ผลต่างระหว่างรุ่นของ "พระอรรคชายาเธอ พระองค์เจ้าเสาวภาคย์นารีรัตน์"

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
(เก็บกวาดแม่แบบเรียงลำดับ)
|ฐานันดร = เจ้านายชั้นสูง
|วันประสูติ = [[26 มกราคม]] [[พ.ศ. 2397]]
|วันสวรรคตสิ้นพระชนม์ = [[21 กรกฎาคม]] [[พ.ศ. 2430]]
|พระอิสริยยศ = [[พระอรรคชายา]]
|พระราชบิดา = [[พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นภูมินทรภักดี]]
|พระบิดา = [[พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นภูมินทรภักดี]]
|พระบิดา =
|พระราชมารดา = [[เจ้าจอมมารดาจีน]]
|พระมารดา = [[เจ้าจอมมารดาจีน]]
|มารดา =
|พระชายา =
}}
 
'''พระอรรคชายาเธอ พระองค์เจ้าเสาวภาคย์นารีรัตน์''' พระ[[มเหสี]]ใน[[พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว|รัชกาลที่ 5]] หรือพระนามเดิม '''หม่อมเจ้าปิ๋ว ลดาวัลย์''' เป็นพระธิดาพระองค์รองใน[[พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าลดาวัลย์ กรมหมื่นภูมินทรภักดี]] อันประสูติแต่เจ้าจอมมารดาจีน เมื่อวันศุกร์ที่ [[๒๖ มกราคม]] [[พ.ศ. 2397|พ.ศ. ๒๓๙๗]] <ref>http://theyoung.net/tamneap_vip/49_queen/49_37.htm</ref><ref>{{อ้างหนังสือ
|ผู้แต่ง=จิรวัฒน์ อุตตมะกุล
|ชื่อหนังสือ=พระภรรยาเจ้า และสมเด็จเจ้าฟ้า ในรัชกาลที่ ๕
 
หม่อมเจ้าปิ๋ว ลดาวัลย์ เมื่อประสูติทรงประทับอยู่ที่วังของพระบิดา โดยมี[[กรมสมเด็จพระสุดารัตนราชประยูร ]] (ทูลกระหม่อมแก้ว) ทรงเป็นผู้อภิบาล มีพระเชษฐภคินีและพระขนิษฐาที่ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาจีน ๒ พระองค์ และได้ถวายพระองค์เป็นพระอรรคชายาเธอใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทั้งสามพระองค์ คือ
* หม่อมเจ้าบัว ลดาวัลย์ เมื่อเป็นพระ[[มเหสี]] ทรงมีอิสริยศักดิ์เป็นอิสริยยศเป็น [[พระอรรคชายาเธอ พระองค์เจ้าอุบลรัตนนารีนาค]]
* หม่อมเจ้าสาย ลดาวัลย์ เมื่อเป็นพระ[[มเหสี]] ทรงมีอิสริยศักดิ์เป็นอิสริยยศเป็น [[พระอรรคชายาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์]]
 
หม่อมเจ้าปิ๋ว ลดาวัลย์ ทรงรับราชการฝ่ายในเป็นพระ[[มเหสี]]ทรงอิสริยศักดิ์เป็นอิสริยยศเป็น '''พระอรรคชายาเธอ หม่อมเจ้าเสาวภาคย์นารีรัตน์''' มีพระราชธิดา ๑ พระองค์ คือ
*เจ้าฟ้าจันทราสรัทวาร ประสูติในปี พ.ศ. ๒๔๑๖ ต่อมาทรงเฉลิมพระยศเป็น [[สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจันทราสรัทวาร กรมขุนพิจิตรเจษฎ์จันทร์]] หรือ '''สมเด็จหญิงใหญ่'''
 
หม่อมเจ้าเสาวภาคย์นารีรัตน์ ทรงเป็นที่โปรดปรานของ[[สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาสุดารัตนราชประยูร]]มาก ถึงกับทรงตั้งพระทัยจะให้ดำรงตำแหน่งสมเด็จพระอัครมเหสีอัคร[[มเหสี]]เลยทีเดียว แต่ว่าหม่อมเจ้าเสาวภาคยนารีรัตนมีพระพลานามัยไม่สู้จะสมบูรณ์นัก ประสูติพระราชธิดาพระองค์ ๑ แล้วก็ประชวรกระเสาะกระแสะเรื่อยมา จนกระทั่ง สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ ๒๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๓๐ พระองค์ได้รับการสถาปนาพระอิสริยยศหลังจากสิ้นพระชนม์ขึ้นเป็นพระองค์เจ้าออกพระนามว่า '''พระอรรคชายาเธอ พระองค์เจ้าเสาวภาคย์นารีรัตน์''' ทรงศักดินา ๑๕๐๐๐ เสมอ[[พระองค์เจ้าต่างกรม]]ใน[[พระบรมมหาราชวัง]] ตามตำแหน่งพระอรรคชายาเธอ<ref>ราชกิจจานุเบกษา, [http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2430/031/251.PDF คำประกาศตั้งพระอรรคชายาเธอ หม่อมเจ้าเสาวภาคน่รีรัตน ขึ้นเป็น พระองค์เจ้า มีพระนามจารึกในพระสุพรรณบัตรว่า พระอรรคชายาเธอ พระองค์เจ้าเสาวภาคนารีรัต ทรงศักดินา ๑๕๐๐๐ เสมอเจ้าต่างกรมในพระบรมมหาราชวังตามพระอรรคชายาเธอ], เล่ม ๔, ตอน ๓๑, ๑๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๑๘๘๗, หน้า ๒๕๑ </ref>
 
ในปีนั้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสูญเสียพระอรรคชายาเธอ พระราชโอรส และพระราชธิดาถึง ๓ พระองค์ ในปีเดียวกัน คือ พระอรรคชายาเธอ พระองค์เจ้าเสาวภาคย์นารีรัตน์ [[สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์]] [[สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าพาหุรัดมณีมัย กรมพระเทพนารีรัตน์]] และ[[สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าตรีเพชรุตม์ธำรง]] <ref>http://www.palaces.thai.net/new/bp/memo.htm#Thai</ref> จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้าง[[อนุสาวรีย์ราชานุสรณ์]]เมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๑ เพื่อระลึกถึงพระอรรคชายาเธอ พระราชโอรส และพระราชธิดาที่สิ้นพระชนม์ในปีเดียวกัน อนุสาวรีย์ราชานุสรณ์ทำด้วยหินอ่อนแกะสลักพระรูปเหมือนทั้ง 4 พระองค์ ตั้งอยู่ใกล้กับ[[อนุสาวรีย์พระนางเรือล่ม]] ที่[[พระราชวังบางปะอิน]]
{{เรียงลำดับ|เสาวภาคย์นารีรัตน์}}
{{ประสูติปี|2397}}{{สิ้นพระชนม์ปี|2430}}
[[หมวดหมู่:มเหสี]]
[[หมวดหมู่:พระอรรคชายาเธอ]]
[[หมวดหมู่:พระองค์เจ้าตั้ง]]
116

การแก้ไข