ผลต่างระหว่างรุ่นของ "กรมขุนสุเรนทรพิทักษ์"

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
ไม่มีความย่อการแก้ไข
ไม่มีความย่อการแก้ไข
ส่วนเจ้าฟ้านเรนทรนั้นดำรงเพศบรรพชิตตลอดมา โดยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศทรงสถาปนาให้[[ทรงกรม]]ที่ ''กรมขุนสุเรนทรพิทักษ์'' เจ้าพระกรมขุนสุเรนทรพิทักษ์ทรงสนิทกับสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศเป็นอย่างยิ่ง จนทำให้[[สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมขุนเสนาพิทักษ์]] (เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร) เกิดความระเวงและลอบทำร้ายเจ้าฟ้าพระกรมขุนสุเรนทรพิทักษ์แต่ท่านไม่ทรงได้รับบาดเจ็บ เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวทรงพระพิโรธกรมขุนเสนาพิทักษ์มากและมีพระราชโองการให้จับตัวกรมขุนเสนาพิทักษ์มาให้ได้ แต่ในระหว่างกรมขุนเสนาพิทักษ์ได้เสด็จออกผนวชจึงทรงพ้นจากภัยในครั้งนี้ได้
 
เจ้าพระกรมขุนสุเรนทรพิทักษ์ไม่ปรากฏใน[[พระราชพงศาวดาร]]ว่าสิ้นพระชนม์เมื่อใด แต่มีข้อสันนิษฐานว่าน่าจะก่อนที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศจะทรงสถาปนา[[กรมขุนเสนาพิทักษ์]]ขึ้นเป็น[[กรมพระราชวังบวรสถานมงคล]]เมื่อปี พ.ศ. 2284 แต่มีอีกข้อสันนิษฐานหนึ่งว่าน่าจะว่าสิ้นพระชนม์หลัง พ.ศ. 2291 เนื่องจากมีหลักฐานเกี่ยวกับพิธีโสกันต์ (โกนจุก) เจ้านายวังหลวงและวังหน้าในช่วงรัชสมัยของรัชกาลที่ 1 ของแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ว่าได้มีการจัดพิธีตามประเพณีให้เหมือนกับสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยมีเหตุจากสมเด็จพระชนกของรัชการที่ 1 ซึ่งขณะนั้นยังเป็นหลวงพินิจอักษร ได้จัดพิธีโกนจุกบุตรชายคนที่สองของ ชื่อ ทองด้วง (ต่อมาภายหลังเด็กชายผู้นี้บิดาได้ถวายตัวให้เป็นมหาดเล็กในวังสมเด็จเจ้าฟ้าอุมทุมพร กรมขุนพรพินิต และรับราชการเรื่อยมาจนเป็นหลวงยกกระบัตร เมืองราชบุรี ในช่วงปลายกรุงศรีอยุธยา และได้เป็นเจ้าพระยาจักรี ในสมัยธนบุรี และต่อมาได้ปราบดาภิเษกเป็นรัชกาลที่ 1 ปฐมกษัตริย์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์)โดยบุตรของหลวงพินิจอักษรผู้นี้เกิดในปี พ.ศ. 2279 และน่าจะเข้าพิธีโกนจุกในราวปี พ.ศ. 2291 (อายุครบ 12 ปี ย่าง 13 ปี) โดยประธานในพิธีโกนจุกครั้งนั้นคือ พระภิกษุเจ้าฟ้านเรนทร และพระภิกษุเจ้าฟ้าอุทุมพร (หรือพระภิกษุเจ้าฟ้ากรมขุนพรพินิต ก่อนขึ้นครองราชย์เป็น พระเจ้าอุทุมพร ในปี พ.ศ. 2301)
== พระตระกูล ==
<center>
ผู้ใช้นิรนาม