ผลต่างระหว่างรุ่นของ "จักรพรรดินีเซี่ยวเชิ่งเซี่ยน"

''สมเด็จพระจักรพรรดินีพันปีหลวงฉงชิ่ง'''(ฉงชิ่งหวงไท่โฮ่ว) หรือ'''สมเด็จพระจักรพรรดินีเสี้ย...
(สมเด็จพระจักรพรรดินีพันปีหลวงฉงชิ่ง(ฉงชิ่งหวงไท่โฮ่ว) หรือสมเด็จพระจักรพรรดินีเสี้ยวเฉ...)
 
(''สมเด็จพระจักรพรรดินีพันปีหลวงฉงชิ่ง'''(ฉงชิ่งหวงไท่โฮ่ว) หรือ'''สมเด็จพระจักรพรรดินีเสี้ย...)
'''สมเด็จพระจักรพรรดินีพันปีหลวงฉงชิ่ง'''(ฉงชิ่งหวงไท่โฮ่ว) หรือ'''สมเด็จพระจักรพรรดินีเสี้ยวเฉิงเซียน''' ( จีน : 孝圣宪皇后 อังกฤษ:Empress Xiaoshengxian ; 1 มกราคม 1693 - 2 มีนาคม 1777) ทรงเป็นพนะพระมเหสีใน[[จักรพรรดิยงเจิ้ง]]และเป็นที่รู้จักดีในฐานะ พระราชมารดา ใน[[จักรพรรดิเฉียนหลง]]
 
เสด็จ พระราชสมภพเมื่อ ค.ศ.1692 กำเนิดในราชสกุลนิวฮูลู เมื่ออายุได้13พรรษา คือ ค.ศ.1705 ได้เข้าพิธีอภิเษกสมรสกับสมเด็จเจ้าฟ้าชายหยง อิ้นเจวิน(หยงฉินหวัง อิ้นเจวิน) จนได้ดำรงตำแหน่งพระชายารอง
เสด็จ พระราชสมภพเมื่อ ค.ศ.1692 กำเนิดในราชสกุล '''หนิวฮูลู''' เมื่ออายุได้13พรรษา คือ ค.ศ.1705 ได้เข้าพิธีอภิเษกสมรสกับสมเด็จเจ้าฟ้าชายหยง อิ้นเจวิน(หยงฉินหวัง อิ้นเจวิน) จนได้ดำรงตำแหน่งพระชายารองครั้น เมื่อวันศุกร์ที่ 25 กันยายน ค.ศ.1711 พระนางได้ให้กำเนิดโอรสองค์ที่สี่ของ[[จักรพรรดิยงเจิ้ง|หยงฉินหวัง]] นั่นคือ [[จักรพรรดิเฉียนหลง|หงลี่ ]] พระนางจึงได้สมัญญานามใหม่ว่า พระชายาเก๋อเก๋อ
 
ในเวลาต่อมา เมื่อเข้าสู่ปลายปี ค.ศ.1722 [[จักรพรรดิคังซี|สมเด็จพระจักรพรรดิชิงเซ่งจู่ รัชสมัยคังซี ]]เสด็จสวรรคต [[จักรพรรดิยงเจิ้ง|หยงฉินหวัง อิ้นเจวิน]] จึงได้ขึ้นเสวยราชย์ต่อจาก[[จักรพรรดิคังซี|สมเด็จพระราชบิดา]] ขึ้นเป็น [[จักรพรรดิยงเจิ้ง|สมเด็จพระจักรพรรดิชิงซื่อจง]] รัชกาลหยงเจิ้ง และในปีต่อมาไม่นาน คือ ค.ศ.1723 พระชายาเก๋อเก๋อจึงได้เลื่อนฐานันดรศักดิ์ขึ้นเป็น สมเด็จพระมเหสีซี(ซีเฟย)
และในอีกเจ็ดปีต่อมา ค.ศ.1730 พระนางได้ถูกยกขึ้นเป็นสมเด็จพระมเหสีเอกซี(ซีกุ้ยเฟย) ห้าปีต่อมาหยงเจิ้งหวงตี้เสด็ตสวรรคต[[จักรพรรดิยงเจิ้ง|หยงเจิ้งหวงตี้]]เสด็ตสวรรคต [[จักรพรรดิเฉียนหลง|หงลี่ ]] หรือในบรรดาศักดิ์ขณะนั้นคือ เป่าฉินหวัง ได้ขึ้นครองราชสมบัติเป็น[[จักรพรรดิเฉียนหลง| สมเด็จพระจักรพรรดิชิงเกาจง]] รัชกาลเฉียนหลง พระมเหสีเอกซีจึงได้โอกาศในฐานะที่เป็นพระราชมารดา ถูกยกขึ้นเป็นสมเด็จพระจักรพรรดินีตามกฎมลเฑียรบาลที่ว่าผู้ที่จะขึ้นเป็น สมเด็จพระพันปีหลวงได้ จะต้องถูกยกย่องให้เป็นสมเด็จพระจักรพรรดินีเสียก่อน พระนางจึงได้ขึ้นแท่นหวงโฮ่วพระนามว่าเสี้ยวเฉิงเซียน(เสี้ยวเฉิงเซียนหวง โฮ่ว) และดำรงอยู่ในฐานะ'''สมเด็จพระจักรพรรดินีพันปีหลวงฉงชิ่ง(ฉงชิ่งหวงไท่โฮ่ว)'''
รูปลักษณ์ของฉงชิ่งหวงไท่โฮ่ว เป็นสตรีที่ดูสง่าผ่าเผย แม้พระนางทรง มีพระชนมายุมากแล้ว แต่ก็ยังคงมีประกายของความมีพระพลานามัยที่ดีและอ่อนกว่าวัย นั่นเป็นเพราะพระนางเป็นผู้ที่พิถีพิถันเรื่องการดูแลพระวรกายเป็นอย่างดี บวกกับทรงมีโอรสเพียงพระองค์เดียว ไม่ได้แบกพระครรภ์หลายรอบ จึงทำให้พระนางเป็นสตรีที่ดูเปล่งปลั่งอยู่เสมอ
ด้านอุปนิสัยส่วน พระองค์ ทรงเป็นสตรีที่มีธรรมะนำพระทัยอยู่เสมอ ทรงมีความเมตตากรุณา แต่ลักษณะเด่นก็คือ ทรงเป็นสตรีที่ใช้ชีวิตที่เรียบง่าย สมถะ ชอบประทับอยู่แบบสงบ
และในที่สุดเมื่อปี ค.ศ.1777 ฉงชิ่งหวงไท่โฮ่ว หรือที่พวกเรามักเรียกว่าฉงชิ่งไทเฮา ก็เสด็จสวรรคต ทรงมีพระชนมายุรวม 85 พรรษา
พระ ราชพิธีพระบรมศพถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ โดยมี[[จักรพรรดิเฉียนหลง| เฉียนหลงหวงตี้]]คอยเป็นแม่งานดูแลการจัดงานด้วยพระองค์เอง เพื่อแสดงถึงความกตัญูกตเวทิตาต่อบุพการี พระบรมศพถูกฝังที่พระสุสานหลวงชิงตะวันตก ในมลฑลเห่อเป่ย
ผู้ใช้นิรนาม