอนเกรสแห่งเวียนนา]] [[s:Declaration at the Congress of Vienna|ประกาศให้นโปเลียนเป็นคนนอกกฏหมาย]].<ref>[http://dl.lib.brown.edu/napoleon/time7.html Timeline: The Congress of Vienna, the Hundred Days, and Napoleon's Exile on St Helena], Center of Digital Initiatives, [[Brown University]] Library</ref> สี่วันต่อมา [[สหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์|สหราชอาณาจักร]], [[อาณาจักรรัสเซีย|รัสเซีย]], [[อาณาจักรออสเตีย|ออสเตรีย]], และ [[ปรัสเซีย]] ได้ยกกองทัพมาเพื่อกำจัดอำนาจของนโปเลียน<ref>{{Harvnb|Hamilton-Williams|1993|p=59}}</ref> Napoleon knew that once his attempts at dissuading one or more of the [[Seventh Coalition]] allies from invading France had failed, his only chance of remaining in power was to attack before the coalition mobilised. If he could destroy the existing coalition forces south of Brussels before they were reinforced, he might be able to drive the British back to the sea and knock the Prussians out of the war. An additional consideration was that there were many French-speaking sympathisers in Belgium and a French victory might trigger a friendly revolution there. Also, the British troops in Belgium were largely second-line troops; most of the veterans of the [[Peninsular War]] had been sent to America to fight the [[War of 1812]].<ref>{{Harvnb|Chandler|1966|pp=1016, 1017, 1093}}</ref>
[[Image:Waterloo Campaign map-alt3.svg|thumb|300px|left|แผนที่แสดงยุทธการที่วอเตอร์ลู]]
[[File:Napoleon crop.jpg|thumb|The resurgent [[Napoleon|Napoleon's]] strategy was to isolate the Allied and Prussian armies, and annihilate each one separately]]
[[File:NapoleonsHeadquartersAtWaterloo.jpg|thumb|ศูนย์บัญชาการของนโปเลียน, ฟาร์มกายลู ("Pebble")]]
Wellington's initial dispositions were intended to counter the threat of Napoleon enveloping the Coalition armies by moving through [[Mons]] to the south-west of Brussels.<ref>{{Harvnb|Siborne<!--W-->|1990|p=82}}.</ref> This would have cut Wellington's communications with his base at [[Ostend]], but would have pushed his army closer to Blücher's. Napoleon manipulated Wellington's fear of this loss of his supply chain from the channel ports with false intelligence.<ref>{{Harvnb|Hofschröer|2005|pp= 136–160}}</ref> He divided his army into a left wing commanded by [[Michel Ney|Marshal Ney]], a right wing commanded by [[Emmanuel, marquis de Grouchy|Marshal Grouchy]], and a reserve, which he commanded personally (although all three elements remained close enough to support one another). Crossing the frontier near [[Charleroi]] before dawn on 15 June, the French rapidly overran Coalition outposts, securing Napoleon's "central position" between Wellington's and Blücher's armies.
 
== อ้างอิง ==
15

การแก้ไข