ผลต่างระหว่างรุ่นของ "เรือบรรทุกอากาศยาน"

 
ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 สนธิสัญญาอย่าง[[สนธิสัญญาวอชิงตัน]] [[สนธิสัญญาลอนดอน]] และ[[สนธิสัญญาลอนดอนครั้งที่ 2]] ได้จำกัดขนาดของเรือ เรือบรรทุกอากาศยานตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ถูกสร้างอย่างไร้ข้อจำกัดโดยขึ้นอยู่กับงบประมาณและทำให้เรือสามารถบรรทุกเครื่องบินที่มีขนาดใหญ่ขึ้นได้ เรือบรรทุกเครื่องบินยุคใหม่ที่มีขนาดใหญ่อย่าง[[เรือบรรทุกอากาศยานชั้นนิมิตซ์]]ของกองทัพเรือสหรัฐมีระวางขับน้ำมากกว่าเรือ[[ยูเอสเอส เอนเทอร์ไพรซ์ (ซีวี-6)|ยูเอสเอส เอนเทอร์ไพรซ์]]ในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ถึงสี่เท่า แต่กระนั้นก็ยังคงใช้อากาศยานที่ไม่เปลี่ยนไปมากนัก ซึ่งเป็นผลมาจากขนาดและน้ำหนักของเครื่องบินที่เพิ่มขึ้นอย่างคงที่ตลอดหลายปี
 
==ความสำคัญในยุคสมัยใหม่==
ปัจจุบันเรือบรรทุกอากาศยานเป็นเรือที่มีราคาแพงมากจนทำให้ชาติที่ครอบครองเรือชนิดดังกล่าวสุ่มเสี่ยงต่อปัญหาทางการเมือง การเงิน และการทหารถ้าหากสูญเสียเรือบรรทุกอากาศยานหรือนำพวกมันไปใช้ในสงครามก็ตาม ผู้สังเกตุการณ์มองว่าอาวุธต่อต้านเรือสมัยใหม่ เช่น ตอร์ปิโดและขีปนาวุธ ทำให้เรือบรรทุกอากาศยานตกเป็นเป้าอย่างง่ายในการรบสมัยใหม่ อาวุธนิวเคลียร์สามารถสร้างภัยให้กับกองเรือได้ทั้งกองเรือหากทำการรบแบบเปิดเผย ในอีกทางหนึ่งบทบาทของเรือบรรทุกอากาศยานก็พิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นเรือที่มีหน้าที่สำคัญในการสงครามไม่สมมาตรเหมือนอย่าง[[นโยบายเรือปืน]]ที่เกิดขึ้นในอดีต นอกจากนี้เรือบรรทุกอากาศยานยังช่วยสร้างอำนาจทางทหารเหนือฝ่ายศัตรูได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำโดยเฉพาะเมื่อต้องทำการรบนอกประเทศ<ref>Lekic, Slobodan, Associated Press. [http://www.navytimes.com/news/2011/05/ap-navy-nations-expand-use-of-aircraft-carriers-050811/ "Navies expanding use of aircraft carriers"]. Navy Times</ref>
 
พลเรือเอกเซอร์มาร์ค แสตนโฮป หัวหน้ากองทัพเรืออังกฤษได้กล่าวไว้ว่า "พูดง่ายๆ คือ ประเทศที่ต้องการมีอิทธิพลทางยุทธศาสตร์นานาชาติต่างมีเรือบรรทุกอากาศยานในครอบครองทั้งนั้น"<ref>[http://www.bbc.co.uk/news/uk-18706505 "Aircraft carriers crucial, Royal Navy chief warns."] ''BBC'', 4 July 2012.</ref>
 
==ประเภท==
[[File:Sao Paulo carrier.jpg|thumb|[[Brazil]]ian aircraft carrier [[Brazilian aircraft carrier São Paulo (A12)|''São Paulo'' (A12)]]]]
[[File:Cavour (550).jpg|thumb|Italian aircraft carrier [[Italian aircraft carrier Cavour (550)|''Cavour'' (550)]] ]]
[[File:USS Roosevelt CV-42 Med 1976-77.jpg|thumb|right|STOVL Harriers preparing to takeoff from CATOBAR carrier, {{USS|Franklin D. Roosevelt |CV-42}}]]
 
===ประเภทแบ่งตามบทบาท===
กองเรือบรรทุกเครื่องบินมักจะออกปฏิบัติการพร้อมกับกองเรือหลักและมีบทบาทในเชิงรุก เรือเหล่านี้คือเรือบรรทุกเครื่องบินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่สามารถทำความเร็วสูงได้ เมื่อเทียบกันแล้ว [[เรือบรรทุกอากาศยานคุ้มกัน]]นั้นถูกออกแบบเพื่อให้การป้องกันกับขบวนเรือมากกว่า เรือเหล่านั้นเป็นเรือที่มีขนาดเล็กกว่าและเคลื่อนที่ช้ากว่าพร้อมกับบรรทุกเครื่องบินในจำนวนน้อยกว่าเช่นกัน ส่วนใหญ่แล้วเรือพวกนี้จะถูกสร้างจากโครงเรือพาณิชย์ ในกรณีที่ต้องการ[[เรือพาณิชย์บรรทุกอากาศยาน]] หรือสร้างจากเรือบรรทุกสินค้าโดยการเสริมลานบินเข้าไปที่ดาดฟ้าเรือ ส่วน[[เรือบรรทุกอากาศยานขนาดเบา]]เป็นเรือบรรทุกเครื่องบินที่มีความเร็วพอที่จะออกปฏิบัติการพร้อมกับกองเรือขนาดเล็กและใช้อากาศยานในจำนวนน้อย ปัจจุบันเรือบรรทุกอากาศยานของโซเวียตที่ใช้โดยรัสเซียจะเรียกกันว่าเรือลาดตระเวนการบิน เรือชนิดนี้มีขนาดเทียบเท่ากับเรือบรรทุกเครื่องบินขนาดใหญ่ที่สามารถออกปฏิบัติการเพียงลำพังหรือพร้อมกับเรือคุ้มกัน และสามารถให้การสนับสนุนเชิงรุกและเชิงรับที่เทียบเท่าได้กับเรือลาดตระเวนติดตั้งขีปนาวุธนำวิถี ซึ่งบทบาทนี้มีเพื่อสนับสนุนเครื่องบินขับไล่และเฮลิคอปเตอร์
 
* [[เรือบรรทุกอากาศยานต่อต้านเรือดำน้ำ]]
* [[เรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์]]
* [[เรือบรรทุกอากาศยานขนาดเบา]]
* [[เรือโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบก]]
* [[เรือบรรทุกเครื่องบินทะเล]]
* [[เรือบรรทุกบอลลูน]]
 
===ประเภทแบ่งตามองค์ประกอบ===
เรือบรรทุกอากาศยานมีทั้งหมด 3 ประเภทเมื่อแบ่งตามลักษณะของเรือโดยใช้กับกองทัพเรือทั่วโลก โดยแบ่งด้วยวิธีที่ใช้ในการส่ง-รับเครื่องบิน
* ''ส่งด้วยเครื่องดีดและรับด้วยสายรั้ง''หรือ[[คาโทบาร์]] (''CATOBAR''): เป็นเรือบรรทุกเครื่องบินที่มักจะบรรทุกอากาศยานที่มีขนาดใหญ่ที่สุด หนักที่สุด และติดอาวุธจำนวนมาก แม้ว่าเรือที่มีขนาดเล็กลงมาในประเภทนี้อาจมีข้อจำกัดอื่นอีก (เช่น น้ำหนักที่ลิฟท์ขนเครื่องบินจะรับได้) มีสามประเทศที่ใช้เรือประเภทนี้ คือ สหรัฐอเมริกา 10 ลำ ฝรั่งเศส 1 ลำ และบราซิล 1 ลำ
* ''บินขึ้นด้วยระยะสั้นและรับด้วยสายรั้ง''หรือ[[สโตบาร์]] (''STOBAR''): เป็นเรือบรรทุกเครื่องบินที่บรรทุกอากาศยานปีกนิ่งขนาดเบาแต่มีอาวุธมากกว่า เครื่องบินที่ใช้บนเรือประเภทนี้อย่าง[[ซุคฮอย ซู-33]] และ[[มิโคยัน มิก-29เค]]ที่ใช้บน[[เรือบรรทุกอากาศยานพลเรือเอกคุซเนตซอฟ]]มักทำหน้าที่สร้างความเป็นเจ้าอากาศและการป้องกันกองเรือมากกว่าหน้าที่ในการเข้าโจมตี ซึ่งต้องมีอาวุธขนาดหนัก (เช่น ระเบิดและขีปนาวุธอากาศสู่พื้น) ปัจจุบันมีเพียงรััสเซียเท่านั้นที่มีเรือประเภทนี้ในครอบครอง จีนได้สร้าง[[เรือบรรทุกอากาศยานเหลียวหนิง]]ขึ้นใหม่ ซึ่งเป็นเรือพี่น้องของเรือพลเรือเอกคุซเนตซอฟ พร้อมกับสร้างเครื่องบินเลียนแบบซู-33 เรือลำนี้ปัจจุบันมีหน้าที่ในการเป็นตัวทดลองและใ้ช้ในการฝึก รัสเซียเองก็กำัลังเตรียมที่จะสร้างเรือแบบที่คล้ายกันให้กับอินเดียโดยใช้แบบของเรือชั้นเคียฟ
* ''บินขึ้นด้วยระยะสั้นและลงจอดในแนวดิ่ง''หรือเอสโทฟล์ (''STOVL''): เรือประเภทที่สามารถบรรทุกได้เพียงอากาศยานแบบเอสโทฟล์เท่านั้น เช่น เครื่องบินตระกูล[[แฮร์ริเออร์จัมพ์เจ็ท]]และ[[ยาโกเลฟ ยัค-38]] ซึ่งมีอาวุธจำกัด ศักยภาพต่ำ และใช้เชื้อเพลิงมากกว่าเมื่อเทียบกับเครื่องบินแบบปกติ อย่างไรก็ตามเครื่องบินเอสโทฟล์แบบใหม่อย่าง[[เอฟ-35 ไลท์นิง]]ก็มีศักยภาพที่มากขึ้นกว่าเดิม เรือประเภทนี้ประจำการอยู่ในกองทัพเรือของอินเดียและสเปนประเทศลำหนึ่งลำ อิตาลีมีสองลำ สหราชอาณาจักรและไทยมีประเทศละหนึ่งลำแต่ทั้งสองประเทศไม่ได้ใช้เครื่องบินเอสโทฟว์ต่อไปแล้ว เรือโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบกของสหรัฐที่ทำหน้าที่เป็นเรือบรรทุกอากาศยานขนาดเล็กก็สามารถจัดได้ว่าเป็นเรือประเภทนี้เช่นกัน
 
===ประเภทแบ่งตามขนาด===
* [[เรือบรรทุกอากาศยานขนาดหนัก]] หรือ ซูเปอร์แคร์ริเออร์
* [[เรือบรรทุกอากาศยานประจำกองเรือ]]
* [[เรือบรรทุกอากาศยานขนาดเบา]]
* [[เรือบรรทุกอากาศยานคุ้มกัน]]
 
==ดาดฟ้าบิน==
[[File:DeHavilland Vampire HMS Ocean Dec1945 NAN1 47.jpg|thumb|The first carrier landing and take-off of a jet aircraft: [[Eric "Winkle" Brown]] landing on {{HMS|Ocean|R68}} in 1945.]]
 
ด้วยการที่เป็นเสมือนทางวิ่งที่ลอยอยู่กลางทะเล เรือบรรทุกอากาศยานสมัยใหม่จึงมีดาดฟ้าเรือที่แบบเรียบคอยทำหน้าที่เป็นลานบินให้้กับเครื่องบินที่จะบินขึ้นหรือลงจอด เครื่องบินจะถูกดีดไปด้านหน้าของเรือและทำการลงจอดทางด้านท้ายเรือ เรือจะแล่นด้วยความเร็ว 35 นอท (65 กม./ชม.) เข้าหาลมเพื่อเพิ่มความเร็วลมบนดาดฟ้าให้อยู่ในระดับปลอดภัย การทำแบบนี้จะเพิ่มความเร็วลมที่มีประสิทธิภาพที่จำทำให้เครื่องบินที่บินขึ้นทำความเร็วได้มากขึ้นเมื่อถูกส่งออกไปแล้ว นอกจากนี้ยังทำให้ตอนลงจอดมีความปลอดภัยมากขึ้นด้วยการลดความแตกต่างของความเร็วสัมพันธ์ของเครื่องบินและเรือ
 
== อ้างอิง ==
3,879

การแก้ไข