ผลต่างระหว่างรุ่นของ "บาศกนิยม"

ไม่มีการเปลี่ยนแปลงขนาด ,  7 ปีที่แล้ว
โรบอต: แทนที่คำ
(โรบอต เพิ่ม: pa:ਘਣਵਾਦ)
(โรบอต: แทนที่คำ)
ศิลปะแบบคิวบิสม์นั้น เกิดจากการที่ศิลปินไปเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางศิลปะที่ต่างไปจากแบบเก่าโดยสิ้นเชิง มันยากแก่การจำกัดความให้ เพราะคิวบิสม์มันไม่ใช่เพียงแค่ทฤษฎี ระบบ หรือแม้แต่รูปแบบเพียงแบบเดียว หากแต่ว่า คิวบิสม์ได้พยายามค้นคว้าจากแนวทางในการสร้างสรรค์ งานศิลปะ ที่แสดงให้เห็นวัตถุ โดยให้ความรู้สึกว่าภาพนั้นๆ ถูกสร้างขึ้นด้วยสีบนผืนผ้าใบ ไม่ใช่เพียงแค่การเลียนแบบวัตถุเท่านั้น ให้สายตามองเห็นเป็นจริงอย่างธรรมชาติ แต่อย่างไรก็ตาม ศิลปะแบบคิวบิสม์ ก็ไม่ใช่ศิลปะนามธรรมโดยแท้จริง เพราะว่าคิวบิสม์ยังมีเนื้อหาเรื่องราวในภาพอยู่ แต่สิ่งที่คิวบิสม์ให้ความสนใจนั้น คือ มุ่งไปที่ลักษณะของวัตถุ ทางรูปทรงที่เราเห็นได้ด้วยความคิด ดังนั้น คิวบิสม์จึงเป็นแนวทางศิลปะที่พยายามจะเชื่อมโยงทั้งความคิดและสายตาเข้าด้วยกัน
ทั้งสองศิลปินนั้นได้แรงบันดาลใจ ในการทำศิลปะแบบ cubism จาก Cezanne ในเรื่อง โครงสร้าง และการไม่ลวงตา Cubism ทำตามหลักการ วิเคราะห์ โครงสร้าง และ การแปรระนาบ แล้วสร้างรูปทรงที่เป็นเหลี่ยม เป็นสันขึ้นมา โดยลดระยะในช่วงความลึก จากโลกแห่งทิวทัศน์จริง มาทำให้ มวลสารทั้งหลาย อัดรวมกันเหมือนภาพนูน คิวบิสม์ รูปวิเคราะห์ (Analytical Cubism) จะทำการ ตัดรายละเอียด ซับซ้อนของวัตถุจริงออกไป บ้านและต้นไม้จะลดรูปทรง ลงเหลือแค่ก้อนเหลี่ยม หรือ รูปโค้งอย่างง่ายๆ
แนวทางของ คิวบิสม์ จะมีแนวทางที่ จะไม่แสดงให้เห็นได้ชัดว่า อะไรเป็นอะไร แต่จะ ใช้ให้สิ่งต่างๆ นั้น มาปรากฎปรากฏคู่กันเสมอ เช่น ในการการสร้างปริมาตร (Volume) แต่ในขณะที่ก็มีการใช้สีแบนราบ ตามผืนผ้าใบในบริเวณใกล้เคียง มีการจับลักษณะ วัตถุตามที่ตาเห็น ขณะเดียวกันก็จงใจใช้สีที่แสดง ให้รู้ว่านี่คือ ผืนผ้าใบแท้ๆ ไม่ใช่อย่างอื่น ในเรื่องของ เส้นวาดและสีก็เช่นเดียวกัน เส้นอาจจะถูกกลืน หายเข้าไปในบริเวณสี ขอบร่างที่คมชัดของคน อาจจจะเลือนหายเข้าไป กลืนกับระนาบรอบตัวได้โดยง่าย วิธีการทำระนาบให้เชื่อมโยง กันไปเรื่อยๆนั้น จะทำโดยการเปลี่ยนระดับสายตาไปด้วยกัน จะพบกับความตื้นลึกที่ต่างกัน แม้มันจะอยู่บนระนาบเดียวกันก็ตาม
ในช่วงระหว่าาง สงครามโลกครั้งที่ 1 ปีกัสโซ่ได้เปลี่ยนแนวทางการทำงานแบบ คิวบิสม์ มาเป็น คิวบิสม์สังเคราะห์ (Synthetic Cubism) คิวบิสม์แบบนี้จะมีวัสดุต่างๆ เท่าที่หาได้มาปะติดเข้าไปด้วย ภาพที่ใช้วัสดุมาประกอบกันนี้ เรียกว่า "Collage" อาจจะใช้แผ่นกระดาษ เศษหนังสือพิมพ์ แผ่นกระจกเงา เส้นเชือก ทราย หรือไม่ก็ไพ่ การนำเอาเศษ วัสดุเหล่านี้มาใส่ในภาพ สามารถอำพรางความรู้สึกที่ว่า โลกของภาพเขียน กับโลกของจิตรกร หรือผู้ดูไม่มีอะไร เกี่ยวกันเป็นคนละโลกให้มันลดลง ซึ่งมันจะทำให้ คนดูภาพ กับ จิตกร มีการเชื่อมโยง สัมพันธืกันทาง ความคิดมากยิ่งขึ้น วัสดุที่เลือกมาใช้นี้ จะยังคงไว้ซึ่ง คุณสมบัติทางการใช้สอย เมื่อนำมาจัดองค์ประกอบทางศิลปะ ก็จะได้คุณลักษณะใหม่ ที่เป็นนามธรรมในแบบแผนที่แปลกออกไป
===คิวบิสม์ยุคแรก===
 
== อิทธิพลของลัทธิคิวบิสม์ต่อลัทธิอื่น ==
[[ลัทธิออร์ฟิสม์]] ({{lang-en|Orphism}}) หรือ ออร์ฟิสม์ คิวบิสม์ ({{lang-en|Orphism Cubism}}) หรือ อิมเพรสชันนิสม์ คิวบิสม์ ({{lang-en|Impressionnist Cubism}}) ซึ่งคำว่าออร์ฟิสม์นี้ กีโยม อพลอลลิแนร์ ({{lang-en|Guillaume Apolliaire)กวีและนักวิจารณ์ศิลปะคนสำคัญเป็นคนตั้งให้ในปี ค.ศ.1911 อธิบายว่า “เป็นงานศิลปะทางจิตรกรรมที่ให้โครงสร้างใหม่ๆ โดยปราศจากรายละเอียด ศิลปะแบบนี้ไม่ได้นำมาจากสิ่งที่มองเห็นด้วยตาธรรมดา แต่มีอยู่ในการสร้างสรรค์ของศิลปินและแสดงออกโดยศิลปินต่อความสมบูรณ์ของจริง ” ลัทธิออร์ฟิสม์ ก็คือลัทธิคิวบิสม์ในรูปลักษณะหนึ่งที่ได้พัฒนาขึ้นอีกขั้น เป็นงานที่มีหลักการอยู่บนพื้นฐานของการใช้สีอันงดงาม แสดงออกถึงการเกี่ยวพันกันระหว่างสีและรูปทรง จิตรกรที่ได้รับยกย่องว่าเป็นผู้นำในลัทธินี้คือ [[โรแบรต์ เดอโลเนย์]] [[Robert Delaunay]] ผลงานส่วนมากจะเป็นเรื่องของปริมาตรกับสี เขาชอบแสดงผลของอารมณ์ต่อสีที่บริสุทธิ์สดใส ซึ่งเกิดจากการเคยฝึกฝนตามแนวคิดของลัทธิอิมเพรชชันนิสม์มาก่อน แต่พอปีค.ศ.1911 ก็ได้มีการนำความคิดของลัทธิคิวบิสม์มาปรับใช้ เขาจัดแสดงงานร่วมกลับกลุ่มจิตรกรอิสระในห้องแสดงของพวกคิวบิสม์ อพอลลิแนร์ได้กล่าวถึงผลงานของเขาระยะนั้นว่า “มีคุณค่าของสีที่ให้ความรู้สึกร่าเริงดุจอันตรีอันบริสุทธิ์” ระหว่างปี ค.ศ.1910 -1912 เดอโลเนย์ได้วาดภาพชุดนครปารีสและหอไอเฟลไว้หลายภาพ ภาพชุดนี้มีรูปแบบวิธีการสังเคราะห์เรื่องรูปทรงเช่นเดียวกับลัทธิคิวบิสม์ ผิดแผกแตกต่างตรงที่ผลงานของเดอโลเนย์เต็มไปด้วยแสงสีอันสดใส แลดูมีความเคลื่อนไหว อันได้รับอิทธิพลบางประการของพวกฟิวเจอริสม์เข้าผสมด้วย และต่อมาแนวคิดนี้ได้ผ่านเข้าไปในความคิดของคันดินสกี และกลายเป็นต้นกำเนิดอย่างหนึ่งในหลายสาเหตุของการเกิดลัทธิศิลปะนามธรรม ซึ่งกฏเกณฑ์กฎเกณฑ์นี้คือ การใช้แสงอาทิตย์ผสมกับรูปทรงในทรรศนะของลัทธิคิวบิสม์
 
== ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง ==
138,643

การแก้ไข