ผลต่างระหว่างรุ่นของ "เรือบรรทุกอากาศยาน"

เก็บกวาดบทความด้วยบอต
(เก็บกวาดบทความด้วยบอต)
เรือบรรทุกอากาศยานถูกใช้อย่างหนักในสงครามโลกครั้งที่สองและมีแบบที่หลากหลายตามมา [[เรือบรรทุกอากาศยานคุ้มกัน]] เช่น [[ยูเอสเอส โบก (ซีวีอี-9)|ยูเอสเอส โบก]]ถูกสร้างขึ้นแต่ตอนสงครามโลกครั้งที่ 2 แม้ว่าเรือบางลำจะถูกสร้างมาเพื่อจุดประสงค์นั้นๆ แต่เรือส่วนมากเป็นเรือดัดแปลงจากเรือสินค้าเพราะว่าเป็นเรือที่มีระยะหยุดเหมาะที่จะให้การสนับสนุนทางอากาศแก่ขบวนเรือและการรุกสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก [[เรือบรรทุกอากาศยานขนาดเบา]]ที่สร้างขึ้นโดยสหรัฐ เช่น [[ยูเอสเอส อินดีเพนเดนซ์ (ซีวีแอล-22)|ยูเอสเอส อินดีเพนเดนซ์]]เป็นเรือที่นำแนวคิดเรือบรรทุกอากาศยานคุ้มกันมาทำเป็นเรือที่ใหญ่ขึ้นและมีศักยภาพทางทหารมากขึ้น แม้ว่าเรือบรรทุกขนาดเบามักจะบรรทุกกองบินที่มีขนาดเท่ากับกองบินบนเรือบรรทุกคุ้มกัน แต่เรือบรทุกขนาดเบามีความได้เปรียบด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเพราะเรือเหล่านี้ถูกดัดแปลงมาจากเรือครุยเซอร์
 
[[Fileไฟล์:Minas Gerais DN-ST-90-01327.jpg|thumb|[[เรือบรรทุกอากาศยานมินาส เกเรียส]]ของบราซิลในปีพ.ศ. 2527]]
 
ไฟสงครามทำให้เกิดการสร้างเรือและการดัดแปลงเรือที่ไม่ได้ทำตามแบบปกติ เรือแคม (''CAM'') เช่น เรือ[[เอสเอส ไมเคิล อี]] เป็นเรือบรรทุกสินค้าที่สามารถส่งเครื่องบินขึ้นฟ้าด้วยเครื่องดีด แต่ไม่สามารถรับเครื่องบินลงจอดได้ เรือเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นในภาวะฉุกเฉินในสงครามโลกครั้งที่ 2 เช่นเดียวกับ[[เรือพาณิชย์บรรทุกอากาศยาน]] เช่น เรือ[[เอ็มวี เอ็มไพร์ แมคอัลไพน์]] [[เรือดำน้ำบรรทุกอากาศยาน]] เช่น [[เรือดำน้ำบรรทุกอากาศยานเซอร์คูฟ]]ของฝรั่งเศส และ[[เรือดำน้ำชั้นไอ-400]] ของญี่ปุ่นที่สามารถบรรทุกเครื่องบิน[[ไอชิ เอ็ม6เอ]]ได้สามลำ ซึ่งถูกสร้างขึ้นครั้งแรกในทศวรรษที่ 2463 แต่ไม่ประสบความสำเร็จนักในสงครามโลกครั้งที่ 1
 
[[Fileไฟล์:USS Tripoli LPH10 a.jpg|thumb|เรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ชั้นอิโวจิมา''ทริโปลี''ของสหรัฐ]]
 
กองทัพเรือสมัยใหม่ที่ใช้เรือแบบดังกล่าวจะใช้เรือบรรทุกอากาศยานเป็นเรือหลักของกองเรือ ซึ่งเดิมที่เป็นหน้าที่ของ[[เรือประจัญบาน]] ในขณะที่บางคนจดจำการที่เรือเหล่านี้เป็นเรือหลักดำน้ำพร้อมขีปนาวุธ แต่ที่จดจำกันได้มากคืออำนาจการยิงของเรือที่ใช้้ใช้เป็นเครื่องขัดขว้างนิวเคลียร์ทางยุทธศาสตร์ มากกว่าหน้าที่ของเรือเหล่านี้ในกองเรือ<ref>http://www.navy.mil/navydata/cno/n87/usw/issue_5/ntlsecurity.html</ref> การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อตอบสนองกับการที่อำนาจทางอากาศเริ่มมีบทบาทสำคัญในการเอาชนะศัตรู สิ่งที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงคือเครื่องบินพิสัยไกล คล่องแคล่ว และมีประสิทธิภาพ ปฏิบัติการเรือบรรทุกเครื่องบินยังคงดำเนินต่อไปภายหลังสงครามทั้งในด้านขนาดและความสำคัญ [[เรือบรรทุกอากาศยานขนาดหนัก]]ที่มีระวางขับน้ำ 75,000 ตันหรือมากกว่านั้น ได้กลายมาเป็นจุดสุดยอดของการพัฒนา บางลำใช้[[เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์]]เป็นแหล่งพลังงานและเป็นแกนหลักของกองเรือที่ทำหน้าที่ระยะไกล เรือจู่โจมสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก เช่น [[ยูเอสเอส ทาราวา (แอลเอชเอ-1)|ยูเอสเอส ทาราวา]]และ[[เอชเอ็มเอส โอเชียน (แอล-12)|เอชเอ็มเอส โอเชียน]] มีหน้าที่บรรทุกและรับส่งนาวิกโยธินและยังใช้เฮลิคอปเตอร์จำนวนมากเพื่อทำปฏิบัติการดังกล่าว เรือเหล่านี้มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า"เรือบรรทุกเครื่องบินคอมมานโด"หรือ"เรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์"ซึ่งมีบทบาทรองในการบรรทุกและใช้งานอากาศยานขึ้นลงในแนวดิ่ง
 
ด้วยสาเหตุที่เรือเหล่านี้ไม่มีอำนาจการยิงเท่าเรือแบบอื่น ทำให้เรือบรรทุกเครื่องบินตกเป็นเป้าของเรือ เครื่องบิน เรือดำน้ำ และขีปนาวุธของศัตรู ดังนั้นเรือบรรทุกอากาศยานจึงต้องร่วมเดินทางพร้อมกับเรือแบบอื่นๆ ในจำนวนมากเพื่อให้การป้องกัน ให้เสบียง และให้การสนับสนุนเชิงรุก โดยเรียกกองเรือแบบนี้ว่ากองยุทธการหรือกองเรือบรรทุกเครื่องบิน
398,776

การแก้ไข