ผลต่างระหว่างรุ่นของ "กรรณะ"

เก็บกวาด
(เก็บกวาด)
(เก็บกวาด)
กรรณะเป็นบุตรของพระอาทิตย์มีกวจะ (เกราะ) และกุณฑล (ตุ้มหู) ติดตัวมาตั้งแต่เกิดและยังเป็นผู้โชคดีที่มีสารถีและภรรยาของเขาเก็บไปเลี้ยงไว้ได้ สารถีชื่อ อธิรัฐ ส่วนภรรยาของเขานั้นชื่อ ราธา
 
เมื่อกรรณะโตขึ้นด้วยวรรณะศูทร เขาก็ไปขอเรียนวิชาการยิงธนูกับโทรณาจารย์ซึ่งก็ถูกปฏิเสธเพราะโทรณาจารย์ต้องการสอนเฉพาะบุคคลวรรณะกษัตริย์เท่านั้น แต่กรรณะก็ไม่ลดละความพยายาม จึงไปตามหาภควาจารย์หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ ฤๅษีปรศุราม นั่นเอง (ฤๅษีปรศุรามนั้นเปรียบเสมือนยอดธนูในสมัยนั้นเลยก็ว่าได้และเกลียดวรรณะกษัตริย์เป็นอย่างยิ่ง) โดยกรรณะโกหกกับฤๅษีปรศุรามว่าตนเป็นคนชนชั้นวรรณะพราหมณ์ ฤๅษีปรศุรามจึงสอนกรรณะเสมือนเป็นลูกตนเอง แต่วันหนึ่งความลับก็เผยออกมาเพราะฤๅษีปรศุรามได้นอนบนตักของกรรณะ แล้วเผอิญมีแมลงตัวหนึ่งทั้งกัด ทั้งเจาะด้วยนอที่แหลมคมของมันเข้าที่หน้าขาของกรรณะ กรรณะไม่อยากให้ฤๅษีปรศุรามที่ตนรักและเคารพเหมือนบิดาต้องตื่นขึ้นจึงทนความเจ็บปวดไว้ได้ แต่เลือดของกรรณะกลับกระเด็นเข้าที่ใบหน้าของฤๅษีปรศุราม ฤๅษีปรศุรามตื่นขึ้นและรู้ว่ากรรณะเป็นคนวรรณะกษัตริย์ (เพราะกษัตริย์ทนความเจ็ดปวดได้ดีกว่าวรรณะพราหมณ์เป็นอย่างมาก) จึงโมโหมากและสาปแช่งให้กรรณะลืมวิชาที่ตนสอนมาในเวลาที่กรรณะต้องการใช้วิชานั้นมากที่สุด
 
กรรณะเสียใจมากจึงออกเดินทางกลับไปหาสารถี อธิรัฐและนางราธา ระหว่างทางนั้นได้เจอกับเสียงแปลก ๆ ด้วยสัญชาตญาณ กรรณะจึงยิงธนูออกไปยังเสียงนั้น แต่กลับกลายเป็นว่าได้ยิงธนูเข้าใส่วัวของพราหมณ์ผู้หนึ่งตาย พราหมณ์ผู้นั้นจึงสาปแช่งซ้ำอีกว่า หากกรรณะสู้กับศัตรูก็ขอให้รถศึกของเขาติดหล่มโคลน และให้ศัตรูผู้นั้นสังหารเขาในเวลาที่เขาไม่พร้อมที่สุดด้วย เหมือนกับที่เขาฆ่าวัวที่ไม่รู้เรื่องของพราห์มไป
 
นอกจากนี้ในสงครามบนทุ่งกุรุเกษตร กรรณะก็ได้เข้าร่วมกับฝ่ายเการพของทุรโยธน์ แต่ก่อนหน้านั้นหลังจากที่เขาอาบน้ำชำระล้างร่างกายเสร็จ พระอินทร์ก็แปลงกายเป็นพราหมณ์มาขอกวจะและกุณฑลของเขาไป กรรณะไม่เคยปฏิเสธคำขอของใครจึงให้ไป โดยก่อนหน้านี้พระอาทิตย์ผู้เป็นพระบิดาของกรรณะก็ได้มาบอกกับเขาว่าตอนเช้าจะมีพระอินทร์ที่แปลงกายเป็นพราหมณ์มาขอกวจะและกุณฑล ก็ให้กรรณะให้ไปแต่ให้กรรณะขอหอกศักติ (หอกที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงแต่ใช้ได้ครั้งเดียว) มาใช้ในการรบกับฝ่ายปาณฑพ กรรณะก็ทำตามนั้น
 
สุดท้าย กรรณะก็สิ้นชีวิตลงในสงครามบนทุ่งกุรุเกษตร ตามคำสาปแช่งของพราหมณ์ที่กรรณะเคยไปฆ่าวัวของเขา คือ รถศึกของกรรณะติดหล่มโคลน ไม่สามารถเคลื่อนที่ต่อไปได้ เขาขอเวลากับอรชุนว่าขอดันรถม้าให้ออกจากหล่มโคลนนั้น แต่อรชุนไม่เสียเวลา จึงจัดการสังหารกรรณะในระหว่างที่เขาขอเวลาโดยไม่รู้ว่ากรรณะนั้นเป็นพี่ชายคนโตของตน
 
== อุปนิสัย ==
 
กรรณะได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ใจบุญสุนทานอย่างหาที่เปรียบได้ยาก วันที่เขาได้รับการแต่งตังเป็นอังคราชา เขาปฏิญาณว่าทุกเที่ยงวัน ในเวลาที่เขาบูชาสุริยะเทพ เขาจะอนุญาตในประชาชนมารับบริจาคทานจากเขา โดยไม่มีครั้งใดที่เขาจะให้ใครกลับบ้านมือเปล่า กรรณะเป็นเพื่อนแท้ เป็นคนจริงใจและเป็นลูกผู้ชายตัวจริง จนมีคนกล่าวว่า มิตรภาพของพระกฤษณะกับอรชุนยิ่งใหญ่กว่ามิตรภาพใดในโลก ยกเว้นแต่มิตรภาพของทุรโยธน์และกรรณะ ถึงจะไม่เห็นด้วยในการใช้วิธีสกปรกในการกำจัดศัตรู ในฐานะนักรบ เขาเป็นผู้กล้า เด็ดเดี่ยว และเป็นนักการทหารที่มีความสามารถ หลังจากที่ปาณฑพต้องถูกเนรเทศไปอยู่ป่า กรรณะช่วยทุรโยธน์ทำพิธีราชสูรยะโดยยกทัพไปพิชิตแคว้นต่างๆ ให้มาอยู่ใต้การปกครองของเการพ แต่บางครั้งเขาก็ถูกมองว่าเป็นคนอาฆาตแค้น และเป็นแม่ทัพผู้โหดเหี้ยม เห็นได้จากการที่เขาร่วมรุมสังหาร อภิมันยุที่ไร้ทางสู้ เขายังเป็นคนแข็งกร้าว ที่เลือกจะทำสงครามมากกว่าการใช้สันติวิธี หรือการเจรจา
 
== การตายของกรรณะ ==
 
เรื่องราวการเสียชีวิตของกรรณะมีสองรูปแบบ หนึ่งคือเขาตายทันทีหลังจากอรชุนยิงศรอันจาลิกา (หัวลูกศรทรงจันทร์เสี้ยว) ตัดศีรษะเขา เขาถูกเปิดเผยว่าเป็นพี่คนโตของปาณฑพหลังสงครามสิ้นสุดโดยกุนตี อีกรูปแบบหนึ่งคือเขานอนรอความตายต่อไป หลังสงครามสิ้นสุด สุริยะเทพแปลงกายเป็นขอทานมาหากรรณะที่กำลังจะตาย ขอทานจำแลงขอบริจาคทานจากเขา กรรณะตอบว่า เราหมดสิ้นทุกอย่างแล้ว ไม่มีอะไรจะให้อีกแล้ว ขอทานตอบกลับไปว่า ในปากของเธอ มีฟันทองอยู่ นึกได้ดังนั้นกรรณะไม่รีรอ เอาก้อนหินกระแทกปากและเอาฟันทองที่หลุดร่วงให้ขอทานไป สุริยะเทพซึ้งในน้ำใจของกรรณะและพาเขาขึ้นสวรรค์
 
== กรรณาล ==
138,643

การแก้ไข