ผลต่างระหว่างรุ่นของ "สวลี ผกาพันธุ์"

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
'''สวลี ผกาพันธุ์''' มีชื่อจริงว่า '''เชอร์รี่ เศวตนันทน์'''<ref>[http://www.thaifilm.com/forumDetail.asp?topicID=2866 ::THAI FILM FOUNDATION::]</ref> (สกุลเดิม '''ฮอฟแมนน์'''; [[6 สิงหาคม]] [[พ.ศ. 2474|2474]] - ) เกิดที่กรุงเทพมหานคร ศิลปินนักร้อง และนางเอกละคร มีผลงานบันทึกเสียงประมาณ 1,500 เพลง
 
เป็นนักร้องหญิงที่ได้พระราชทานสตรีรางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทานมากที่สุดถึง 4 ครั้ง ปัจจุบันยังคงรับเชิญในรายการคอนเสิร์ต นับว่าเป็นศิลปินผู้ให้ความบันเทิงและจรรโลงจิตใจของคนในสังคมตลอดมา<ref>[http://www.charinshow.com/person/psnry01.html สวลี ผกาพันธุ์]</ref>
 
== ประวัติ ==
สวลี ผกาพันธุ์ เกิดวันที่ [[6 สิงหาคม]] [[พ.ศ. 2474]] ที่[[กรุงเทพมหานคร]] มีชื่อจริงแต่แรกเกิดว่า เชอร์รี่ ฮอฟแมนน์ เป็นลูกครึ่งที่เกิดแต่บิดาชาวเดนมาร์ก และมารดาชาวไทย มีพี่น้องสองคน<ref name="รี่">กาญจนาวดี ไชยสงค์. ''[https://sites.google.com/site/kanjanawadeechaiyasong/prawati-swn-taw/kab-nak-rxng-ni-dwngci สวลี ผกาพันธ์ นักร้องในดวงใจ]''. เรียกดูเมื่อ 4 กุมภาพันธ์ 2556</ref> เธอสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมจาก[[โรงเรียนสตรีมหาพฤฒาราม]] เมื่อปี [[พ.ศ. 2490]] จากนั้นได้เรียนต่อเพิ่มเติมทางด้าน[[ชวเลข]] และพิมพ์ดีด เมื่อเรียนจบแล้วได้เข้าทำงานเป็นเสมียนพิมพ์ดีดอยู่ที่เทศบาลนครกรุงเทพ และบริษัทสหไทยวัฒนา
 
==สู่งวงการบันเทิง==
ความสนใจทางด้านการขับร้องและดนตรี เริ่มตั้งแต่สมัยเรียนชั้นมัธยม และด้วยความเป็นผู้มีน้ำเสียงดี จึงได้รับมอบหมายให้เป็นผู้นำในการร้อง[[เพลงชาติ]]ทุกวัน ต่อมาในปี [[พ.ศ. 2491]] ขณะที่อายุได้ 17 ปี และกำลังทำงานที่บริษัทสหไทยวัฒนานั้น คุณมยุรี จันทร์เรือง ครูสอนวิชาขับร้องที่โรงเรียนสตรีมหาพฤฒาราม ได้ชวนไปดูการฝึกซ้อมละครของ[[คณะผกาวลี]] ซึ่งเป็นของญาติ ทำให้มีโอกาสรู้จักกับ ครู[[ลัดดา สารตายน]] (ศิลปะบรรเลง) ผู้ฝึกซ้อมและกำกับการแสดง
 
ครูมยุรีได้เล่าให้ครูลัดดาฟังว่าเชอร์รี่ร้องเพลงได้ดี ครูลัดดาจึงลองทดสอบเสียงโดยให้ร้องเพลงพระราชนิพนธ์[[สายฝน]] ปรากฏว่าเป็นที่พอใจ จึงชวนมาร้องเพลงสลับฉากละครในตอนเย็นหลังเลิกงาน เพลงแรกในชีวิตมีชื่อว่าเพลง ''หวานรื่น'' ผลงานเพลงของครู[[ประสิทธิ์ ศิลปะบรรเลง]] โดยร้องคู่กับ [[วลิต สนธิรัตน์]] ในวันนั้น นอกจากจะเป็นวันที่เริ่มต้นชีวิตการเป็นนักร้องแล้ว ยังเป็นวันที่ครูลัดดาได้ตั้งชื่อให้ท่านใช้ในการแสดงว่า ''สวลี'' แปลว่า "น้ำผึ้ง"<ref name="ผกา">{{cite press release |title=แด่พลเอกสิทธิ์ จิรโรจน์|url=http://www.ryt9.com/s/tpd/795395|publisher=ไทยโพสต์|language=ไทย|date=16 กุมภาพันธ์ 2553|accessdate=4 กุมภาพันธ์ 2556}}</ref> ส่วนนามสกุล ''ผกาพันธุ์'' นั้น [[สด กูรมะโรหิต]] เป็นผู้ตั้งให้ในเวลาต่อมา โดยมีความหมายว่า "เผ่าพันธุ์ของดอกไม้" ซึ่งนำมาจากชื่อจริงของเธอคือ "เชอร์รี่"<ref name="ผกา"/> จากนั้นมาเธอได้มีโอกาสร้องเพลงสลับฉากเพิ่มขึ้นกับเริ่มแสดงเป็นตัวประกอบ มีบทพูดเล็ก ๆ น้อย ๆ และร้องเพลงในเรื่อง
 
เมื่องานการขับร้องเพลงและการแสดงละครมีมากขึ้น จึงตัดสินใจลาออกจากงานเพื่อมาทำงานด้านการบันเทิงอย่างเต็มตัว และไม่นาน ต่อมาไม่นานได้รับบทนางเอกครั้งแรกใน ''ความพยาบาท'' ทำให้มีชื่อเป็นที่รู้จักทั่วไป และได้แสดงเป็นนางเอกละครนำอีกหลายเรื่องจนคณะผกาวลีเลิกกิจการลงจึงได้ย้ายไปแสดงอยู่กับคณะอัศวินการละคร เป็นนางเอกเรื่อง ''[[มโนราห์]]'' คู่กับ [[สุรสิทธิ์ สัตยวงศ์]] และเรื่องอื่นๆ ที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ ''[[บ้านทรายทอง]]'' บทประพันธ์อมตะตลอดกาลของ [[ก.สุรางคนางค์]] (ซึ่งต่อมาเป็นละครโทรทัศน์และภาพยนตร์อีกหลายครั้ง) รับบทเป็น “[[พจมาน]]” คนแรก และได้ร้องเพลงไพเราะ ''หากรู้สักนิด'' ผลงานการประพันธ์ของ [[หม่อมหลวงประพันธ์ สนิทวงศ์]] เป็นที่นิยมมาจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ยังได้ร่วมแสดงกับคณะเทพศิลป์ และคณะศิวารมย์เป็นครั้งคราว
 
หลังจากมีประสบการณ์ในวงการละครเวทีมาระยะหนึ่ง สวลีและ [[อดีศักดิ์ เศวตนันทน์]] สามี ตั้งคณะละคร ''นันทน์ศิลป'' เปิดการแสดงที่ศาลาเฉลิมนคร <ref>ศุกรหัศน์ (เฉลิม เศวตนันทน์)กับเรื่องของศิลปิน ,ok nation.net</ref>และต่อมาในชื่อ '''[[คณะชื่นชุมนุมศิลปิน]]''' ประสบความสำเร็จเป็นอันดีจนถึงปลายยุคละครเวที [[ส.อาสนจินดา]] ได้ชักชวนสมัครพรรคพวกที่เคยร่วมงานละครเวทีกันมาก่อนมาแสดงภาพยนตร์ที่เตรียมสร้างโดยมีสวลีเป็นนางเอกอยู่ระยะหนึ่งกับมีโอกาสทำหน้าที่พากย์หนังด้วย ระยะนี้เริ่มร้องเพลงบันทึก[[แผ่นเสียง]] ผลงานล้วนประสบความสำเร็จอย่างสูง เช่น ''ลมหวน โรครัก ,หน้าชื่นอกตรม ,รักมีกรรม ฯลฯ''
ผู้ใช้นิรนาม