ผลต่างระหว่างรุ่นของ "การประกาศเป็นนักบุญ"

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
(หน้าใหม่: '''การประกาศเป็นนักบุญ'''<ref>[http://i67.photobucket.com/albums/h315/nornnungsue/Page7-1.jpg บัญญัติศัพท์]...)
 
== ศัพทมูล ==
คำว่า canon หมายถึง สารบบ ในที่นี้หมายถึงสารบบนักบุญของคริสตจักร ซึ่งบรรจุรายชื่อของนักบุญท่านต่าง ๆ ไว้ [[คริสต์ศาสนิกชน]]เชื่อว่านักบุญเหล่านี้เป็นผู้บริสุทธิ์ ได้สถิตในสวรรค์ร่วมกับ[[พระเป็นเจ้า]] ดังนั้นนอกจากการแสดงความเคารพต่อพระเป็นเจ้าแล้ว ยังควรเคารพนักบุญทั้งหลายด้วย เพื่อจะได้ถือเอาเป็นแบบอย่าง และให้ท่านเป็นผู้วิงวอนขอพรจากพระเป็นเจ้าแทนคริสตชนบนโลก<ref>[http://www.kamsonbkk.com/interesting-catechism/2012-02-15-07-27-46/1059-007 ทำไมจึงมีพิธีระลึกถึงบรรดานักบุญ (Saints) ในพระศาสนจักร], ศูนย์คริสตศาสนธรรม [[เขตมิสซังกรุงเทพฯ|มิสซังโรมันคาทอลิกกรุงเทพ]]</ref> เมื่อ[[คริสตจักร]]ยอมรับว่าคริสต์ศาสนิกชนผู้ล่วงลับคนใดเป็นนักบุญผู้ศักดิ์สิทธิ์ก็จะบันทึกชื่อของผู้นั้นเพิ่มเข้าไปในสารบบ ดังนั้นจึงเรียกการประกาศเป็นนักบุญว่า canonization
 
== พัฒนาการ ==
บุคคลกลุ่มแรกที่คริสตจักรถือว่าเป็นนักบุญคือเหล่า[[มรณสักขีในศาสนาคริสต์|มรณสักขี]] เพราะเป็นผู้ที่ยอมพลีชีพเพื่อยืนยันความศรัทธาของตนต่อ[[พระเยซู]] ต่อมาราว[[คริสต์ศตวรรษที่ 4]] เกิดกลุ่มที่เรียกว่า[[ธรรมสักขี]] ซึ่งเป็นผู้ที่ยืนยันความเชื่อของตนเช่นกัน แต่ไม่ถึงกับพลีชีพ แต่อาศัยแสดงออกผ่านคำสอนและการใช้ชีวิต ธรรมสักขีเริ่มเป็นที่นับถือแพร่หลายมากขึ้น เช่น นักบุญ[[เอเฟรมชาวซีเรีย]] นักบุญ[[มาร์แต็งแห่งตูร์]] นักบุญ[[อีแลร์แห่งปัวตีเย]] บุคคลเหล่านี้ถูกบันทึกชื่อไว้ในบัญชีสารบบนักบุญ ซึ่งจะนำมาประกาศในขณะทำพิธีกรรม เนื่องจากวีรกรรมของธรรมสักขีไม่เด่นชัดอย่างมรณสักขี ดังนั้นการนับถือธรรมสักขีจึงต้องได้รับการรับรองจาก[[มุขนายก]]ประจำท้องถิ่นนั้น ๆ ก่อน คริสตจักรโรมันคาทอลิกได้พัฒนากระบวนการนี้ต่อมาจนเป็นระบบขั้นตอน ในกำกับความรับผิดชอบของ[[สมณะกระทรวงการสถาปนานักบุญ]]ซึ่ง[[สมเด็จพระสันตะปาปาปอลที่ 6]] ทรงตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1969
 
== นิกายโรมันคาทอลิก ==
การประกาศเป็น[[นักบุญ]]ใน[[คริสตจักร]][[โรมันคาทอลิก]]มีขั้นตอนดังนี้<ref>[http://www.catholic.or.th/archive/popejohnpaul2/pope12.html กระบวนการสถาปนานักบุญสมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2 (ตอนที่ 2)], มิสซังโรมันคาทอลิกกรุงเทพฯ, เรียกข้อมูลวันที่ 17 ตุลาคม 2555.</ref>
;[[ผู้รับใช้พระเป็นเจ้า]]
เมื่อเห็นสมควรให้บุคคลใดได้รับการประกาศเป็นนักบุญ ให้รวบรวมเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ของผู้ถูกเสนอชื่อส่งไปให้[[มุขนายกประจำมุขมณฑล]]เป็นผู้พิจารณา ถ้าหากเห็นสมควรก็จะประกาศให้ผู้ถูกเสนอชื่อนั้นเป็น “ผู้รับใช้พระเป็นเจ้า” และเริ่มการสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อไป
;[[ผู้น่าเคารพ]]
หากตรวจสอบประวัติแล้วเห็นว่า “ผู้รับใช้พระเป็นเจ้า” นั้นประกอบด้วย[[วีรคุณธรรม]] (heroic virtue) โดดเด่นในชีวิต [[สมณะกระทรวงเพื่อการสถาปนานักบุญ]]ก็จะประกาศกฤษฎีกาให้ผู้นั้นเป็น “ผู้น่าเคารพ”
;[[บุญราศี]]
ศพของผู้น่าเคารพจะถูกชันสูตรเพื่อให้แน่ใจว่าศพที่มีอยู่เป็นของผู้นั้นจริง ๆ และเมื่อเกิดการอัศจรรย์ขึ้นอย่างน้อย 1 ประการ ที่เชื่อว่าเกิดขึ้นเพราะการวิงวอนของผู้น่าเคารพนั้นต่อพระเป็นเจ้า พระสันตะปาปาจะทรงประกาศให้ผู้นั้นเป็น “บุญราศี” แต่หากผู้น่าเคารพเมื่อยังมีชีวิตอยู่ได้พลีชีพเป็น[[มรณสักขีในศาสนาคริสต์]] [[สันตะสำนัก]]จะถือว่าการพลีชีพนั้นเป็นการอัศจรรย์แล้ว จึงไม่ต้องรอการอัศจรรย์อื่นอีก พิธีการประกาศเป็นบุญราศีจะจัดขึ้นอย่างเป็นทางการที่วาติกัน เมื่อได้รับ[[การประกาศเป็นบุญราศี]]แล้ว คริสต์ศาสนิกชนก็สามารถแสดงความเคารพศรัทธาผู้นั้นได้อย่างเป็นทางการ เช่น ตั้ง[[สักการสถาน]] กำหนด[[วันฉลอง]] เป็นต้น
;[[นักบุญ]]
บุญราศีจะได้รับการประกาศเป็นนักบุญก็ต่อเมื่อเกิดการอัศจรรย์เพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 1 ประการ หากการอัศจรรย์นั้นเกี่ยวข้องกับการแพทย์ เช่น มีคริสตชนหายป่วยจากโรคร้ายได้อย่างน่าอัศจรรย์เพราะพรจากการวิงวอนของบุญราศี ก็ต้องมีเอกสารรับรองจากคณะแพทย์ว่าการหายป่วยนั้นไม่สามารถอธิบายได้ด้วยเหตุผลทางวิทยาศาสตร์<ref>[http://www.catholic.or.th/archive/popejohnpaul2/pope10.html ขั้นตอนการแต่งตั้งเป็นนักบุยเขาทำกันอย่างไร]. มิสซังโรมันคาทอลิกกรุงเทพฯ, เรียกข้อมูลวันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2555</ref> เมื่อมีการอัศจรรย์เป็นที่ประจักษ์จึงจะประกาศเป็นนักบุญ โดยพระสันตะปาปาจะให้บันทึกชื่อของผู้นั้นเข้าในสารบบนักบุญของคริสตจักร ทำให้ผู้นั้นเป็นบุคคลศักดิ์สิทธิ์โดยสมบูรณ์และได้รับความเคารพจากคริสตชนโรมันคาทอลิกทั่วโลก พิธีการประกาศเป็นนักบุญจะจัดขึ้น ณ [[มหาวิหารนักบุญเปโตร]] [[นครรัฐวาติกัน]]
 
== นิกายแองกลิคัน ==