ผลต่างระหว่างรุ่นของ "บาทบริจาริกา"

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
ไม่มีความย่อการแก้ไข
ไม่มีความย่อการแก้ไข
=== ประวัติและที่มา ===
ระบอบราชาธิปไตย เป็นระบอบการปกครองที่ใช้โดยทั่วไปตั้งแต่สมัยโบราณเป็นต้นมา ในดินแดนต่างๆทั่วโลก ทั้งตะวันตกและตะวันออก ถึงแม้จะมีความแตกต่างในรายละเอียดบางประการเกี่ยวกับธรรมเนียมของการมีพระสนม ดังนี้
#===='''ทางตะวันตก'''==== เช่นยุโรป เป็นต้น จะนับถือคริสตศาสนา ซึ่งกำหนดให้ชาย-หญิง มีคู่สมรสได้เพียงคนเดียว ซึ่งเป็นกฏที่ใช้บังคับตั้งแต่สามัญชนไปจนถึงพระราชา ดังนั้นพระราชาจึงสามารถมี พระราชินีคู่สมรสได้เพียงพระองค์เดียวเท่านั้น จะมีพระราชินีใหม่ได้ก็ต่อเมื่อพระราชินีพระองค์เดิมนั้นสิ้นพระชนม์ไปเสียก่อน ธรรมเนียมการมีอนุภรรยา หรือในกรณีของพระราชา อนุภรรยาจะเรียกกันว่าพระสนมนั้น จึงไม่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการ แน่นอนว่ามีพระราชาส่วนใหญ่ที่มีพระสนม แต่พระสนมเหล่านั้นถึงแม้จะไม่ต้องอยู่อย่างหลบๆซ่อนๆ บางรายก็ใช้ชีวิตอย่างเปิดเผยในสังคมได้อย่างมีเกียรติยศก็ตาม แต่พวกนางจะไม่มีตำแหน่งอย่างเป็นทางการ พระราชาในยุโรปหลายพระองค์ มักจะตอบแทนพระสนมโดยพระราชทานบรรดาศักดิ์ขุนนางให้ อาทิ บาร์บาร่า ปาล์มเมอร์ ดัชเชสแห่งคลีฟแลนด์ , ลูอิส เดอ เกครูอัล ดัชเชสแห่งปอร์ตสมัธ
ในพระเจ้าชา์ลส์ที่2 แห่งอังกฤษ,เอลิซะเบธ ฮามิลตัน เคานเตสแห่งออร์คนีย์ ในพระเจ้าวิลเลียมที่3 แห่งอังกฤษและกาเบียล เดสเทร่ ดัชเชสแห่งโบฟอร์ตและแวร์นุยในพระเจ้าเฮนรี่ที่4 แห่งฝรั่งเศส ในส่วนของราชสำนันฝรั่งเศสนั้น ตั้งแต่รัชสมัยพระเจ้าฟรังซัวส์ที่1 มีการแต่งตั้งตำแหน่ง [[maîtresse-en-titre]] (Mistress on Title) ซึ่งเป็นตำแหน่งกึ่งทางการของพระสนม สามารถมีได้เพียงคนเดียว และทำให้พระสนมมีตำแหน่งเฝ้าในพิธีการของราชสำนัก พร้อมทั้งมีห้องชุดที่พักในพระราชวังอีกด้วย บางครั้งห้องชุดที่พำนักของพระสนมกึ่งทางการนี้ มีขนาดใหญ่กว่า หรูหราตระการตามากกว่าห้องชุดที่ประทับของสมเด็จพระ[[ราชินี]]เสียอีก
 
 
===='''ทางตะวันออก'''==== คือประเทศทางแถบเอเชีย การมีอนุภรรยานั้นเป็นที่ยอมรับกันทั่วไป ยิ่งผู้ชายที่มีทรัพย์สินและอำนาจด้วยแล้ว ก็จะสามารถมีอนุภรรยาได้เป็นจำนวนมากตามสถานะ ถ้าเป็นกษัตริย์ บรรดาอนุภรรยาเหล่านั้นจะเรียกว่า พระสนม ถือเป็นตำแหน่งที่มีเกียรติยศสูงเหนือกว่าการเป็นภรรยาเอกของคนสามัญเสียอีก
# 1. '''ไทย'''
* ในสมัยกรุงศรีอยุธยานั้น มีกำหนดตำแหน่งพระสนมเอก ว่ามีได้ 4 คน มีบรรดาศักดิ์เป็น ท้าวอินทรสุเรนทร ท้าวศรีสุดาจันทร์ ท้าวอินทรเทวี และท้าวศรีจุฬาลักษณ เป็นตำแหน่งท้าวนางพระสนมเอก มียศเหนือกว่าพระสนมทั้งปวง ถือศักดินา 1000 ไร่ เท่ากันทั้ง 4 นาง แต่ไม่นับว่าเป็นเจ้า นอกนั้นก็จะเรียกรวมๆว่า พระสนม นั่นเอง อนึ่ง พระสนมเอกทั้งสี่ ในสมัยกรุงศรีอยุธยานั้น เป็นตัวแทนของพระราชวงศ์ท้องถิ่นในขอบขันธสีมาของกรุงศรีอยุธยานั่นเอง คือ ท้าวอินทรสุเรนทร เป็นบรรดาศักดิ์ของพระสนมเอกที่มาจากราชวงศ์สุพรรณภูมิ ท้าวศรีสุดาจันทร์ เป็นบรรดาศักดิ์ของพระสนมเอกที่มาจากราชวงศ์อู่ทอง ท้าวอินทรเทวี เป็นบรรดาศักดิ์ของพระสนมเอกที่มาจากราชวงศ์ศรีธรรมาโศกราช(นครศรีธรรมราช) และท้าวศรีจุฬาลักษณ เป็นบรรดาศักดิ์ของพระสนมเอกที่มาจากราชวงศ์พระร่วง(สุโขทัย)
* ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ นั้นไม่ได้แต่งตั้งพระสนมเอก 4 นางให้มีบรรดาศักดิ์พิเศษดังเช่นสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยบรรดาพระสนมทั้งปวงจะได้รับบรรดาศักดิ์เป็น เจ้าจอม ถ้ามีพระราชโอรส พระราชธิดา ก็จะได้รับบรรดาศักดิ์เป็น เจ้าจอมมารดา เหมือนกันหมด แต่จะแบ่งเป็นพระสนมเอก หรือ พระสนมชั้นใดก็ตาม แบ่งจากชั้นของเครื่องยศที่ได้รับพระราชทาน เพราะฉะนั้นพระสนมที่ออกนามว่าเจ้าจอม หรือเจ้าจอมมารดาก็ดี จะเป็นพระสนมเอก พระสนมโท หรือ พระสนมตรี ก็ได้ เวลาออกนามก็ใช้ว่าดังนี้ เช่น เจ้าจอมแว่น พระสนมเอกในรัขกาลที่1 เจ้าจอมมารดาอ่อน พระสนมเอกในรัชกาลที่5 นอกจากนี้ยังมีตำแหน่งพิเศษคือ เจ้าคุณจอมมารดา ซึ่งจะพระราชทานไม่บ่อยนัก พระราชทานแก่พระสนมเอกผู้ใหญ่ที่ได้รับราชการด้วยความสุจริตมาเป็นเวลานาน หรือในกรณีที่พระสนมท่านนั้น เป็นพระชนนีในพระภรรยาเจ้าของพระมหากษัตริย์ จึงทรงยกย่องให้เป็นพิเศษ เช่น เจ้าคุณจอมมารดาเปี่ยม ในรัชกาลที่4 ( พระชนนีในสมเด็จพระอัครมเหสีในรัชกาลที่5 ทั้งสามพระองค์ ) เจ้าคุณจอมมารดาสำลี ในรัชกาลที่4 ( พระชนนีในพระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี พระราชเทวีในรัชกาลที่5 ) และ เจ้าคุณจอมมารดาแพ ในรัขกาลที่5 ( บาทบริจาริกาท่านแรกในรัชกาลที่5 ซึ่งรัชกาลที่4 ทรงสู่ขอมาเป็นสะใภ้หลวง พระราชทานตั้งแต่ครั้งรัชกาลที่5 ทรงดำรงพระยศเป็นสมเด็จเจ้าฟ้าชายจุฬาลงกรณ์ ) เป็นต้น
 
 
116

การแก้ไข