ผลต่างระหว่างรุ่นของ "สมจินต์ ธรรมทัต"

ครั้งหนึ่งเคยแอบไปเปรียบมวยในงานวัด เพราะต้องการทดลองฝีมือทางหมัดมวย เมื่อได้ขึ้นเวทียังไม่ทันได้ชกก็เห็นบิดาถือไม้เรียวรออยู่ที่ด้านล่างของเวที การชกครั้งนั้นแพ้และเมื่อลงจากเวทียังเจ็บตัวซ้ำสอง แต่การฝึกมวยไทยให้ประโยชน์เมื่อต้องใช้ในการแสดงละครโทรทัศน์
 
=== 2498–2520: บริษัทไทยโทรทัศน์ จำกัด ช่อง 4 บางขุนพรหม ===
หลังจากเรียนจบพณิชยการพระนคร '''สมจินต์ ธรรมทัต'''ได้ทำงานหลายแห่งที่ เช่น [[กรมชลประทาน]] และ [[กรมรถไฟ]] จนกระทั่งได้ยินทราบว่าจะมีการเปิดสถานีโทรทัศน์แห่งแรกขึ้น เป็นกิจการใหม่ที่ไม่เคยมีในเมืองไทย จึงได้สนใจมาสมัครทำงานกับ [[จำนงค์ รังสิกุล]] <ref name="พลอยแกมเพชร">[ นิตยสารพลอยแกมเพชร ปีที่ 3 ฉบับที่ 52 - 31 มีนาคม 2537 ]</ref> ด้วยวุฒิพณิชยการและผลงานชนะการแข่งขันพิมพ์ดีด ได้ทำงานในส่วนกลางของบริษัท[[ไทยโทรทัศน์]]ตั้งแต่อาคารสถานียังสร้างไม่เสร็จ ต้องนั่งทำงานที่กรมประชาสัมพันธ์ไปพลาง ๆ ก่อน ในครั้งนั้น '''สมจินต์ ธรรมทัต'''ไม่โดยมิได้นึกเลยว่าจะมาเป็นนักแสดง ที่เข้ามาสมัครงานก็เพียงเพราะเห็นว่าเป็นกิจการใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนในประเทศไทยเท่านั้น
ในยุคเริ่มแรกของบริษัท[[ไทยโทรทัศน์]] '''สมจินต์ ธรรมทัต'''ทำงานทั่วไปตามแต่นายคือ จำนงค์ รังสิกุล จะสั่งการ บางครั้งก็ทำหน้าที่ควบคุมการอัดเสียงผู้ที่มาสมัครเป็นผู้ประกาศของสถานีวิทยุ ททท.ซึ่งเปิดดำเนินการก่อนที่สถานีโทรทัศน์จะทำการแพร่ภาพออกอากาศ ต่อมาได้ทำงานเอกสารในแผนกแผนผังของฝ่ายจัดรายการ ซึ่งนอกจากจะต้องพิมพ์แผนผังการออกอากาศประจำวันแล้ว บางครั้งยังต้องพิมพ์บทละครโทรทัศน์ด้วย และได้เข้าร่วมแสดงเป็นตัวประกอบในละครโทรทัศน์ โดยรับบทที่ไม่มีการพูด เช่นเป็นทหารตัวประกอบในฉากละครซึ่งเรียกกันว่าทหารเสาหรือเสนา 50 เพราะจะได้รับค่าตัว 50 บาทในการแสดงละครหนึ่งครั้ง ต่อมาจึงได้รับบทพูด จนกระทั่งได้รับบทแสดงในละครหลายเรื่องจนกระทั่งมาถึงเรื่องเสือเก่า แสดงนำร่วมกับอาคม มกรานนท์และกัณฑรีย์ (นาคประภา) สิมะเสถียร ซึ่งละครเรื่องนั้นส่งให้'''สมจินต์ ธรรมทัต'''มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของผู้ชม เรื่องเสือเก่านี้'''สมจินต์ ธรรมทัต'''แสดงเป็นนักมวยเก่าที่แขวนนวมไปแล้ว และต้องกลับมาขึ้นชกโดยต้องชกกับลูกชายของตัวเองซึ่งแสดงโดย อาคม มกรานนท์ สมจินต์ ธรรมทัตจึงได้ใช้ประสบการณ์จากวัยรุ่นที่เคยฝึกมวยและชกมวยมาก่อนในการแสดงละครเรื่องนี้
 
ในยุคเริ่มแรกของบริษัท[[ไทยโทรทัศน์]] '''สมจินต์ ธรรมทัต'''ทำงานทั่วไปตามแต่นายคือที่ได้รับมอบหมาย จำนงค์ รังสิกุล จะสั่งการ บางครั้งก็ทำหน้าที่ควบคุมการอัดเสียงผู้ที่มาสมัครเป็นผู้ประกาศของสถานีวิทยุ ททท.ซึ่งเปิดดำเนินการก่อนที่สถานีโทรทัศน์จะทำการแพร่ภาพออกอากาศ ต่อมาได้ทำงานเอกสารในแผนกแผนผังของฝ่ายจัดรายการ ซึ่งนอกจากจะต้องพิมพ์แผนผังการออกอากาศประจำวันแล้ว บางครั้งยังต้องพิมพ์บทละครโทรทัศน์ด้วย และได้เข้าร่วมแสดงเป็น'''ตัวประกอบในละครโทรทัศน์ โดยรับบทที่ไม่มีการบทพูด''' เช่นเป็น ทหารตัวประกอบในฉากละครซึ่งเรียกกันว่า "ทหารเสาหรือเสนา 50" เพราะจะได้รับค่าตัว 50 บาทในการแสดงละครหนึ่งครั้ง ต่อมาจึงได้รับบทพูด จนกระทั่งได้รับบทแสดงที่ต้องมีบทสนทนาในละครหลายเรื่อง จนกระทั่งมาถึงเรื่อง ''เสือเก่า'' แสดงนำร่วมกับอาคม มกรานนท์และกัณฑรีย์ (นาคประภา) สิมะเสถียร ซึ่งละครเรื่องนั้นส่งให้'''สมจินต์ ธรรมทัต'''มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของผู้ชม ในเรื่องเสือเก่านี้'''สมจินต์ ธรรมทัต'''แสดงเป็นรับบทนักมวยเก่าที่แขวนนวมไปแล้ว มีภรรยา (กัณฑรีย์ นาคประภา สิมะเสถียร ) และต้องกลับมาขึ้นชกโดยต้องชกกับลูกชายของตัวเองซึ่งแสดงโดย [[อาคม มกรานนท์]] สมจินต์ ธรรมทัตจึงซึ่งมีโอกาสได้ใช้ประสบการณ์จากวัยรุ่นที่เคยฝึกมวยและชกมวยมาก่อนในการแสดงละครเรื่องครั้งนี้ด้วย
ในปีพุทธศักราช 2502-2504 สมจินต์ ธรรมทัตได้แสดงละครชุดหลายตอนจบเรื่องขุนศึก จากบทประพันธ์ของ ไม้ เมืองเดิม บทโทรทัศน์โดย สุมทุม บุญเกื้อ ซึ่งเป็นการขอยืมชื่อน้องชายของ ไม้ เมืองเดิม มาเป็นผู้เขียนบทโทรทัศน์ แต่ความจริงแล้วเขียนโดย รพีพร (สุวัฒน์ วรดิลก) ซึ่งขณะนั้นถูกจำคุกอยู่ด้วยคดีกบฐเสรีภาพ<ref name="อารีย์">[ โลกมายาของอารีย์ โดย อารีย์ นักดนตรี - มีนาคม 2546 - ISBN 974-91018-4-7 ]</ref>
สมจินต์ ธรรมทัต รับบทเป็น หมู่ขัน ตัวร้ายของเรื่อง ซึ่งจากการแสดงละครเรื่องนี้ทำให้ สมจินต์ ธรรมทัต มีชื่อเสียงในฐานะ ดาวร้ายจอแก้ว ละครโทรทัศน์เรื่องขุนศึก นับเป็นละครฟอร์มใหญ่ของสถานีโทรทัศน์ ใช้ผู้แสดงจำนวนมาก มีความยาวของเรื่องมาก ทำให้ต้องแสดงต่อเนื่องถึงสองปี
 
ในปีพุทธศักราชพ.ศ. 2502 - 2504 สมจินต์ ธรรมทัตได้แสดงละครชุดหลายตอนจบเรื่อง ''[[ขุนศึก]]'' จากบทประพันธ์ของ [[ไม้ เมืองเดิม]] เป็นละครฟอร์มใหญ่เรื่องยาวของสถานี ที่ใช้ผู้แสดงจำนวนมากและออกอากาศนานถึงสองปี บทโทรทัศน์โดย สุมทุม บุญเกื้อ ซึ่งเป็นการขอยืมชื่อน้องชายของ ไม้ เมืองเดิม มาเป็นผู้เขียนบทโทรทัศน์ แต่ความจริงแล้วเขียนโดย [[รพีพร]] (สุวัฒน์ วรดิลก) ซึ่งขณะนั้นถูกจำคุกอยู่ด้วยคดีกบฐเสรีภาพ<ref name="อารีย์">[ โลกมายาของอารีย์ โดย อารีย์ นักดนตรี - มีนาคม 2546 - ISBN 974-91018-4-7 ]</ref>
ปีพุทธศักราช 2509 สมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิงแห่งประเทศไทย<ref name="ข่าวสยาม">หนังสือพิมพ์ ข่าวสยาม ปีที่ 9 ฉบับที่ 2322 วันเสาร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2509</ref><ref name="ไทยรัฐ">หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ปีที่ 9 ฉบับที่ 3376 วันอาทิตย์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2509</ref> ได้ขอพระราชทานรางวัลจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ให้แก่ผู้มีผลงานในทุกสาขา ทั้งภาพยนตร์ โทรทัศน์ วิทยุ และ นักร้อง โดยมีชื่อรางวัลว่า "ดาราทองพระราชทาน" พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชเสด็จพระราชดำเนินเพื่อพระราชทานรางวัล ณ.เวทีลีลาศสวนอัมพร ในวันศุกร์ที่ 24 มีนาคม พุทธศักราช 2509 ซึ่งสมจินต์ ธรรมทัต ได้รับพระราชทานรางวัลดาราทอง ในสาขาโทรทัศน์
 
รับบทเป็น หมู่ขัน ตัวร้ายของเรื่อง ทำให้มีชื่อเสียงในฐานะ '''ดาวร้ายจอแก้ว'''
 
ปีพุทธศักราชพ.ศ. 2509 [[สมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิงแห่งประเทศไทย]]<ref name="ข่าวสยาม">หนังสือพิมพ์ ข่าวสยาม ปีที่ 9 ฉบับที่ 2322 วันเสาร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2509</ref><ref name="ไทยรัฐ">หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ปีที่ 9 ฉบับที่ 3376 วันอาทิตย์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2509</ref> ได้พิจารณาให้เป็นหนึ่งในรายชื่อเพื่อขอรับพระราชทานรางวัลจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ให้แก่สำหรับผู้มีผลงานในทุกสาขา ทั้งภาพยนตร์ โทรทัศน์ วิทยุ และ นักร้อง โดยมีชื่อรางวัลว่า "'''ดาราทองพระราชทาน'''" พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชเสด็จพระราชดำเนินเพื่อพิธีพระราชทานรางวัล จัดขึ้น . เวทีลีลาศสวนอัมพร ในวันศุกร์ที่ 24 มีนาคม พุทธศักราชพ.ศ. 2509 ซึ่งสมจินต์ ธรรมทัต ได้รับพระราชทานรางวัลดาราทอง ในสาขาโทรทัศน์
 
ผู้ที่ได้รับรางวัลดาราทองพระราชทานมีรายชื่อดังต่อไปนี้
 
ประเภท'''ภาพยนตร์''' [[มิตร ชัยบัญชา]] (พันจ่าอากาศโท พิเชษฐ์ พุ่มเหม) , [[พิศมัย วิไลศักดิ์]]
 
ประเภท'''โทรทัศน์''' สมจินต์ ธรรมทัต, [[สุพรรณ บูรณพิมพ์]]
 
ประเภท'''วิทยุ''' [[วิเชียร นีลิกานนท์]], [[จีราภา ปัญจศีล]]
ประเภทโทรทัศน์ สมจินต์ ธรรมทัต, สุพรรณ บูรณพิมพ์
 
ประเภท'''นักร้อง''' ชรินท์ [[ชรินทร์ นันทนาคร]] ,[[ลินจง บุญนากริน]]
ประเภทวิทยุ วิเชียร นีลิกานนท์, จีราภา ปัญจศีล
 
'''รางวัลชมเชยพิเศษ''' ศิริ ศิริจินดา, ไพบูลย์ ลีสุวัฒน์, [[เพ็ญศรี พุ่มชูศรี]], จีรนันท์ เศวตนันทน์
ประเภทนักร้อง ชรินท์ นันทนาคร ลินจง บุญนากริน
 
สมจินต์ ธรรมทัต มีผลงานทางโทรทัศน์ ทั้งแสดงละคร กำกับละคร พากษ์ภาพยนตร์ต่างประเทศ บรรยายสารคดี อ่านข่าว และงานอื่น ๆ อีกมากมาย ตามสถานีโทรทัศน์ช่องต่าง ๆ เป็นจำนวนมากจนตลอดชีวิต และเคยได้รับรางวัลต่าง ๆ เช่น
รางวัลชมเชยพิเศษ ศิริ ศิริจินดา, ไพบูลย์ ลีสุวัฒน์, เพ็ญศรี พุ่มชูศรี, จีรนันท์ เศวตนันทน์
 
[[รางวัลโทรทัศน์ทองคำ]] ครั้งที่ 1 (2529) ผู้พากย์ภาพยนตร์ดีเด่นชาย จาก ''พั้งค์กี้จอมแก่น'' และ ''หนูน้อยคอมพิวเตอร์'' (ช่อง 9)
สมจินต์ ธรรมทัต มีผลงานทางโทรทัศน์ ทั้งแสดงละคร กำกับละคร พากษ์ภาพยนตร์ต่างประเทศ บรรยายสารคดี อ่านข่าว และงานอื่น ๆ อีกมากมาย ตามสถานีโทรทัศน์ช่องต่าง ๆ เป็นจำนวนมากจนตลอดชีวิต และเคยได้รับรางวัลต่าง ๆ เช่น
 
[[รางวัลโทรทัศน์ทองคำเมขลา]] ครั้งที่ 12 (25292524) ผู้พากย์ภาพยนตร์แสดงประกอบชายดีเด่นชาย จากเรื่อง พั้งค์กี้จอมแก่น และ หนูน้อยคอมพิวเตอร์''เขาชื่อกานต์'' (ช่อง 93)
 
วันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2520 รัฐบาลเผด็จการที่มาจากการรัฐประหารในขณะนั้นโดย นายธานินทร์ กรัยวิเชียร นายกรัฐมนตรี และนายดุสิต ศิริวรรณ เป็น รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้มีมติให้เลิกกิจการบริษัทไทยโทรทัศน์ จำกัด กับเลิกจ้างพนักงานทั้งหมด และได้ตั้งองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย ขึ้นเพื่อรับช่วงการดำเนินงานต่อโดยให้พนักงานของบริษัทไทยโทรทัศน์ สมัครเข้าทำงานในหน่วยงานใหม่
รางวัลเมขลาครั้งที่ 2 (2524) ผู้แสดงประกอบชายดีเด่น จากเรื่อง เขาชื่อกานต์ (ช่อง 3)
 
เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2520 รัฐบาลเผด็จการที่มาจากการรัฐประหารในขณะนั้นโดย นายธานินทร์ กรัยวิเชียร นายกรัฐมนตรี และนายดุสิต ศิริวรรณ เป็น รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้มีมติให้เลิกกิจการบริษัทไทยโทรทัศน์จำกัด และเลิกจ้างพนักงานทั้งหมด และได้ตั้งองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย ขึ้นเพื่อรับช่วงการดำเนินงานของบริษัทไทยโทรทัศน์จำกัด โดยให้พนักงานของบริษัทไทยโทรทัศน์จำกัดสมัครเข้าทำงานในหน่วยงานใหม่ นายดุสิต ศิริวรรณ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมกับผู้บริหารองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทยในยุคก่อตั้ง ปฏิเสธที่จะรับอดีตพนักงานของบริษัทไทยโทรทัศน์จำกัดจำนวนหนึ่งเข้าทำงาน ซึ่งรวมถึง สมจินต์ ธรรมทัต ด้วย นับตั้งแต่นั้นมา สมจินต์ ธรรมทัต จึงเป็นนักแสดงอิสระไม่มีสังกัด
 
[[ไฟล์:ละคร ขุนศึก ช่องสี่บางขุนพรหม.jpg|thumb|ละครเรื่องขุนศึก จากซ้ายไปขวา
ผู้ใช้นิรนาม