ผลต่างระหว่างรุ่นของ "คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย"

ได้อีกด้วย<ref>[http://blog.eduzones.com/cucamp/44594 เกร็ดเล็ก เกร็ดน้อยของจุฬาฯ (ไม่ใช่เด็กจุฬาฯก็อ่านได้)] blog.eduzone.com เรียกข้อมูลวันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2556</ref>
 
== การบริหารและการจัดการ ==
== งานวิชาการ ==
คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีการบริหารงานเช่นเดียวกับคณะวิชาทั่วไป คือ มีคณะกรรมการบริหารคณะ มีคณบดีเป็นหัวหน้า และรองคณบดีกำกับดูแลฝ่ายงาน 6 ฝ่ายได้แก่ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายวิชาการ ฝ่ายกิจการนิสิต ฝ่ายวางแผนและพัฒนา ฝ่ายประกันคุณภาพ และฝ่ายวิจัย<ref>หนังสือกระถินณรงค์ 2553</ref> มีคณบดีเป็นหัวหน้าและมีรองคณบดีเป็นหัวหน้าฝ่ายงาน มีการแบ่งโครงสร้างในการจัดการเรียนการสอนออกเป็น 7 ภาควิชา ได้แก่[[เภสัชกรรม|วิทยาการเภสัชกรรม]]และ[[เภสัชอุตสาหกรรม]] [[เภสัชกรรมคลินิก|เภสัชกรรมปฏิบัติ]] [[อาหารเคมี|อาหาร]]และ[[เภสัชเคมี]] [[ชีวเคมี]]และ[[จุลชีววิทยา]] [[เภสัชเวท]]และ[[เภสัชพฤกษศาสตร์]] [[เภสัชวิทยา]]และ[[สรีรวิทยา]] และ[[เภสัชศาสตร์สังคม]]และ[[บริหารเภสัชกิจ|บริหาร]] ส่วนสำนักเลขานุการคณะฯ เป็นหน่วยงานเทียบเท่าภาควิชาแต่มิได้รับผิดชอบด้านการเรียนการสอนโดยตรง<ref>[http://www.pharm.chula.ac.th/pdf/คณะเภสัชศาสตร์%20จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.pdf ข้อบังคับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่าด้วยการแบ่งหน่วยงานในคณะเภสัชศาสตร์ พ.ศ. 2551]</ref> นอกจากนี้ยังมีหน่วยสนับสนุนการเรียนการสอนและการวิจัยอีก 12 หน่วยงานร่วมกับสถานปฏิบัติการเภสัชกรรมชุมชน โอสถศาลา (ร้านยา) อีกหนึ่งหน่วยงาน<ref>[http://www.pharm.chula.ac.th/index.php?m=page&id=2 หน่วยงาน] คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรียกข้อมูลวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2555</ref>
 
=== การเรียนการสอน ===
คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดการเรียนการสอนใน 3 ระดับการศึกษา คือ ระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก โดยการเรียนการสอนในระดับปริญญาบัณฑิต (ปริญญาตรี) ของคณะใช้ระบบทวิภาคคือ แบ่งปีการศึกษาหนึ่งออกเป็น 2 ภาคการศึกษา ได้แก่ ภาคการศึกษาต้นและภาคการศึกษาปลาย (หรืออาจมีภาคฤดูร้อนก็ได้) โดยแบ่งเป็น 2 สาขา ได้แก่ สาขาวิชาการ[[เภสัชกรรมปฏิบัติ|บริบาลทางเภสัชกรรม]]และสาขาวิชา[[เภสัชศาสตร์]] ทั้งสองสาขาใช้ระยะเวลาในการศึกษาทั้งสิ้น 6 ปี แบ่งเป็นการศึกษาวิชาการศึกษาทั่วไปและวิชาพื้นฐานวิชาชีพเป็นเวลา 1 ปีครึ่ง และการศึกษาวิชาเฉพาะวิชาชีพเป็นเวลา 3 ปีครึ่ง และฝึกปฏิบัติวิชาชีพ 1 ปี ในสาขาการบริบาลทางเภสัชกรรมจะเน้นด้านการดูแลผู้ป่วยในกระบวนการใช้ยา และในสาขาวิชาเภสัชศาสตร์จะสามารถเลือกวิชาเฉพาะของสาขาใน 3 สาขา ได้แก่ สาขาเภสัชกรรมและเทคโนโลยี สาขาค้นพบและพัฒนายา และสาขา[[เภสัชศาสตร์สังคม]]และ[[บริหารเภสัชกิจ|บริหาร]] ซึ่งทั้งสองหลักสูตรได้รับการรับรองจากสภาเภสัชกรรมและสภามหาวิทยาลัย<ref>[http://www.pharmacycouncil.org/file_attach/28Oct200919-AttachFile1256702719.pdf ประกาศสภาเภสัชกรรม เรื่อง สถาบันการศึกษาเภสัชศาสตร์ที่สภาเภสัชกรรมรับรอง] เรียกข้อมูลวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2553</ref><ref>[http://www.pharm.chula.ac.th/course_Thai.html หลักสูตรปริญญาตรีของคณะเภสัชศาสตร์] เรียกข้อมูลวันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2553</ref><ref>[http://www.pharm.chula.ac.th/ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย] เรียกข้อมูลวันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2553</ref> หลังสำเร็จการศึกษาต้องชดใช้ทุนโดยเป็นเภสัชกรสังกัด[[กระทรวงสาธารณสุข]]เป็นระยะเวลา 2 ปี<ref name="แนะนำ">หน่วยทะเบียนคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, '''เอกสารแนะนำคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย'''</ref> หรือหน่วยงานราชการอื่นที่ระบุตำแหน่งในแต่ละปีการศึกษา<ref>คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย [http://www.pharm.chula.ac.th/news-view.php?id=61 กำหนดการจัดสรรนักศึกษาเภสัชศาสตร์ผู้ทำสัญญาฯ ปี 2555] สืบค้นเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2555</ref>
|}
 
=== การบริหารองค์กรและงานวิจัยและการประชุมวิชาการ ===
<!--[[ไฟล์:เภสัช จุฬา ประชุมนานาชาติ.jpg|thumb|270px|right|[[สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี]] ทรงเปิดการประชุมวิชาการนานาชาติ "The 8<sup>th</sup> NRCT-JSPS Joint Seminar"]]-->
นอกจากนี้คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยังมีหน่วยวิจัยและศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางกว่า 18 หน่วย/ศูนย์<ref name="แนะนำ"/> เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการวิจัยทางเภสัชกรรมและการพัฒนาการศึกษาทางเภสัชศาสตร์ มีผลงานการตีพิมพ์ทางวิชาการด้านเภสัชกรรมและเภสัชวิทยาในอันดับที่ 2 ของคณะเภสัชศาสตร์ในประเทศไทย<ref>[http://blog.pharm.su.ac.th/sites/default/files/u64/Thai-Top-Univ.pdf ผลงานวิจัยมากที่สุดประจำปี พ.ศ. 2551] เรียกข้อมูลวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2552</ref> นอกจากนี้ยังได้สร้างอาคารนวัตกรรมทางเภสัชศาสตร์ ซึ่งทำพิธีเปิดในวันที่ [[25 มิถุนายน]] [[พ.ศ. 2552]] เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมกระบวนการวิจัยทางยาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อเชื่อมโยงงานเภสัชกรรมะหว่างภาคอุตสาหกรรมยาและภาครัฐในการทางพัฒนาเภสัชภัณฑ์และสมุนไพร เพื่อลดอัตราการนำเข้ายาจากต่างประเทศ<ref>[http://www.thaipr.net/nc/readnews.aspx?newsid=0F1E6479E39636D2C8F3FEEBF6F9BDC2 คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ เตรียมจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมทางยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ มุ่งสร้างมาตรฐานนวัตกรรมยาเชิงพาณิชย์] เรียกข้อมูลวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2552</ref> ประกอบด้วยหน่วยวิจัย 5 หน่วย<ref>สมาคมนิสิตเก่าคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย '''จุลสารข่าว''' ''อาคารนวัตกรรมทางเภสัชศาสตร์'' ฉบับที่ 5 มีนาคม 2553.</ref> ได้แก่ หน่วยวิจัยสมุนไพรและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ (HERB) หน่วยวิจัยจุลชีววิทยา ชีววิทยาโมเลกุลและเทคโนโลยีชีวภาพ (MMBB) หน่วยประเมินประสิทธิศักย์และความปลอดภัยพรีคลินิก (PESA) หน่วยพัฒนาเภสัชภัณฑ์และการถ่ายทอดเทคโนโลยี (PDTT) และหน่วยวิจัยเครื่องสำอาง (COSM)
คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีการบริหารงานเช่นเดียวกับคณะวิชาทั่วไป คือ มีคณะกรรมการบริหารคณะ และฝ่ายงาน 6 ฝ่ายได้แก่ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายวิชาการ ฝ่ายกิจการนิสิต ฝ่ายวางแผนและพัฒนา ฝ่ายประกันคุณภาพ และฝ่ายวิจัย<ref>หนังสือกระถินณรงค์ 2553</ref> มีคณบดีเป็นหัวหน้าและมีรองคณบดีเป็นหัวหน้าฝ่ายงาน มีการแบ่งโครงสร้างในการจัดการเรียนการสอนออกเป็น 7 ภาควิชา ได้แก่[[เภสัชกรรม|วิทยาการเภสัชกรรม]]และ[[เภสัชอุตสาหกรรม]] [[เภสัชกรรมคลินิก|เภสัชกรรมปฏิบัติ]] [[อาหารเคมี|อาหาร]]และ[[เภสัชเคมี]] [[ชีวเคมี]]และ[[จุลชีววิทยา]] [[เภสัชเวท]]และ[[เภสัชพฤกษศาสตร์]] [[เภสัชวิทยา]]และ[[สรีรวิทยา]] และ[[เภสัชศาสตร์สังคม]]และ[[บริหารเภสัชกิจ|บริหาร]]<ref>[http://www.pharm.chula.ac.th/pdf/คณะเภสัชศาสตร์%20จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.pdf ข้อบังคับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่าด้วยการแบ่งหน่วยงานในคณะเภสัชศาสตร์ พ.ศ. 2551]</ref>
 
นอกจากนี้คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยังมีหน่วยวิจัยและศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางกว่า 18 หน่วย/ศูนย์<ref name="แนะนำ"/> เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการวิจัยทางเภสัชกรรมและการพัฒนาการศึกษาทางเภสัชศาสตร์ มีผลงานการตีพิมพ์ทางวิชาการด้านเภสัชกรรมและเภสัชวิทยาในอันดับที่ 2 ของคณะเภสัชศาสตร์ในประเทศไทย<ref>[http://blog.pharm.su.ac.th/sites/default/files/u64/Thai-Top-Univ.pdf ผลงานวิจัยมากที่สุดประจำปี พ.ศ. 2551] เรียกข้อมูลวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2552</ref> นอกจากนี้ยังได้สร้างอาคารนวัตกรรมทางเภสัชศาสตร์ ซึ่งทำพิธีเปิดในวันที่ [[25 มิถุนายน]] [[พ.ศ. 2552]] เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมกระบวนการวิจัยทางยาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อเชื่อมโยงงานเภสัชกรรมะหว่างภาคอุตสาหกรรมยาและภาครัฐในการทางพัฒนาเภสัชภัณฑ์และสมุนไพร เพื่อลดอัตราการนำเข้ายาจากต่างประเทศ<ref>[http://www.thaipr.net/nc/readnews.aspx?newsid=0F1E6479E39636D2C8F3FEEBF6F9BDC2 คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ เตรียมจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมทางยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ มุ่งสร้างมาตรฐานนวัตกรรมยาเชิงพาณิชย์] เรียกข้อมูลวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2552</ref> ประกอบด้วยหน่วยวิจัย 5 หน่วย<ref>สมาคมนิสิตเก่าคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย '''จุลสารข่าว''' ''อาคารนวัตกรรมทางเภสัชศาสตร์'' ฉบับที่ 5 มีนาคม 2553.</ref> ได้แก่ หน่วยวิจัยสมุนไพรและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ (HERB) หน่วยวิจัยจุลชีววิทยา ชีววิทยาโมเลกุลและเทคโนโลยีชีวภาพ (MMBB) หน่วยประเมินประสิทธิศักย์และความปลอดภัยพรีคลินิก (PESA) หน่วยพัฒนาเภสัชภัณฑ์และการถ่ายทอดเทคโนโลยี (PDTT) และหน่วยวิจัยเครื่องสำอาง (COSM)
 
คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีการจัดประชุมวิชาการเพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ทางเภสัชศาสตร์แก่เภสัชกร บุคลากรทางสาธารณสุข และบุคคลทั่วไป โดยมีหน่วยการศึกษาต่อเนื่องเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดการประชุม<ref>[http://www.pharm-ce-chula.com/about.htm เกี่ยวกับหน่วยการศึกษาต่อเนื่อง] เรียกข้อมูลวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2555</ref> และยังมีการจัดการประชุมวิชาการเสนอผลงานวิจัยทางเภสัชศาสตร์เป็นประจำทุกปี<ref>[http://www.pharm-ce-chula.com/ce-rpp29/download/schedule.pdf กำหนดการนำเสนอผลงานวิจัยทางเภสัชศาสตร์ครั้งที่ 29] </ref> นอกจากนี้ยังมีโครงการความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ อาทิ โครงการประชุมวิชาการนานาชาติ (NRCT-JSPS Joint Seminar) ซึ่งร่วมจัดกับ[[สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์]] ภายใต้ความร่วมมือข้อตกลงของสภาวิจัยแห่งชาติ (NRCT) สถาบันสมุนไพร มหาวิทยาลัยโทโยม่า และสมาคมส่งเสริมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศญี่ปุ่น (JSPS) <ref>[http://www.chula-alumni.com/scripts/ViewAllPublicNews.asp?ID=1417 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จทรงเปิดการประชุมวิชาการนานาชาติ The 8th NRCT-JSPS Joint Seminar] </ref> โครงการแลกเปลี่ยนนิสิตคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกับนักศึกษาคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยชิบะ โครงการแลกเปลี่ยนคณาจารย์ นักวิจัย และนิสิต คณะเภสัชศาสตร์กับมหาวิทยาลัยต่างประเทศ อาทิ [[ประเทศสหรัฐอเมริกา]] [[ประเทศอังกฤษ]] [[ประเทศญี่ปุ่น]] และ[[ประเทศเกาหลี]] เป็นต้น โครงการเชิญคณาจารย์และวิทยากรจากต่างประเทศ ร่วมบรรยายและสัมมนา<ref>[http://www.pharm.chula.ac.th/introduce_Thai.html แนะนำคณะฯ] เรียกข้อมูลวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2552</ref>
 
=== การรับบุคคลเข้าศึกษาและอันดับของคณะ ===
คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีเกณฑ์การรับบุคคลเข้าศึกษาในหลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต (ปริญญาตรี) ทั้งสิ้น 4 โครงการ ได้แก่ โครงการรับผ่านระบบแอดมิสชันของคณะกรรมการการอุดมศึกษา โครงการรับตรงจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย<ref>[http://www.admissions.chula.ac.th/normal53.pdf ประกาศจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรื่อง การรับสมัครและคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระดับปริญญาตรี ด้วยวิธีการรับตรง (แบบปกติ) พ.ศ. ๒๕๕๓] เรียกข้อมูลวันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2553</ref> โครงการพัฒนากีฬาชาติ<ref>[http://www.chula.ac.th/admission/thai/undergraduate_sport.htm จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย : โครงการพัฒนากีฬาชาติ] เรียกข้อมูลวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2552</ref> และโครงการจุฬาฯ ชนบท<ref>[http://www.chula.ac.th/admission/thai/undergraduate_rural.htm จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย : โครงการจุฬาชนบท] เรียกข้อมูลวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2552</ref>
คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีเกณฑ์การรับบุคคลเข้าศึกษาในหลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต (ปริญญาตรี) ทั้งสิ้น 4 โครงการ ดังต่อไปนี้
* '''โครงการรับผ่านระบบแอดมิสชัน''' ของคณะกรรมการการอุดมศึกษา เปิดรับนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ช่วงชั้นที่ 4) ทั่วไปที่ผ่านการสอบในระบบแอดมิสชัน
* '''โครงการรับตรงจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย''' โดยใช้คะแนนสอบแอดมิสชันในการเลือกคณะได้ 4 คณะของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย<ref>[http://www.admissions.chula.ac.th/normal53.pdf ประกาศจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรื่อง การรับสมัครและคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระดับปริญญาตรี ด้วยวิธีการรับตรง (แบบปกติ) พ.ศ. ๒๕๕๓] เรียกข้อมูลวันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2553</ref>
* '''โครงการพัฒนากีฬาชาติ''' ตามนโยบายจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่มุ่งส่งเสริมการพัฒนานักกีฬาของชาติให้เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ โดยเปิดรับผ่านการสมัครโครงการพัฒนากีฬาชาติตามระเบียบจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย <ref>[http://www.chula.ac.th/admission/thai/undergraduate_sport.htm จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย : โครงการพัฒนากีฬาชาติ] เรียกข้อมูลวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2552</ref>
* '''โครงการจุฬาฯ ชนบท''' เปิดรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่พักอาศัยในต่างจังหวัด โดยนิสิตในโครงการนี้จะได้รับเงินอุดหนุนค่าการศึกษาตลอดการศึกษา<ref>[http://www.chula.ac.th/admission/thai/undergraduate_rural.htm จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย : โครงการจุฬาชนบท] เรียกข้อมูลวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2552</ref>
 
จากผลการรายงาน 50 อันดับของคณะทางสาขาชีวการแพทย์ของ[[คณะกรรมการการอุดมศึกษา]] ประจำปี พ.ศ. 2552 โดยประเมินคุณภาพของการเรียนการสอนและงานวิจัย คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้อันดับที่ 23 และเป็นอันดับที่ 1 ในคณะเภสัชศาสตร์ทั้งหมด<ref>[http://www.dek-d.com/board/view.php?id=1298154 จัดอันดับคุณภาพคณะชีวการแพทย์ 50 อันดับแรก] เรียกข้อมูลวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2552</ref><ref>คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย [http://cumic.md.chula.ac.th/wwwboard3/messages/12115.html 50 อันดับคณะชีวการแพทย์] เรียกข้อมูลวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2552</ref><ref>[http://stang.sc.mahidol.ac.th/news/clipping3.htm เปิด 50 อันดับสาขาด้าย "วิจัย-สอน"] เรียกข้อมูลวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2552</ref> ในส่วนผลการสอบใบประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมโดย[[สภาเภสัชกรรม (ประเทศไทย)|สภาเภสัชกรรม]] คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีร้อยละของนิสิตผู้สอบผ่านมากเป็นอันดับต้นๆ ของคณะเภสัชศาสตร์ทั่วประเทศ อาทิ ในปี พ.ศ. 2552 มีนิสิตสอบผ่านร้อยละ 88.9<ref>[http://www.unigang.com/Article/1547 Unigang] ''สภาเภสัชฯห่วงคุณภาพ 'หมอยา'ไทยชี้บัณฑิตเภสัชฯม.เอกชนห่วย-ส่อเค้าสั่งห้ามผลิต'' เรียกข้อมูลวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2555</ref> ปี พ.ศ. 2553 มีนิสิตผ่านร้อยละ 81.7<ref>[http://www.unigang.com/Article/2107 Unigang] ''เภสัชฯ ทับแก้ว ผงาด! สอบใบประกอบวิชาชีพผ่านมากสุดนำอันดับ 1 ของประเทศ'' เรียกข้อมูลวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2555</ref> ในปี พ.ศ. 2554 มีนิสิตสอบผ่านร้อยละ 96.93 และในปี พ.ศ. 2555 มีนิสิตอบผ่านร้อยละ 85.9<ref>[http://www.unigang.com/Article/6038 Unigang] ''ผลสอบใบประกอบวิชาชีพ เภสัช 2555 !!!'' เรียกข้อมูลวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2555</ref> นอกจากนี้เว็บไซต์เด็กดียังจัดอันดับคณะที่มีนักเรียนเลือกมากที่สุด โดยคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในหลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต สาขาเภสัชศาสตร์อยู่ในอันดับที่ 5 ในการสอบแอดมิดชันประจำปี พ.ศ. 2555<ref>[http://www.dek-d.com/board/view.php?id=2451980 Dek-D's Admission Top 200 (ตอนที่ 2) 200 คณะที่ (แนวโน้ม) จะถูกเลือกเยอะสุดในแอดมิชชั่นปี 55] เรียกข้อมูลวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2555</ref>
12,123

การแก้ไข