เปิดเมนูหลัก

การเปลี่ยนแปลง

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
'''คณะซาเลเซียนของคุณพ่อบอสโก''' ({{lang-en|Salesians of Don Bosco}}) เรียกโดยย่อว่า '''คณะซาเลเซียน''' (Salesian Society) เป็น[[คณะนักบวชคาทอลิก]]ชายที่ตั้งโดย[[นักบุญ]][[โจวันนี บอสโก]] หรือที่รู้จักในอีกชื่อหนึ่งว่า "ดอนบอสโก" (คำว่า ''ดอน'' ในภาษาอิตาเลียนแปลว่า "คุณพ่อ" ซึ่งใช้เรียก[[บาทหลวง]]) สมาชิกของคณะนักบวชนี้ มักเรียกตัวเองว่า "ซาเลเซียน" และใช้คำย่อว่า S.D.B (Salesiani di Don Bosco) โดยชื่อซาเลเซียนนั้นนำมาจากชื่อของ[[นักบุญ]][[ฟร็องซัว เดอ ซาล]]
 
== '''ประวัติ''' ==
เริ่มจากการที่คุณพ่อบอสโกได้รวบรวมเด็กกำพร้า เด็กยากจนบริเวณกรุง[[ตูริน]] [[ประเทศอิตาลี]] มาไว้ในอุปถัมภ์ และให้การศึกษา ต่อมาท่านได้คิดว่าควรที่จะขยายโครงการนี้ ท่านจึงได้ริเริ่มตั้งคณะนักบวชเพื่อสานงานของท่าน คณะนักบวชซาเลเซียนนี้ถูกก่อตั้งขึ้นในวันที่ 18 ธันวาคม ค.ศ. 1859 และเนื่องจากความคิดที่ต้องการจะเผยแพร่งานสำหรับเยาวชนนี้ต่อไปยังเยาวชนอื่นๆ ทั่วโลก ท่านจึงเริ่มส่ง[[มิชชันนารี]]ไปที่ทวีปเอเมริกาใต้และที่อื่นๆ ทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย คณะซาเลเซียนได้เข้ามาในประเทศไทยปี พ.ศ. 2447 ที่บางนกแขวก ปัจจุบันคณะซาเลเซียนมีอายุกว่า 150 ปีแล้ว ทำงานด้านส่งเสริมสังคม โดยเฉพาะสำหรับเด็กยากจน และด้อยโอกาส ผ่านทางการศึกษาอบรม คณะซาเลเซียนมีเครือข่ายอยู่ทั่วโลกกว่า 128 ประเทศ
 
ด้วยความเชื่อมั่นในระบบการอบรมของคุณพ่อบอสโก ซึ่งมีพื้นฐานการอบรมโดยใช้หลักศาสนา เหตุผล และความรักใจดี บรรดาซาเลเซียนทั้งหลายจึงมีความพยายามอย่างจริงจังในการเสริมสร้างบรรยากาศแห่งการต้อนรับ ส่งเสริมความศรัทธาด้านศาสนา พัฒนาการเรียนรู้ และเตรียมความพร้อมสู่ชีวิตในสังคมให้กับบรรดาเยาวชน
นับตั้งแต่วันแรกที่ซาเลเซียนก้าวเข้าสู่ดินแดนสยาม ในปี ค.ศ. 1927 นับเนื่องจนถึงปัจจุบัน เป็นเวลากว่า 80 ปีแล้ว ที่ซาเลเซียนในประเทศไทยได้เติบโตและเจริญก้าวหน้าขึ้น จวบจนวันนี้คณะซาเลเซียนแห่งประเทศไทยมีกิจการอยู่กว่า 40 แห่ง รวมถึงกิจการที่กำลังดำเนินอยู่ในประเทศกัมพูชาและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเพื่อช่วยบรรดาเยาวชนให้ได้รับการอบรมและการศึกษาที่ดี
 
== '''ตราคณะซาเลเซียน''' ==
 
ความหมาย
ดาวจำรัสแสง : คุณธรรมแห่งความเชื่อ
สมอเรือใหญ่ : คุณธรรมแห่งความไว้ใจ
หัวใจเพลิง : คุณธรรมแห่งความรัก
คุณธรรมเหล่านี้เป็นฤทธิ์กุศล ที่สมาชิกนักบวชซาเลเซียนยึดถือ
นักบุญฟรังซิส เดอ ซาลล์ : องค์อุปถัมภ์ของคณะซาเลเซียน
หมู่ไม้ : นักบุญยวง บอสโก (บอสโก แปลว่า หมู่ไม้)
ยอดเขาสูง : ยอดความครบครันที่สมาชิกต้องพยายามบรรลุถึง
ช่อชัยพฤกษ์ : บำเหน็จรางวัลแก่สมาชิกซาเลเซียน ผู้ที่ได้ดำเนินชีวิตอย่างศักดิ์สิทธิ์และเสียสละ
“Da Mihi Animas Caetera Tolle” ภาษาลาติน แปลว่า “ขอเพียงแต่วิญญาณ สิ่งอื่นไม่ต้องการ” อันเป็นอุดมคติของคุณพ่อบอสโก ที่ต้องการช่วยเยาวชนให้รอดไปสวรรค์
ซาเลเซียนในประเทศไทย
 
== '''ซาเลเซียนในประเทศไทย''' ==
 
การริเริ่มส่งธรรมทูตซาเลเซียนมาประเทศไทย เริ่มในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1925 (พ.ศ. 2468) โดยบาทหลวงคานัสเซย์ เจ้าคณะแขวงซาเลเซียนประจำประเทศจีน (ภายหลังได้รับอภิเษกเป็นพระสังฆราชของสังฆมณฑลซิวเจา) ได้เดินทางมาประเทศไทย เพื่อสำรวจหาข้อมูลและความเป็นไปได้ในการที่จะให้ธรรมทูตซาเลเซียนได้เข้ามาดำเนินกิจการในประเทศไทย ในปี ค.ศ. 1926(พ.ศ. 2469) พระสังฆราชมาธีอาส (ซาเลเซียน) แห่งสังฆมณฑลอัสสัมในอินเดีย พร้อมด้วยบาทหลวงคานัสเซย์ ได้นำบาทหลวงปีเอโตร รีกัลโดเน รองอัคราธิการคณะซาเลเซียนเดินทางมาที่กรุงเทพฯ และเข้าพบพระสังฆราช เรอเน แปร์รอส ประมุขสังฆมณฑลกรุงเทพฯ เพื่อเตรียมการส่งธรรมทูตซาเลเซียนมาประเทศไทย
ในที่สุดวันที่ 27 สิงหาคม ค.ศ. 1927 (พ.ศ. 2470) คณะธรรมทูตซาเลเซียนชุดแรกประกอบด้วยบาทหลวงยอห์น กาเสตตาและสามเณรยอร์ช ไปน๊อตตี ก็เดินทางจากมาเก๊า ประเทศจีนมาถึงประเทศไทย และได้พำนักที่วัดบางนกแขวก จังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อเตรียมการต้อนรับคณะธรรมทูตที่จะเดินทางมาอย่างเป็นทางการ วันที่ 25 ตุลาคม ค.ศ. 1927 ธรรมทูตซาเลเซียนกลุ่มใหญ่จำนวน 18 ท่าน ก็ได้เดินทางทางเรือมาถึงบางนกแขวก ภายใต้การนำของบาทหลวงกาเยตาโน ปาซอตตี (ต่อมาท่านได้รับการอภิเษกเป็นพระสังฆราชแห่งสังฆมณฑลราชบุรี) และที่บางนกแขวกนี้ก็นับว่าเป็นบ้านแรกของคณะซาเลเซียนในเมืองไทย
จากนั้น ก็มีธรรมทูตอีกหลายชุดเดินทางเข้ามาเพื่อเสริมกำลังจนเป็นที่น่าสังเกตว่าผู้ใหญ่ของคณะซาเลเซียนให้ความสนใจกับเมืองไทยเป็นพิเศษ เพราะในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี ก็ได้มีการส่งธรรมทูตมาเมืองไทยเป็นจำนวนมาก
ธรรมทูตซาเลเซียนทั้งหมดได้เริ่มเรียนภาษาไทย เรียนรู้ขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมประเพณีไทย และสิ่งอื่นๆ ที่จะช่วยให้เข้าใจประเทศไทย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการแพร่ธรรม ท่านเหล่านั้นต้องประสบกับปัญหาเรื่องอาหาร อากาศ และสภาพความเป็นอยู่ที่แตกต่างจากประเทศอิตาลีบ้านเกิดอย่างสิ้นเชิง แต่ท่านเหล่านั้นก็ได้ต่อสู้อุปสรรคเหล่านี้ด้วยพลังแห่งความรักในการรับใช้เยาวชนตามจิตตารมณ์ของคุณพ่อบอสโก วันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1929 (พ.ศ. 2472) พระสังฆราชแปร์รอสแห่งสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ได้มอบให้คณะซาเลเซียนดูแลสังฆมณฑลราชบุรี และในวันที่ 30 มิถุนายน ปีเดียวกัน บาทหลวงกาเยตาโน ปาซอตตีได้รับการแต่งตั้งให้ปกครองสังฆมณฑลราชบุรีและต่อมาอีก 12 ปี คือในวันที่ 24 มิถุนายน ค.ศ. 1941 (พ.ศ. 2484) ท่านจึงได้รับการอภิเษกเป็นพระสังฆราชปกครองสังฆมณฑลราชบุรีอย่างเป็นทางการ เขตการปกครองสังฆมณฑลราชบุรีนั้นเริ่มตั้งแต่จังหวัดราชบุรี กาญจนบุรีแล้วลงไปจนสุดแดนภาคใต้ คณะซาเลเซียนทำหน้าที่ดูแลกิจการของวัด, โรงเรียน และการอภิบาลสัตบุรุษของสังฆมณฑล ซึ่งนับว่าเป็นภารกิจที่ท้าทายและยิ่งใหญ่สำหรับธรรมทูตซาเลเซียนในยุคนั้น
คณะธรรมทูตซาเลเซียนที่เข้ามาในเมืองไทยนี้เป็นกลุ่มที่บุกเบิกวางรากฐานกิจการแพร่ธรรมในประเทศไทย พวกท่านได้อุทิศทั้งชีวิตเพื่ออนาคตที่ดีของเยาวชนไทย และพวกท่านเหล่านี้เกือบทั้งหมดต่างก็ได้สิ้นชีวิตและฝังร่างของท่านไว้ในแผ่นดินไทย เพื่อเป็นพยานแห่งรักอันซื่อสัตย์ต่อจิตตารมณ์ซาเลเซียน เป็นเมล็ดพันธุ์ให้คณะซาเลเซียนเจริญรุ่งเรืองสืบต่อไป
หลังจากนั้น ได้มีธรรมทูตซาเลเซียนจากประเทศอิตาลี, เบลเยี่ยม, สเปน, เนเธอร์แลนด์ และฟิลิปปินส์ได้เดินทางมาสมทบกับธรรมทูตรุ่นพี่เพื่อสืบสานกิจการแห่งความรักของคุณพ่อบอสโกต่อบรรดาเยาวชนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เยาวชนที่กำพร้า ยากจน และถูกทอดทิ้งในประเทศไทยให้ได้รับการอบรม การศึกษา และดูแลให้เป็นคนที่ดี สมบูรณ์และมีคุณภาพทั้งสำหรับพระศาสนจักรและประเทศชาติต่อไป ต่อมาเมื่อมีการแยกสังฆมณฑลสุราษฎร์ธานีออกมาเป็นสังฆมณฑลใหม่ ในวันที่ 15 กันยายน ค.ศ. 1969 (พ.ศ. 2512) พระสังฆราชเปโตร คาเร็ตโต ได้ย้ายมาเป็นประมุขสังฆมณฑลสุราษฎร์ธานี โดยมอบสังฆมณฑลราชบุรีให้แก่พระสังฆราชโรเบิร์ต รัตน์ บำรุงตระกุล ในวันที่ 8 กันยายน ปีเดียวกัน และตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา คณะซาเลเซียนก็รับผิดชอบงานแพร่ธรรมของสังฆมณฑลสุราษฎร์ธานี เริ่มตั้งแต่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์จนสุดแดนภาคใต้ของประเทศไทย ปัจจุบันนี้ พระสังฆราชยอแซฟ ประธาน ศรีดารุณศีล เป็นพระสังฆราชซาเลเซียนปกครองสังฆมณฑลแห่งนี้ สืบต่อจากพระสังฆราชไมเกิล ประพนธ์ ชัยเจริญ ผู้สืบอำนาจต่อจากพระสังฆราชเปโตร คาเร็ตโต ซึ่งพระสังฆราชทั้งสององค์ได้ถึงแก่กรรมไปแล้ว
ปัจจุบันคณะซาเลเซียนในประเทศไทยได้รับมอบหมายให้ดูแลกิจการของคณะซาเลเซียนในราชอาณาจักรกัมพูชาและประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สำหรับกิจการคณะซาเลเซียนในราชอาณาจักรกัมพูชานั้น บาทหลวงยอห์น วิสเซอร์ อดีตอธิการโรงเรียนดอนบอสโก กรุงเทพฯ ได้เป็นผู้บุกเบิกนำสมาชิกซาเลเซียนเข้าสู่ประเทศนี้เมื่อปี ค.ศ. 1991 (พ.ศ. 2534) เปิดสอนโรงเรียนอาชีวะดอนบอสโกที่กรุงพนมเปญ, เมืองปอยเปต และเมืองสีหนุกวิลล์
คณะซาเลเซียนที่ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวนั้น บาทหลวงตีโต เปดรอน ได้รับมอบหมายจากคณะซาเลเซียนให้ดำเนินการเจรจากับรัฐบาลประเทศลาวตั้งแต่ปี ค.ศ. 2002 (พ.ศ. 2545) เพื่อจะเปิดโรงเรียนอาชีวะดอนบอสโก ที่กรุงเวียงจันท์ และขณะนี้ ซาเลเซียนได้เริ่มกิจการเล็กๆ โดยเปิดสอนวิชาชีพช่างยนต์และช่างไฟฟ้าแก่เยาวชนลาว ณ กรุงเวียงจันท์
สมาชิกคณะซาเลเซียนในประเทศไทยที่ยังมีชีวิต มีจำนวน 91 ท่าน (สถิติ ณ วันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ. 2009) โดยมี บาทหลวงยอห์น บอสโก เทพรัตน์ ปิติสันต์ ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะแขวงซาเลเซียนแห่งประเทศไทย
 
== แหล่งข้อมูลอื่น ==
151

การแก้ไข