ผลต่างระหว่างรุ่นของ "สงครามอ่าว"

เพิ่มขึ้น 10,979 ไบต์ ,  8 ปีที่แล้ว
(เก็บกวาดบทความด้วยบอต)
แม้ว่าญี่ปุ่นและเยอรมนีจะไม่ได้ส่งทหารร่วมสงคราม แต่พวกเขาให้การสนับสนุนทางการเงินเป็นจำนวนทั้งสิ้น 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐและ 6,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามลำดับ กองกำลังผสมคิดเป็นทหารสหรัฐร้อยละ 73 จากทั้งหมด 956,600 นาย
 
กองกำลังผสมมากมายไม่เต็มใจบางส่วนรู้สึกลังเลที่จะเข้าร่วมสงคราม บ้างรู้สึกบางชาติเห็นว่าสงครามดังกล่าวเป็นเรื่องภายในของพวกชาติอาหรับ หรือไม่บางชาติก็ไม่ต้องการที่จะเพิ่มให้สหรัฐมีอิทธิพลของสหรัฐในตะวันออกกลางมากขึ้น เมื่อสิ้นสุดลงในท้ายที่สุดหลายประเทศถูกโน้มน้าวโดยก็ยอมเข้าร่วมเพราะเห็นความก้าวร้าวเกรี้ยวกราดของอิรักที่มีต่อรัฐอาหรับอื่นๆ โดยชาติเหล่านั้นเสนอการที่จะให้การช่วยเหลือทางเศรษฐกิจหรือยกเลิกหนี้สิ้น หนี้สิน<ref>{{Cite news|url=http://www.washingtonpost.com/wp-dyn/content/article/2006/10/31/AR2006103101217.html |title=Security Council Seat Tied to Aid |work=The Washington Post |accessdate=18 March 2010 | first=Colum | last=Lynch | date=1 November 2006}}</ref>
=== กองกำลังผสม ===
มติที่ยาวนานของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติและสหพันธ์อาหรับผ่านไปในช่สงการรุกราน หนึ่งในสิ่งที่สำคัญที่สุดคือมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ 678 ที่มีขึ้นในวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2533 โดยกำหนดเส้นตายให้อิรักถอนกำลังออกในวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2534
 
====เหตุผลในการเข้าแทรกแซง====
รัฐมนตรีต่างประเทศ[[เจมส์ เบเกอร์]]ได้รวบรวมกองกำลังผสมเพื่อเข้าร่วมต่อต้านอิรัก โดยมีทั้งสิ้น 34 ประเทศได้แก่ [[อาร์เจนตินา]] [[ออสเตรเลีย]] [[บาห์เรน]] [[บังกลาเทศ]] [[เบลเยียม]] [[แคนาดา]] [[เดนมาร์ก]] [[อียิปต์]] [[ฝรั่งเศส]] [[กรีซ]] [[อิตาลี]] [[คูเวต]] [[โมรอกโก]] [[เนเธอร์แลนด์]] [[นิวซีแลนด์]] [[ไนเจอร์]] [[นอร์เวย์]] [[โอมาน]] [[ปากีสถาน]] [[ฟิลิปปินส์]] [[โปรตุเกส]] [[กาตาร์]] [[เกาหลีใต้]] [[ซาอุดิอาระเบีย]] [[เซเนกัล]] [[เซียร์ราลีโอน]] [[สิงคโปร์]] [[สเปน]] [[ซีเรีย]] [[สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์]] [[สหราชอาณาจักร]] และ[[สหรัฐอเมริกา]]<ref>{{citeweb|url=http://www.cnn.com/SPECIALS/2001/gulf.war/facts/gulfwar/|title=The Unfinished War: A Decade Since Desert Storm|publisher=CNN In-Depth Specials|year=2001|accessdate=2008-04-05}}</ref>
[[Image:Cheney meeting with Prince Sultan.jpg|thumb|left|ดิก เชนีย์เข้าพบเจ้าชายสุลต่านที่ซาอุดิอาระเบียเพื่อหาวิธีรับมือกับ[[การรุกรานคูเวต]]]]
สหรัฐและสหประชาชาติให้เหตุผลมากมายในการเข้าแทรกแซงเหตุการณ์ในคูเวตต่อสาธารณะ เหตุผลหลักก็คือการที่อิรักรุกรานอาณาเขตของคูเวตนั่นเอง นอกจากนี้สหรัฐยังเข้าสนับสนุนพันธมิตรอย่างซาอุดิอาระเบีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีความสำคัญในตะวันออกกลางและเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายสำคัญ โดยมองว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นความสำคัญด้านภูมิศาสตร์การเมือง ไม่นานหลังจากการรุกรานคูเวต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม[[ดิก เชนีย์]]ได้ไปเยือนซาอุดิอาระเบียตามคำร้องขอความช่วยเหลือจากสหรัฐโดยกษัตริย์ฟาห์ดแห่งซาอุ ในการแถลงการในการประชุมพิเศษของสภาคองเกรสเมื่อวันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2533 ประธานาธิบดีสหรัฐจอร์จ เอช. ดับเบิลยู. บุชได้รวบรวมเหตุผลพร้อมกับรายละเอียดว่า "ภายในสามวัน ทหารอิรัก 120,000 นายพร้อมรถถัง 850 คันได้ทะลักเข้าคูเวตและเคลื่อนพลไปทางใต้เพื่อคุกคามซาอุดิอาระเบีย นั่นเป็นเหตุผลที่ข้าพเจ้าตัดสินใจที่จะลงมือเพื่อจัดการกับการรุกรานดังกล่าว"<ref>{{cite web|url=http://millercenter.org/scripps/archive/speeches/detail/3425|first=George H. W.|last=Bush |title=Address Before a Joint Session of Congress|publisher=Miller Center of Public Affairs|date=11 September 1990 |accessdate=1 February 2011}}</ref>
 
ทางเพนตากอนได้กล่าวว่ารูปถ่ายทางดาวเทียมได้แสดงให้เห็นกองกำลังอิรักที่ระดมพลตลอดแนวชายแดน แต่ต่อมาพบว่าเป็นการเข้าใจผิด ผู้รายงานข่าวจาก''[[เซนท์ปีเตอร์สเบิร์ก ไทมส์]]''ได้ภาพถ่ายสองภาพจากดาวเทียมพาณิชย์ของโซเวียตที่แสดงให้เห็นเพียงทะเลทรายที่ว่างเปล่า<ref>{{cite web|url=http://pqasb.pqarchiver.com/tampabay/access/50586247.html?dids=50586247:50586247&FMT=ABS&FMTS=ABS:FT&type=current&date=Jan+6%252C+1991&author=JEAN+HELLER&pub=St.+Petersburg+Times&edition=&startpage=1.A&desc=Photos+don%2527t+show+buildup |title= Photos don't show buildup |work=St. Petersburg Times |date=6 January 1991 |accessdate=13 January 2012}}</ref>
แม้ว่า[[ญี่ปุ่น]]และ[[เยอรมนี]]จะไม่ได้ส่งทหารของต้นเข้าร่วม แต่พวกเขาก็สนับสนุนทุนทั้งสิ้น 1 หมื่นล้านและ 6.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐตามลำดับ ทหารสหรัฐคิดเป็น 73% ของกองกำลังทั้งหมด 956,600 นายในอิรัก
[[File:Powell, Schwarzkopf, and Wolfowitz at Cheney press conference, February 1991.jpg|thumb|นายพล[[คอลิน โพเวลล์]] (ซ้าย) นายพลนอร์แมน ชวาซคอพฟ์ จูเนียร์ และ[[พอล วูล์ฟโอวิทซ์]] (ขวา) ขณะเข้าฟังรายงานจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐ[[ดิก เชนีย์]]ในกรณีสงครามอ่าวปีพ.ศ. 2534]]
 
เหตุผลอื่นๆ ในการเข้าแทรกแซงคือการที่อิรักมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในช่วงการปกครองโดยซัดดัม นอกจากนี้ยังเป็นที่รู้กันโดยทั่วว่าอิรักนั้นครอบครองอาวุธชีวภาพและอาวุธเคมี ซึ่งซัดดัมเคยใช้จัดการกับทหารอิหร่านในช่วง[[สงครามอิหร่าน-อิรัก]]และใช้กับชาวเคิร์ดที่อาศัยอยู่ในอิรักอีกด้วย อิรักเองก็มีโครงการอาวุธนิวเคลียร์แต่ข้อมูลดังกล่าวส่วนหนึ่งจากปีพ.ศ. 2534 ถูกหน่วยสืบราชการลับของสหรัฐพิสูจน์ว่าไม่เป็นความจริงในวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2544<ref>[[Bulletin of the Atomic Scientists]], Volume 59, page 33, Educational Foundation for Nuclear Science (Chicago, Ill.), Atomic Scientists of Chicago, Bulletin of the Atomic Scientists (Organization), 2003.</ref>
กองกำลังผสมมากมายไม่เต็มใจที่จะเข้าร่วม บ้างรู้สึกว่าสงครามเป็นเรื่องภายในของพวกอาหรับ หรือไม่ก็ไม่ต้องการที่จะเพิ่มอิทธิพลของสหรัฐในตะวันออกกลาง เมื่อสิ้นสุดลงหลายประเทศถูกโน้มน้าวโดยความก้าวร้าวของอิรักต่อรัฐอาหรับ โดยเสนอการช่วยเหลือทางเศรษฐกิจหรือยกเลิกหนี้สิ้น <ref>http://www.washingtonpost.com/wp-dyn/content/article/2006/10/31/AR2006103101217.html</ref>
 
แม้ว่าจะมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในคูเวตโดยกองทัพอิรัก แต่กรณีที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในสหรัฐคือการแทรกแซงบริษัทประชาสัมพันธ์ที่ว่าจ้างโดยรัฐบาลคูเวตเพื่อส่งอิทธิพลต่อความคิดเห็นของสหรัฐในการใช้ทหารเข้าแทรกแซง ไม่นานหลังจากการรุกรานคูเวต องค์กรที่เรียกว่า"กลุ่มพลเมืองเพื่อปลดปล่อยคูเวต"ก็เกิดขึ้นในสหรัฐ องค์กรดังกล่าวได้ว่าจ้างบริษัทประชาสัมพันธ์ชื่อฮิลล์แอนด์โนล์ตันเป็นจำนวนเงินประมาณ 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมีรัฐบาลแห่งคูเวตเป็นคนจ่าย<ref>{{cite web|url=http://www.prwatch.org/books/tsigfy10.html |title=How PR Sold the War in the Persian Gulf &#124; Center for Media and Democracy |publisher=Prwatch.org |accessdate=1 February 2011}}</ref>
 
ในหมู่วิธีอื่นๆ ที่ส่งอิทธิพลต่อความเห็นของสหรัฐ (เช่น การแจกจ่ายหนังสือที่ตีแผ่ความโหดร้ายของอิรักต่อทหารอเมริกัน เสื้อที่มีข้อความว่า'ปลดปล่อยคูเวต' รวมทั้งการกระจายเสียงในมหาวิทยาลัยและวิดีโอมากมายทางโทรทัศน์) บริษัทดังกล่าวได้จัดให้มีการปรากฎตัวต่อหน้าสมาชิกสภาคองเกรส ซึ่งมีผู้หญิงคนหนึ่งระบุตนว่าเป็นพยาบาลที่ทำงานในโรงพยาบาลในคูเวต พร้อมอธิบายว่าเห็นทหารอิรักนำเด็กทารกออกจากเครื่องอบและทิ้งให้ทารกตายบนพื้น<ref name=kuwaitgate />
 
เรื่องดังกล่าวส่งอิทธิพลต่อทั้งสาธารณะและสภาคองเกรสในเรื่องการทำสงครามกับอิรัก สมาชิกสภาหกคนเห็นว่าเรื่องเล่าดังกล่าวเป็นเหตุผลเพียงพอที่จะให้ใช้กองทัพจัดการกับอิรักและมีวุฒิสมาชิกอีกเจ็ดคนที่นำเรื่องดังกล่าวสู่การถกเถียง วุฒิสภาสนับสนุนให้มีการลงมือทางทหารด้วยเสียงโหวต 52 ต่อ 47 เสียง อย่างไรก็ตามหนึ่งปีหลังจากสงครามเริ่มขึ้น การให้การดังกล่าวถูกเปิดเผยว่าเป็นเรื่องโกหก ผู้หญิงคนดังกล่าวที่เป็นคนให้การถูกพบในภายหลังว่าเป็นสมาชิกราชวงศ์ของคูเวต และเป็นลูกสาวของทูตคูเวตในสหรัฐ<ref name=kuwaitgate>{{Cite news| url=http://findarticles.com/p/articles/mi_m1316/is_n9_v24/ai_12529902 | work=Washington Monthly | title=Kuwaitgate – killing of Kuwaiti babies by Iraqi soldiers exaggerated | first=Ted | last=Rowse | year=1992}}</ref> เธอไม่ได้อาศัยอยู่ในคูเวตตอนที่อิรักทำการบุกด้วยซ้ำ
 
รายละเอียดของการประชาสัมพันธ์โดยบริษัทฮิลล์แอนด์โนล์ตันถูกตีพิมพ์ในหนังสือ ''Second Front: Censorship and Propaganda in the Gulf War'' ที่เขียนโดยจอห์น อาร์. แมคอาเธอร์ และเป็นที่สนใจในหมู่ประชาชนเมื่อความคิดเห็นของแมคไนท์ถูกตีพิมพ์ใน"[[เดอะนิวยอร์กไทมส์]]" สิ่งที่เกิดขึ้นคือมีการกระตุ้นให้เกิดการตรวจสอบ หลังจากที่ไม่พบหลักฐานเรื่องที่ทหารอิรักปฏิบัติกับเด็กทารก องค์กรดังกล่าวก็ถอนตัวออกไป ประธานาธิบดีบุชได้ย้ำเรื่องข้อกล่าวหาดังกล่าวอีกครั้งทางโทรทัศน์
 
ในขณะเดียวกัน กองทัพบกอิรักได้ก่ออาชญากรรมหลายครั้งซึ่งถูกบันทึกเอาไว้ในช่วงที่่เข้ายึดครองคูเวต เช่น การประหารนักโทษสามพี่น้องโดยปราศจากการไต่สวน ศพของทั้งสามถูกสุมทิ้งไว้ให้เน่าอยู่กลางถนน<ref>Makiya 1993, p 40.</ref> ทหารอิรักยังได้เข้าปล้นสะดมบ้านของประชาชนอีกด้วย บ้านหลังหนึ่งถูกใช้เป็นที่ถ่ายของเสียอยู่บ่อยครั้ง<ref>Makiya 1993, pp 31–33</ref> ต่อมาผู้อยู่อาศัยคนหนึ่งกล่าวว่า "เรื่องทั้งหมดเป็นการใช้ความรุนแรงแก้ไขความรุนแรง เป็นการใช้การทำลายเพื่อต่อกรกับอีกการทำลาย... คุณลองนึกถึงภาพวาดเหนือความจริงของ[[ซัลวาดอร์ ดาลี]]ดูสิ"<ref>Makiya 1993, p 32.</ref>
 
== การทัพทางอากาศ ==
3,879

การแก้ไข