ผลต่างระหว่างรุ่นของ "คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย"

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
(เก็บกวาดบทความด้วยบอต)
คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาแล้วทั้งสิ้น 7,760 คน (ข้อมูลเดือนมกราคม พ.ศ. 2555)<ref>ทำเนียบนิสิตเก่า คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ใน 95 ปี คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรียกข้อมูลวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2555</ref><ref name="รายงานประเมิน53">คณะกรรมการตรวจประเมินคุณภาพภายใน คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ, รายงานผลการตรวจประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน กรกฎาคม 2553</ref><ref>รายงานการประเมินตนเอง คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2552</ref><ref>หนังสือกระถินณรงค์ 2555</ref> นิสิต นิสิตเก่า และคณาจารย์ของคณะมีส่วนสำคัญในการผลักดันวิชาชีพเภสัชกรรมให้เป็นที่ยอมรับในสังคม ตั้งแต่การผลักดันพระราชบัญญัติควบคุมการขายยา พ.ศ. 2479 โดยเภสัชกร ร้อยเอกหวาน หล่อพินิจ ซึ่งกำหนดให้ควบคุมการปรุงยา การจ่ายยา และการผลิตยาโดยเภสัชกร<ref>Prince of Songkhla University. ''Thai Journal of Pharmacy Practice''. 2011;3 (Jan-June):1-2.</ref> การจัดตั้ง[[เภสัชกรรมสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์]]โดย[[หม่อมราชวงศ์ชาย ชุมแสง|พระมนตรีพจนกิจ (หม่อมราชวงศ์ชาย ชุมแสง)]] อาจารย์ประจำภาควิชาเภสัชพฤกษศาสตร์ ร่วมกับเภสัชกรท่านอื่นๆ อีก 64 คน<ref>[http://www.thaipharma.net/index.php?lay=show&ac=article&Id=500265 ประวัติเภสัชกรรมสมาคมฯ] เรียกข้อมูลวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2555</ref> ซึ่งมีส่วนในการผลักดันพระราชบัญญัติยาให้เกิดขึ้นในสังคมไทยเมื่อปี พ.ศ. 2510 ตลอดจนกันผลักดันพระราชบัญญัติวิชาชีพเภสัชกรรม ในปี พ.ศ. 2537<ref>ประนอม โพธิยานนท์,รศ.ภญ., วิวัฒนาการวิชาชีพเภสัชกรรม พ.ศ. 2530</ref> นอกจากนี้คณาจารย์ของคณะเภสัชศาสตร์ได้สร้างแผนงานสร้างกลไกเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.) เพื่อเป็นหน่วยสนับสนุนการพัฒนาระบบยาในประเทศไทยและมีผลงานร่วมกับภาคีเครือข่ายอื่นๆ ในการผลักดันร่างพระราชบัญญัติยาฉบับประชาชน<ref>[http://www.thaidrugwatch.org/news_detail.php?n_no=194 ร่าง พระราชบัญญัติยา พ.ศ. .... (ฉบับประชาชน)] กพย. เรียกข้อมูลวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2555</ref> แผนงานคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ (คคส.) เพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพของประชาชนในด้านยาและวัตถุที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ เพื่อกระตุ้นเตือนประชาชน รวมถึงมีส่วนร่วมในการผลักดันธรรมนูญสุขภาพขึ้นในสังคมไทย<ref>[http://www.thaihealthconsumer.org/ ความเป็นมาของแผนงาน : “ การคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ ” เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญของ ยุทธศาสตร์การสร้างเสริมสุขภาพของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการ สร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)] เรียกข้อมูล 12 มกราคม พ.ศ. 2555</ref> และยังมีส่วนร่วมในการจัดตั้งมูลนิธิเภสัชศาสตร์เพื่อสังคม (มภส) เพื่อพัฒนาวิชาชีพและการศึกษาเภสัชศาสตร์ในสังคมไทย รวมถึงการมอบรางวัลให้กับเภสัชกรที่ทำประโยชน์แก่สังคม<ref>มูลนิธิเภสัชศาสตร์เพื่อสังคม:แนวคิด ความเป็นมา และเป้าหมาย</ref>
 
คณะเภสัชศาสตร์ให้บริการความรู้ทางเภสัชกรรมเบื้องต้นแก่ประชาชน ผ่านเครือข่ายเภสัชสนเทศ สถานปฏิบัติการเภสัชกรรมชุมชนของคณะ หรือโอสถศาลา<ref>เภสัชกรกิติยศ ยศสมบัติ, โอสถศาลา ร้านยาสร้างเสริมสุขภาพ. คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</ref> และวารสาร ''ไทยเภสัชสาร'' นอกจากนี้ยังร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆ ในการจัดการประชุมวิชาการเพื่อส่งเสริมความรู้ของเภสัชกรและบุคลากรสาธารณสุขโดยการจัดตั้งหน่วยการศึกษาต่อเนื่อง<ref>[http://www.pharm-ce-chula.com/ หน่วยงานศึกษาต่อเนื่อง คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</ref> อาทิ ความร่วมือกับสมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล (ประเทศไทย) สมาคมเภสัชกรรมชุมชน เป็นต้น ในส่วนของนิสิตมีการจัดทำวารสารรายปีในชื่อ ''ฟามาซีแอนด์ดิอาเทอร์'' ซึ่งนำเสนอเรื่องราวเกร็ดความรู้ทางยาและเภสัชกรรม รวมถึงความรู้ด้านเครื่องสำอาง และเกร็ดความรู้อื่นๆ<ref name="pato"/> คณะเภสัชศาสตร์ยังจัดตั้งศูนย์บริการเทคโนโลยีเภสัชอุตสาหกรรมซึ่งได้รับทุนร่วมสนุบสนุนจากองค์กรพัฒนาอุตสาหกรรมขององค์การสหประชาชาติ (UNIDO) จัดปฏิบัติการทดสอบชีวสมมูลของยา การทดสอบทางพิษวิทยาคลินิก การวิเคราะห์ยาโดยได้รับการรับรอง ISO/IEC 17025<ref>[http://www.thaifda.com/wp-gpiip/wp-content/uploads/file/unido%20cu_binder.pdf เอกสารแนะนำ ศูนย์บริการเทคโลโลยีเภสัชอุตสาหกรรม คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ]</ref> และยังมีแผนจัดตั้งศูนย์บริการทดสอบด้านสมุนไพรในอนาคตอีกด้วย<ref name="80ปี"/> นอกจากนี้คณะเภสัชศาสตร์ยังได้รับรางวัล ''นวัตกรรมแห่งประเทศไทย'' ในผลงานการจัดทำผลิตภัณฑ์กำไลกันยุงจากน้ำมันตะไคร้หอมด้วยระบบโพลิเบอร์เมทริกซ์ เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2547<ref>หอประวัติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ''จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย: หลักเฉลิมพระนครแห่งกรุงสยาม'', โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. 2551:21</ref>
 
นิสิตและนิสิตเก่าของคณะมีส่วนร่วมทางด้านการเมืองของประเทศ ในปี พ.ศ. 2505 นักศึกษาของคณะ (สังกัดมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์) ก็มีส่วนร่วมในการเดินขบวน[[คดีปราสาทพระวิหาร พ.ศ. 2505|ในกรณีข้อพิพาทปราสาทเขาพระวิหาร]]<ref>ประวัติสโมสรนิสิตเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ใน ''60 ปี สโมสรนิสิตเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</ref> รวมถึงใน[[เหตุการณ์ 14 ตุลา]]ซึ่งมีนักศึกษาเข้าไปมีส่วนร่วม อาทิ [[ธิดา ถาวรเศรษฐ|เภสัชกรหญิง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธิดา ถาวรเศรษฐ]]และ[[จิระนันท์ พิตรปรีชา]] ด้านวิชาชีพคณะเภสัชศาสตร์ยังร่วมมือกับสภาเภสัชกรรมในการดำเนินการหลายอย่าง อาทิ การผลักดันให้เกิดการประชุมสมัชชาเภสัชกรรมไทย ซึ่งจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อเตรียมการเฉลิมฉลองเภสัชกรรมในประเทศไทยครบรอบ 100 ปี ครบถ้วนทุกสาขาของวิชาชีพ ได้แก่ เภสัชอุตสาหกรรม เภสัชกรรมการตลาด เภสัชกรรมโรงพยาบาล เภสัชกรรมชุมชน และเภสัชกรรมคุ้มครองผู้บริโภค การจัดงาน "สัปดาห์เภสัชจุฬาฯ ไม่แขวนป้าย" เพื่อร่วมรณรงค์จรรยาบรรณเภสัชกรและกระตุ้นเตือนนิสิต<ref>[http://pharmacycouncil.org/share/file/file_147.pdf สารสภาเภสัชกรรม] ปีที่ 15 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2554</ref> การจัดงานสัปดาห์เภสัชกรรม เป็นต้น และจาก[[อุทกภัยในประเทศไทย พ.ศ. 2554]] นิสิตของคณะเภสัชศาสตร์ได้ผลิตยารักษาน้ำกัดเท้าและตะไคร้หอมไล่ยุงโดยมีคณาจารย์เภสัชกรเป็นที่ปรึกษาและผู้ควบคุมการผลิต ตั้งแต่เดือนกันยายน พ.ศ. 2554 เพื่อบริจาคแก่ผู้ประสบอุทกภัยทั้งสิ้นจำนวนประมาณ 180,000 ชุด ซึ่งได้รับเงินทุนสนับสนุนจากการบริจาคของภาคประชาชนและคณะ<ref>[http://www.pharm.chula.ac.th/upload/booklet/1336031466.pdf จุลสารกระถินณรงค์ประจำปี 2554</ref> และได้รับคัดเลือกให้เป็น "โครงการดีเด่น" ประจำปีของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และโครงการระดับ "ดีเด่น" ในการนำระบบประกันคุณภาพไปใช้ของ[[สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา]]ประจำปี พ.ศ. 2555 อีกด้วย<ref>[http://www.chula.ac.th/cic/oldnews/CU_P021697.html สองโครงการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจากจุฬาฯ ได้รับรางวัลดีเด่นโครงการแนวปฏิบัติที่ดีจาก สกอ.]</ref>
12,123

การแก้ไข