ผลต่างระหว่างรุ่นของ "การทดสอบเอมส์"

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
'''การทดสอบเอมส์''' ({{lang-en|Ames test}}) เป็นวิธีการทดสอบฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ซึ่งถูกค้นพบโดย ศาสตราจารย์ ดร. บี.เอ็น. เอมส์ และคณะแห่งมหาวิทยาลัย แคลิฟอร์เนีย โดยทำการปรับปรุงสายพันธุ์ของแบคทีเรีย ''Salmonella typhimurium'' ซึ่งในสภาพปกติจะสามารถสร้างกรดอะมิโนฮิสทิดีนได้เอง ให้กลายเป็นสายพันธุ์ที่ไม่สามารถสร้างกรดอะมิโนฮิสทิดีนได้เอง ซึ่งการกลายพันธุ์ที่เกิดขึ้นนั้นเรียกได้ว่าเป็นลักษณะของการกลายพันธุ์ซ้ำเมื่อนำไปทดสอบกับสารก่อกลายพันธุ์ บริเวณ[[ยีน]]ลักษณะนี้จะเรียกว่า hot spot ซึ่งอาจเรียกการกลายพันธุ์ดังกล่าวได้ว่าเป็นการกลายพันธุ์แบบ reverse mutation
[[ไฟล์:Genetic_map.jpg|thumb|Right|270px|ภาพ แผนที่จีโนมของแบคทีเรีย ''Salmonella typhimurium'']]ในส่วนของ[[แบคทีเรีย]]ที่ใช้ในการทดสอบนั้น จะใช้ ''Salmonella typhimurium'' ซึ่งมีด้วยกันหลายสายพันธุ์ ทั้ง TA98,TA97,TA100,TA1535 และ TA102 จากการที่การกลายพันธุ์ที่เกิดขึ้นในแบคทีเรียดังกล่าวเป็นแบบ point mutation ของยีนที่สร้างกรดอะมิโนฮีสทิดีนได้ดังนั้นในขั้นตอนของการเก็บสายพันธุ์จึงต้องเติมกรดอะมิโนฮีสทิดินเสมอและนอกจากนี้ เนื่องมาจากในระหว่างที่มีการปรับปรุงสายพันธุ์ เป็นผลให้ยีนที่สร้างไบโอทินเกิดการกลายพันธุ์กระทั่งแบคทีเรียไม่สามารถสร้างไบโอทินได้จึงต้องมีการเติมไบโอทินลงไปในอาหารเลี้ยงเชื้อด้วย<ref>แก้ว กังสดาลอำไพ. 2537. พิษวิทยา.(นครปฐม):สถาบันวิจัยโภชนาการมหาวิทยาลัยมหิดล</ref>
จากหลักการของการทดสอบฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ ด้วยวิธีการทดสอบเอมส์ เป็นผลให้ผู้ศึกษาต้องมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการกลายพันธุ์ของแบคทีเรีย ซึ่งจะมีรายละเอียดดังนี้
==การกลายพันธุ์ (Mutation)==
788

การแก้ไข