ผลต่างระหว่างรุ่นของ "พระเจ้าเปดรูที่ 3 แห่งโปรตุเกส"

แทนที่คำผ่านการค้นหา: 'ทรงโปรด'→'โปรด'
(แทนที่คำผ่านการค้นหา: 'ทรงเป็นพระ'→'เป็นพระ')
(แทนที่คำผ่านการค้นหา: 'ทรงโปรด'→'โปรด')
==พระราชประวัติ==
[[ไฟล์:27- Rei D. Pedro III 5.jpg|thumb|left|สมเด็จพระเจ้าเปดรูที่ 3 แห่งโปรตุเกส]]
เจ้าชายเปดรูประสูติในวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2260 เป็นพระราชโอรสพระองค์สุดท้องใน[[สมเด็จพระเจ้าจอห์นที่ 5 แห่งโปรตุเกส]]และ[[มาเรีย แอนนาแห่งออสเตรีย สมเด็จพระราชินีแห่งโปรตุเกส|อาร์คดัสเชสมาเรีย แอนนาแห่งออสเตรีย]] เป็นพระโอรสที่พระบิดาทรงโปรดที่สุดในบรรดาพระโอรสธิดาทั้งหมดของพระเจ้าจอห์น ซึ่งส่งผลให้พรับิดาทรงแต่งตั้งเจ้าชายเปดรูเป็น[[อธิการแห่งคาร์โต]], Casa do Infantado และได้รับตำแหน่งอัศวินเครื่องราชอิศริยาภรณ์ชั้น Order of the Golden Fleece ซึ่งเป็นของสเปน ครั้งหนึ่งเจ้าชายเปดรูทรงทำให้[[สมเด็จพระเจ้าโจเซฟแห่งโปรตุเกส|เจ้าชายโจเซฟ]]ซึ่งเป็นรัชทายาทและเป็นพระเชษฐาทรงรำคาญพระทัย ซึ่งในรัชสมัยของพระเชษฐา เจ้าชายเปดรูทรงนำเครื่องราชอิศริยาภรณ์ชั้น Order of the Golden Fleece มาเก็บไว้ที่เขต[[เควลูซ]]และทำการยกเลิกตำแหน่งนี้แล้วเริ่มการเปลี่ยนแปลงโดยในปีพ.ศ. 2290 ทรงริเริ่มสร้างพระราชวังที่จะทรงใช้เป็นพระราชวังฤดูร้อน โดยการออกแบของสถาปนิกชื่อ [[มาเทอุส วิเซนเต เดอ โอลิเวรา]] ซึ่งพระราชวังนี้ได้รับสมญานามว่า "แวร์ซายแห่งโปรตุเกส"
 
ได้มีหลักฐานปรากฏว่า พระเจ้าเปดรูที่ 3 ซึ่งขณะดำรงเป็นเจ้าชายแห่งบราซิล ได้รับการต่อต้านอย่างเปิดเผยจากผู้ที่มี "ความหวาดกลัว[[เซบาสเตียว โจเซ เดอ คาร์วาลโฮ อี เมโล มาควิสแห่งพอมบาล|พอมบาล]]" ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีที่มีอิทธิพลและกุมอำนาจสูงสุดในโปรตุเกส และได้รับการสนับสนุนจากราชวงศ์ซึ่งในขณะนั้นราชวงศ์ได้ตกอยู่ใต้อำนาจของพอมบาล แต่เมื่อเจ้าชายเปดรูทรงอภิเษกสมรสกับพระนัดดาคือ[[สมเด็จพระราชินีนาถมาเรียที่ 1 แห่งโปรตุเกส|เจ้าหญิงมาเรีย]]ในวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2303 และตามมาด้วยการเสด็จสวรรคตของ[[สมเด็จพระเจ้าโจเซฟแห่งโปรตุเกส]] ในปีพ.ศ. 2320 พระองค์และพระมเหสีได้ครองราชย์ร่วมกันเป็นสมเด็จพระเจ้าเปดรูที่ 3 และสมเด็จพระราชินีนาถมาเรียที่ 1 พระองค์กลับประกาศเป็นศัตรูกับมาควิสแห่งพอมบาลและทรงสนับสนุนการกำจัดอำนาจของพอมบาลและเหล่าขุนนางของเขา [[ชาร์ลส์ กราเวียร์ กอมเต เดอ เวอร์เจนเนส]] นักการทูตชาวฝรั่งเศสซึ่งต่อมาเป็นรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของฝรั่งเศส ได้เขียนว่า "รู้สึกกังวลกับพระดำริของพระเจ้าเปดรูที่ 3 ที่มุ่งก่อกวนและจองผลาญมาควิส เดอ พอมบาลและพรรคพวก ความเกลียดชังและการแก้แค้นดูเหมือนจะอธิบาลลักษณะและบุคลิกภาพของพระเจ้าเปดรูที่มีต่อท่านมาควิส เดอ พอมบาล พวกเราอยู่ไกลเกินกว่าจะป้องกันท่านอดีตนายกรัฐมนตรีได้ ข้าคิดว่าเขาไม่ควรถูกทำร้ายเช่นนี้จากชื่อเสียงที่เขาได้สะสมมาและทำเพื่อแผ่นดินในรัชสมัยขอพระเจ้าแผ่นดินพระองค์ก่อน(พระเจ้าโจเซฟ) ถ้าเราตัดสินใจเปลี่ยนฝ่ายและเข้าโจมตีมาควิส เดอ พอมบาลด้วย ซึ่งก็จะทำให้เกิดปัญหาด้านการบริหารประเทศและจะทำให้โปรตุเกสไร้เสถียรภาพ ดังนั้นการโจมตีมาควิส เดอ พอมบาลอาจเกี่ยวข้องกับความทรงจำที่เขามีต่อพระเจ้าแผ่นดินพระองค์ก่อน ซึ่งคือพระเชษฐาที่ทรงโปรดมาควิส เดอ พอมบาล"
[[ไฟล์:MariaIpedroIII.jpg|thumb|left|พระนางมาเรียและพระเจ้าเปดรูในวันขึ้นครองราชสมบัติ]]
พระเจ้าเปดรูทรงยึดมั่นในพระศาสนามาก ดังเช่น พระราชินีนาถมาเรียทรงได้รับพระสมัญญาว่า "ผู้ใจบุญ" และบางครั้งได้รับพระสมัญญาว่า "ผู้ดูแลโบสถ์" โดย[[โอลิเวรา มาร์ติน]]นักประวัติศาสตร์เสรีนิยมในศตวรรษที่ 19 ได้เขียนว่า "พระเจ้าเปดรูนั้นทรงเป็นบุคคลที่ประหลาด ทรงน่าเกลียดและไม่ฉลาด ทรงแสดงออกท่าทางอย่างรุนแรงจนพระเกศากระเซิง และทรงมีลักษณะอาการแบบคนเมา" ต่อมา คาเอตาโน เบราว ผู้เขียนชีวราชประวัติของพระราชินีล่าสุดได้ต่อต้านข้อความนี้ และได้โต้แย้งว่า "พระเจ้าเปดรูทรงมีศรัทธาอย่างยิ่ง แต่ความเชื่อยังคงมีอยู่โดยอาศัยปัญญารู้แจ้งเองไม่ต้องใช้ไสยศาสตร์"
เวอร์เจนเนสได้เขียนถึงเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสในกรุง[[ลิสบอน]]ใน"beatice" และเขียนถึงทัศนคติของกษัตริย์ "เราเชื่อว่าพระองค์จะทรงงานมากน้อยเพียงใด ดังนั้นนโยบายที่มีต่อโปรตุเกสต่ออดีตคณะเยซูอิตผู้ซึ่งได้รับการใส่ลงไปในคำว่าเสรีภาพ จุดนี้จะสร้างความโกรธแค้นของกษัตริย์คาทอลิก ซึ่งถือว่าเป้นจุดที่ดีในโปรตุเกส...แต่ดูเหมือนว่าไม่สะดวกจริงที่จะอธิบายความเป็นจริงให้พระเจ้าเปดรูทรงเข้าพระทัยได้ง่าย"
 
พระเจ้าเปดรูที่ 3 ทรงเป็นผู้คุ้มครองเหล่าคนชนชั้นสูง ทรงอุปถัมภ์ทายาทของผู้เสียชีวิตใน[[เรื่องอื้อฉาวทาโวรา]] โดยทรงโปรดให้รื้อคดีมาพิจารณาใหม่อีกครั้ง ทำให้ทายาทเหล่านั้นได้รับทรัพย์สินกลับมาเป็นของตระกูล
 
พระเจ้าเปดรูเสด็จสวรรคต ณ [[พระราชวังอาจูดา]] ในกรุงลิสบอน วันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2329 สิริพระชนมายุ 69 พรรษา การสวรรคตของพระองค์ส่งผลให้ พระนางมาเรียที่ 1 พระมเหสีมีพระสติวิปลาสจากความโศกเศร้า
123,859

การแก้ไข