ผลต่างระหว่างรุ่นของ "คณะซาเลเซียนของคุณพ่อบอสโก"

== ซาเลเซียนในประเทศไทย ==
 
การริเริ่มส่งมิชชันนารีคณะซาเลเซียนมาประเทศไทย เริ่มในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1925 (พ.ศ. 2468) โดยบาทหลวงคานัสเซย์[[อีญาซีโอ กานาเซย์]] (Ignazio Canazei) [[อธิการเจ้าคณะแขวง]]ซาเลเซียนประจำประเทศจีน (ภายหลังได้รับ[[การอภิเษก]]เป็น[[มุขมณฑลเสากวน|บิชอปแห่งซิวเจา]]) ได้เดินทางมาประเทศไทย เพื่อสำรวจหาข้อมูลและความเป็นไปได้ในการที่จะให้มิชชันนารีซาเลเซียนได้เข้ามาดำเนินกิจการในประเทศไทย ในปี ค.ศ. 1926 (พ.ศ. 2469) พระคุณเจ้า[[หลุยส์ มาธีอาสทีอัส]] (ซาเลเซียน) [[อัครมุขมณฑลศิลางค์|อาร์ชบิชอปแห่งชิลลง]] พร้อมด้วยบาทหลวงคานัสเซย์อีญาซีโอ กานาเซย์ ได้นำบาทหลวงปีเอโตร รีกัลโดเน รองอัคราธิการ[[อัคราธิการ]]คณะซาเลเซียนเดินทางมาที่กรุงเทพฯ และเข้าพบพระคุณเจ้า[[เรอเน แปโร]] ประมุข[[มิสซังกรุงเทพฯ]] เพื่อเตรียมการส่งธรรมทูตซาเลเซียนมาประเทศไทย
 
ในที่สุดวันที่ 27 สิงหาคม ค.ศ. 1927 (พ.ศ. 2470) คณะมิชชันนารีซาเลเซียนชุดแรกประกอบด้วยบาทหลวงยอห์น กาเสตตาตตา และเซมานาเรียนยอร์ช ไปน๊อตตีนอตตี ก็เดินทางจากมาเก๊า ประเทศจีนมาถึงประเทศไทย และได้พำนักที่[[อาสนวิหารแม่พระบังเกิด บางนกแขวก|โบสถ์บางนกแขวก]] จังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อเตรียมการต้อนรับคณะธรรมทูตที่จะเดินทางมาอย่างเป็นทางการ วันที่ 25 ตุลาคม ค.ศ. 1927 ธรรมทูตซาเลเซียนกลุ่มใหญ่จำนวน 18 ท่าน ก็ได้เดินทางทางเรือมาถึงบางนกแขวก ภายใต้การนำของบาทหลวง[[กาเอตัน ปาซอตตี]] (ต่อมาท่านได้รับการอภิเษกเป็น[[มุขนายก]][[เขตมิสซังราชบุรี|มิสซังราชบุรี]]) และที่บางนกแขวกนี้ก็นับว่าเป็นบ้านแรกของคณะซาเลเซียนในเมืองไทย จากนั้น ก็มีธรรมทูตอีกหลายชุดเดินทางเข้ามาเพื่อเสริมกำลังจนเป็นที่น่าสังเกตว่าผู้ใหญ่ของคณะซาเลเซียนให้ความสนใจกับเมืองไทยเป็นพิเศษ เพราะในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี ก็ได้มีการส่งธรรมทูตมาเมืองไทยเป็นจำนวนมาก
 
ธรรมทูตซาเลเซียนทั้งหมดได้เริ่มเรียนภาษาไทย เรียนรู้ขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมประเพณีไทย และสิ่งอื่น ๆ ที่จะช่วยให้เข้าใจประเทศไทย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการแพร่ธรรม ท่านเหล่านั้นต้องประสบกับปัญหาเรื่องอาหาร อากาศ และสภาพความเป็นอยู่ที่แตกต่างจากประเทศอิตาลีบ้านเกิดอย่างสิ้นเชิง แต่ท่านเหล่านั้นก็ได้ต่อสู้อุปสรรคเหล่านี้ด้วยพลังแห่งความรักในการรับใช้เยาวชนตามจิตตารมณ์ของคุณพ่อบอสโก วันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1929 (พ.ศ. 2472) พระคุณเจ้าแปโร ประมุขมิสซังลกรุงเทพฯ ได้มอบให้คณะซาเลเซียนดูแลเขตมิสซังราชบุรี และในวันที่ 30 มิถุนายน ปีเดียวกัน บาทหลวง[[กาเอตัน ปาซอตตี]] ได้รับการแต่งตั้งให้ปกครอง[[เขตมิสซังราชบุรี]]และต่อมาอีก 12 ปี คือในวันที่ 24 มิถุนายน ค.ศ. 1941 (พ.ศ. 2484) ท่านจึงได้รับการอภิเษกเป็นมุขนายกมิสซังราชบุรีอย่างเป็นทางการ เขตมิสซังราชบุรีนั้นเริ่มตั้งแต่จังหวัดราชบุรี กาญจนบุรีแล้วลงไปจนสุดแดนภาคใต้ คณะซาเลเซียนทำหน้าที่ดูแลกิจการของโบสถ์ โรงเรียน และการอภิบาลสัตบุรุษของมิสซัง ซึ่งนับว่าเป็นภารกิจที่ท้าทายและยิ่งใหญ่สำหรับธรรมทูตซาเลเซียนในยุคนั้น
 
คณะธรรมทูตซาเลเซียนที่เข้ามาในเมืองไทยนี้เป็นกลุ่มที่บุกเบิกวางรากฐานกิจการแพร่ธรรมในประเทศไทย พวกท่านได้อุทิศทั้งชีวิตเพื่ออนาคตที่ดีของเยาวชนไทย และพวกท่านเหล่านี้เกือบทั้งหมดต่างก็ได้สิ้นชีวิตและฝังร่างของท่านไว้ในแผ่นดินไทย เพื่อเป็นพยานแห่งรักอันซื่อสัตย์ต่อจิตตารมณ์ซาเลเซียน เป็นเมล็ดพันธุ์ให้คณะซาเลเซียนเจริญรุ่งเรืองสืบต่อไป
 
หลังจากนั้น ได้มีธรรมทูตซาเลเซียนจากประเทศอิตาลี, เบลเยี่ยม, สเปน, เนเธอร์แลนด์ และฟิลิปปินส์ได้เดินทางมาสมทบกับธรรมทูตรุ่นพี่เพื่อสืบสานกิจการแห่งความรักของคุณพ่อบอสโกต่อบรรดาเยาวชนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เยาวชนที่กำพร้า ยากจน และถูกทอดทิ้งในประเทศไทยให้ได้รับการอบรม การศึกษา และดูแลให้เป็นคนที่ดี สมบูรณ์และมีคุณภาพทั้งสำหรับพระศาสนจักรและประเทศชาติต่อไป ต่อมาเมื่อมีการแยก[[เขตมิสซังสุราษฎร์ธานี]]ออกมาเป็นมิสซังใหม่ ในวันที่ 15 กันยายน ค.ศ. 1969 (พ.ศ. 2512) พระคุณเจ้า[[ปีเอโตร ลุยจี การ์เรตโต]] ได้ย้ายมาเป็นประมุขเขตมิสซังสุราษฎร์ธานี โดยมอบเขตมิสซังราชบุรีให้แก่มุขนายกโรเบิร์ต [[รัตน์ บำรุงตระกุล]] ในวันที่ 8 กันยายน ปีเดียวกัน และตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา คณะซาเลเซียนก็รับผิดชอบงานแพร่ธรรมของเขตมิสซังสุราษฎร์ธานี เริ่มตั้งแต่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์จนสุดแดนภาคใต้ของประเทศไทย ปัจจุบันนี้ พระคุณเจ้ายอแซฟ [[ประธาน ศรีดารุณศีล]] เป็นมุขนายกจากคณะซาเลเซียนปกครองเขตมิสซังแห่งนี้ สืบต่อจากพระคุณเจ้าไมเกิล [[ประพนธ์ ชัยเจริญ]] ผู้สืบอำนาจต่อจากพระคุณเจ้า[[ปีเอโตร ลุยจี การ์เรตโต]] ซึ่งมุขนายกทั้งสององค์ได้ถึงแก่กรรมไปแล้ว
 
ปัจจุบันคณะซาเลเซียนในประเทศไทยได้รับมอบหมายให้ดูแลกิจการของคณะซาเลเซียนใน[[ประเทศกัมพูชา]]และ[[ประเทศลาว]] สำหรับกิจการคณะซาเลเซียนในราชอาณาจักรกัมพูชานั้น บาทหลวงยอห์น วิสเซอร์ อดีตอธิการโรงเรียนดอนบอสโก กรุงเทพฯ ได้เป็นผู้บุกเบิกนำสมาชิกซาเลเซียนเข้าสู่ประเทศนี้เมื่อปี ค.ศ. 1991 (พ.ศ. 2534) เปิดสอนโรงเรียนอาชีวะดอนบอสโกที่กรุงพนมเปญ, เมืองปอยเปต และเมืองสีหนุกวิลล์ ส่วนที่ประเทศลาวนั้น บาทหลวงตีโต เปดรอน ได้รับมอบหมายจากคณะซาเลเซียนให้ดำเนินการเจรจากับรัฐบาลประเทศลาวตั้งแต่ปี ค.ศ. 2002 (พ.ศ. 2545) เพื่อจะเปิดโรงเรียนอาชีวะดอนบอสโก ที่กรุงเวียงจันท์ และขณะนี้ ซาเลเซียนได้เริ่มกิจการเล็ก ๆ โดยเปิดสอนวิชาชีพช่างยนต์และช่างไฟฟ้าแก่เยาวชนลาว ณ กรุงเวียงจันทน์
 
ปัจจุบัน สมาชิกคณะซาเลเซียนในประเทศไทยที่ยังมีชีวิต มีจำนวน 91 ท่าน (สถิติ ณ วันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ. 2009) โดยมี บาทหลวงยอห์น บอสโก เทพรัตน์ ปิติสันต์ ดำรงตำแหน่ง[[อธิการเจ้าคณะแขวง]]ซาเลเซียนแห่งประเทศไทย
คณะซาเลเซียนที่ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวนั้น บาทหลวงตีโต เปดรอน ได้รับมอบหมายจากคณะซาเลเซียนให้ดำเนินการเจรจากับรัฐบาลประเทศลาวตั้งแต่ปี ค.ศ. 2002 (พ.ศ. 2545) เพื่อจะเปิดโรงเรียนอาชีวะดอนบอสโก ที่กรุงเวียงจันท์ และขณะนี้ ซาเลเซียนได้เริ่มกิจการเล็กๆ โดยเปิดสอนวิชาชีพช่างยนต์และช่างไฟฟ้าแก่เยาวชนลาว ณ กรุงเวียงจันท์
 
สมาชิกคณะซาเลเซียนในประเทศไทยที่ยังมีชีวิต มีจำนวน 91 ท่าน (สถิติ ณ วันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ. 2009) โดยมี บาทหลวงยอห์น บอสโก เทพรัตน์ ปิติสันต์ ดำรงตำแหน่งอธิการเจ้าคณะแขวงซาเลเซียนแห่งประเทศไทย
 
== '''โรงเรียนในเครือซาเลเซียน''' ==