ผลต่างระหว่างรุ่นของ "โมโม"

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
{{ปรับภาษา|โดย (1) เขียนสะกดคำให้ถูกต้อง (2) ใช้ถ้อยคำให้ถูกต้องตามไวยากรณ์ไทย (3) เขียนทับศัพท์ให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ มิฉะนั้นก็ตามต้นฉบับ และ (4) เรียบเรียงให้มนุษย์อ่านแล้วเข้าใจ}}
{{ต้องการอ้างอิง}}
{{ความหมายอื่น|เกี่ยวกับ=โมโม (วรรณกรรมเยาวชน)|สำหรับ=โมโม|ดูที่=โมโม (แก้ความกำกวม)}}
 
== เนื้อเรื่อง ==
ในซากปรักหักพังของ[[อัฒจันทร์]]นอกเมืองเป็นที่อาศัยของโมโม สาวน้อยที่มีความเป็นมาลึกลับ เธอเหมือนเด็กอนาถาเร่ร่อนที่สวมเสื้อใหญ่กว่าตัว เธอไม่รู้หนังสือและไม่สามารถนับตัวเลขเลขได้ เธอไม่รู้วิธีการนับอายุของเธอว่านับอย่างไร อายุของเธอคือเท่าไร เมื่อถูกถาม เธอจะตอบว่า “ฉันจำได้ว่า ฉันอยู่ที่นั่นตลอด” เธอเป็นคนโดดเด่นในหมู่เพื่อนบ้านใกล้เคียง เพราะเธอมีความสามารถพิเศษที่จะรับฟัง – ฟังอย่างแท้จริง ซึ่งทำให้เธอสามารถชี้แนะคำตอบสำหรับปัญหาของพวกเขาได้อย่างถูกต้อง จึงได้มีการแนะนำหรือบอกต่อว่า “ไปดูโมโม” ซึ่งกลายเป็นวลีที่ใช้ในครัวเรือน ทำให้โมโมได้รับคำชื่นชมจากเพื่อนๆที่มารับคำปรึกษาอยู่เสมอ
 
แต่บรรยากาศอันน่ารื่นรมย์นี้ได้ถูกทำลายโดยการมาถึงของผู้ชายในชุดชายสีเทา ผู้ชอบเกาะกินผู้คนเหมือนปรสิตและมีชีวิตอยู่เหนือกฎเกณฑ์ทางธรรมชาติ ปรากฏตัวในรูปแบบการแต่งกายด้วยชุดสีเทา ผิวสีเทา ศีรษะล้าน ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของธนาคารประหยัดเวลา ซึ่งส่งเสริมแนวคิดของการ ''การประหยัดเวลา'' ซึ่งโดยมองว่าเวลาที่ถูกประหยัดได้เป็นเงินเป็นทอง ใครปล่อยเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์นั้นจะถูกนำไปฝากไว้กับธนาคารหาความสุขไม่ได้ เพราะฉะนั้นจงหาเงินให้มากขึ้นเพื่อหาซื้อความสุข แต่หลังจากเผชิญหน้ากับผู้ชายในชุดชายสีเทาจากไปผู้คนต่างหลงลืมถึงตัวตนของพวกเขาไป แต่ก็ได้ยังคงยึดถือแนวคิดในการประหยัดเวลาให้ได้มากที่สุดเพื่อนำไปใช้ในประโยชน์ในภายหลัง ของพวกเขา
 
แนวคิดนี้ค่อยๆแผ่ขยายอิทธิพลจนส่งผลกระทบต่อคนทั้งเมือง ผู้คนเริ่มแล้งน้ำใจเพราะเห็นว่าเป็นการเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ กิจกรรมทางสังคม นันทนาการ การพักผ่อนหย่อนใจ และงานศิลปะได้ถูกยกเลิก อาหาร เสื้อผ้า และสิ่งของต่างๆถูกปรับให้เหมือนกันหมดเพื่อประหยัดเวลาในการผลิต แต่ยิ่งประหยัดเวลาไปเท่าไรพวกเขาจะยิ่งสูญเสียเวลาเหล่านั้นไป ผู้ชายในชุดสีเทาจะได้เวลาเหล่าที่เราสูญเสียนั้นในรูปแบบของได้กลายมาเป็นซิการ์ ซึ่งหากปราศจากซิการ์เหล่าผู้ชายในชุดชายสีเทาก็ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้
 
แต่ด้วยบุคคลิกพิเศษของโมโม ทำให้ผู้ชายในชุดชายสีเทาเห็นถึงอันตรายจากการกระทำของเธอ จึงได้พยายามที่จะเปลี่ยนเธอเป็นพวกแต่พวกเขาก็ล้มเหลวทั้งหมด ถึงแม้ว่าเพื่อนสนิทของเธอจะตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของผู้ชายในชุดชายสีเทา โมโมได้เข้าพบศาสตราจารย์ “เซ็คคุนดุส มินูทุส ฮอร่า” (“Secundus Minutus Hora” หมายถึง ชั่วโมง, นาที, วินาที) ซึ่งเป็นตัวแทนของเวลา และได้รับรู้ถึงวิกฤตการที่โลกทั้งหมดจะหยุดนิ่งหากปล่อยให้สถานการณ์เช่นนี้ดำเนินอยู่ต่อไป ศาสตราจารย์ “เซ็คคุนดุส มินูทุส ฮอร่า” ได้มอบพลังในการมองเห็นอนาคตล่วงหน้า 30 นาทีให้แก่เธอ เพื่อให้เธอลักลอบเข้าไปยังที่หลบซ่อนของผู้ชายในชุดชายสีเทาเพื่อช่วยปลดปล่อยเวลาออกจะมาจากเซฟ
 
== ประเด็นหลัก ==
หัวใจหลักของโมโม คือการตั้งคำถามกับการใช้เวลาโดยมองถึงมูลค่าเหมือนเป็นสินค้านั้นถูกต้องแล้วหรือ การทำงานที่เสร็จไวแต่ขาดความใส่ใจต่อคนรอบข้างนั้นคุ้มค่าแน่หรือ เราจะประหยัดเวลาเพื่อไปหาความสุขหรือจะหาความสุขได้ในทุกช่วงเวลา เราต่างใช้เวลาไปเพื่อสร้างความเจริญทางวัตถุ แต่ขณะเดียวกันเราได้หลงลืมอะไรไปบ้าง การที่เราอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน เราควรจะทำตัวเช่นไรเพื่อไม่ให้ถูกกลืนหายไปกับกระแสสังคม
 
มิซาเอล เอนเด้ ได้เสนอโลกในมุมมองของโมโม โดยแบ่งประเด็นของเรื่องออกเป็น 3 ส่วน ส่วนที่หนึ่งเป็นเรื่องของความสามารถในการรับฟังอย่างแท้จริงของโมโม ส่วนที่สองเป็นเรื่องกระแสวัตถุนิยมและค่านิยมของคนเมือง ส่วนที่สามจะเป็นเรื่องการเข้าใจถึงธรรมชาติของเวลาและผลที่เกิดขึ้นเมื่อเราใช้เวลาเป็นเหมือนสิ่งของ
มิซาเอล เอนเด้ จึงได้เสนอโลกในมุมมองของโมโม เด็กที่ไม่มีสมบัติอะไรติดตัวและไม่มีการศึกษา แต่สามารถเป็นที่พึ่งของทุกคนได้เพียงแค่ใช้การฟังอย่างแท้จริงเท่านั้น ซึ่งเป็นทักษะที่เราหลายคนหลงลืมมัน การให้ความเอาใจใส่ต่อบุคคลรอบข้างย่อมเป็นเกราะป้องกันที่ดีต่อการครอบงำของลัทธิบูชาวัตถุที่กำลังแผ่ขยาย ทำให้เป็นเป้าหมายที่ยากยิ่งสำหรับผู้ชายในชุดสีเทา จึงได้มีการใช้ตุ๊กตา[[บาร์บี้]]และของเล่นแพงๆ เพื่อจูงใจให้โมโมหันมายึดติดกับวัตถุแทน แต่โมโมไม่เชื่อว่าการกระทำของตัวเองนั้นเป็นการเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ แต่ยังคงยึดมั่นต่อคุณค่าของการใส่ใจรับฟังปัญหาของทุกคน และพยายามทวงคืนสิ่งที่ถูกผู้ชายในชุดสีเทาล่อลวงไปกลับคืนมา
 
 
== คำติชม ==
ผู้ใช้นิรนาม