ผลต่างระหว่างรุ่นของ "พงษ์สิทธิ์ คำภีร์"

ปี พ.ศ. 2541 ได้มีคอนเสิร์ตใหญ่ที่มีชื่อว่า "คอนเสิร์ต 3 ตำนานเพื่อชีวิต" ที่ร่วมกับ [[สุรชัย จันทิมาธร]] และ [[ยืนยง โอภากุล]] โดยมี[[วงออร์เคสตรา]] BSO ([[วงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพ]]) เป็นวงแบ็คอัพ โดยคอนเสิร์ตครั้งนี้เป็นการนำศิลปินเพื่อชีวิต ทั้ง 3 ยุค มาเล่นบนเวทีเดียวกันเพื่อบันทึกรอยต่อสำคัญของทั้ง 3 ศิลปินในด้านต่างๆ หรือจะเป็นคอนเสิร์ตการกุศลอย่าง คอนเสิร์ต "หัวใจสีขาว" โดยที่รายได้ส่วนหนึ่งจะมอบให้มูลนิธิ ธรรมรักษ์ [[วัดพระบาทน้ำพุ]] จังหวัดลพบุรี จนกระทั้งในช่วงเวลาครบรอบ 15 ปี บนถนนสายดนตรีของพงษ์สิทธิ์ ก็ได้จัดคอนเสิร์ต 15 ปี คำภีร์ เต็มขั้น ขึ้นในปี พ.ศ. 2545 รวมทั้งพงษ์สิทธิ์ ยังได้จัดทำโครงการช่วยเหลือสังคม คือ "โครงการห้องสมุด คำภีร์ เพื่อเด็กในชนบท" อีกด้วย
 
จนกระทั่งปี พ.ศ. 2549 พงษ์สิทธิ์ได้ย้ายมาอยู่กับค่ายเพลง "วอร์เนอร์ มิวสิค ประเทศไทย" รวมทั้งได้ออกอัลบั้ม "บันทึกคนบนถนน" และมีคอนเสิร์ต "19 เข้า 20 เสือออกลาย" ซึ่งเป็นการแสดงคอนเสิร์ตในโอกาสย่างเข้าสู่ทศวรรษที่สองในการทำงานดนตรีของตัวเอง โดยมี หงา ฅาราวาน, เล็ก คาราบาว, [[ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี]] และ [[ฝน ธนสุนทร]] เป็นแขกรับเชิญ และวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 พงษ์สิทธิ์ได้เปิดการแสดงคอนเสิร์ตครั้งใหญ่ขึ้นอีกครั้ง โดยใช้ชื่อว่า "ฮักเสี่ยว" ณ หอประชุมใหญ่ [[มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์]] (ท่าพระจันทร์) โดยมี แอ๊ด คาราบาว, [[ปาล์มมี่]] และ [[อพาร์ทเม้นท์คุณป้า]] ร่วมเป็นแขกรับเชิญ <ref>[http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9510000139843 "ฮักเสี่ยว" สนุกแบบง่ายๆ สไตล์ "คำภีร์"]</ref> และวันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2553 ได้แสดงคอนเสิร์ต "อยู่อย่างสิงห์" ณ ธันเดอร์โดม [[เมืองทองธานี]] โดยมี [[ชาตรี คงสุวรรณ]] มือกีตาร์ระดับเทพ [[ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว]] (ปั่น), [[สินเจริญ บราเธอร์ส]], [[ณัฐฐาวีรนุช ทองมี]] และ ชุมพล เอกสมญา ลูกชายคนโตของ [[พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา]] ร่วมเป็นแขกรับเชิญพิเศษ<ref>[http://www.oknation.net/blog/Bhirisa/2010/04/26/entry-1 อยู่อย่างสิงห์ พงษ์สิทธิ์ คำภีร์]</ref> ถัดมาในปี พ.ศ. 2554 พงษ์สิทธิ์ ได้กลับมาอีกครั้ง กับคอนเสิร์ตที่มีชื่อว่า "Singha Presents Pongsit Kampee Live by Request @ Saxophone" ซึ่งจัดชึ้นที่ "แซ๊กโซโฟน ผับ" เพราะเป็นสถานที่ๆ มีความผูกพันของพงษ์สิทธิ์เอง และการจัดคอนเสิร์ตครั้งนี้ มีการจำกัดจำนวนแฟนเพลงตัวจริงไว้ที่ 100 ท่านเท่านั้น ไม่มีการจำหน่ายบัตร และก็เพื่อที่จะได้มีการสื่อสารระหว่างพงษ์สิทธิ์กับแฟนเพลงได้อย่างทั่วถึง โดยการแสดงครั้งนี้จัดในรูปแบบอะคูสติค และเล่นด้วยเครื่องดนตรีไฟฟ้า เพื่อสร้างความบันเทิงให้กับแฟนๆ อย่างเต็มที่ รวมไปถึงการพูดคุย ไต่ถาม ความเป็นไป ความรู้สึกต่างๆ กับแฟนเพลงได้อย่างใกล้ชิดและเปิดโอกาสให้แฟนๆ ได้ขอบทเพลงต่างๆ ที่อยากฟังกันอย่างเต็มที่ สมกับเป็น "Live by Request" หรือ "สดตามคำขอ" นอกจากนี้ยังให้แฟนๆ ที่มีความสามารถขึ้นมาร่วมเล่นกีตาร์ร้องเพลงกับพงษ์สิทธิ์อย่างเป็นกันเองอีกด้วย
 
ในปี พ.ศ. 2555 เป็นการครบรอบ 25 ปี บนถนนสายดนตรี ของ พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ และได้มีการทัวร์คอนเสิร์ตครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตการเป็นศิลปิน กับคอนเสิร์ตที่มีชื่อว่า “หัวใจเพื่อชีวิต 25 ปี พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ รักกัน…ตลอดเวลา” ที่พร้อมมอบความสุขแทนคำขอบคุณให้กับแฟนเพลงใน 7 จังหวัดทั่วประเทศ ในการแสดงคอนเสิร์ตครั้งสุดท้ายของทัวร์คอนเสิร์ต ณ ลานแอกทีฟสแควร์ เมืองทองธานี ในวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2555 ได้มีการชุมนุมและทำร้ายร่างกายของกลุ่มผู้มาร่วมคอนเสิร์ตจำนวนหนึ่ง จนทำให้ต้องยุติการแสดงลงกลางคัน{{อ้างอิง}} แต่แล้วการแสดงคอนเสิร์ตใหญ่ที่จะต้องต่อให้จบก็ได้เริ่มขึ้นอีกครั้งในวันที่ 31 มีนาคม 2556 ณ [[อินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก]] ซึ่งเป็นการปิดท้ายงานครบรอบ 25 ปี พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ ที่เริ่มกันมาตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2555 อย่างสมบูรณ์ อีกทั้งยังมีสองศิลปินระดับตำนาน หงา ฅาราวาน และ เล็ก คาราบาว รวมทั้ง [[เป้ อารักษ์]] ศิลปินรุ่นใหม่ที่ยกให้พงษ์สิทธิ์เป็นศิลปินในดวงใจ ขึ้นมาร่วมแจมกับพงษ์สิทธิ์บนเวทีด้วย
625

การแก้ไข