ผลต่างระหว่างรุ่นของ "จังหวัดแพร่"

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
ต่อมาเกิดกบฎเงี้ยวในสมัย[[รัชกาลที่ 5]] ปี พ.ศ. 2445 ทรงโปรดเกล้าให้[[เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี]] นำทัพพร้อมหัวเมืองใกล้เคียงเข้าปราบกบฎเงี้ยวที่เมืองแพร่
พระยาไชยบูรณ์ได้ทำการต่อสู้ ปกป้องจากพวกเงี้ยวอย่างเต็มความสามารถ และบังคับให้ลงนามยกเมืองให้ พระยาไชยบูรณ์ไม่ยอม พวกเงี้ยวจึงนำไปตัดหัวที่บ้านร่องกวางเคา เจ้าพิริยะเทพวงศ์ฯ เกรงพระราชอาญา จึงหนีไปพำนักที่[[เมืองหลวงพระบาง]] ต่อจากนั้นมาก็ไม่มีเจ้าเมืองหรือเจ้าผู้ครองนครแพร่อีก
 
* '''ชื่อเดิมของเมืองแพร่'''
เมืองพล นครพล หรือพลรัฐนคร
เมืองโกศัย
เมืองแพล
เมืองแพร่
เมืองแป้(ภาษาถิ่น)
 
====ลำดับพัฒนาการทางประวัติศาสตร์====
 
เมืองแพร่เป็น[[เมืองโบราณ]] อายุประมาณ 1,000 ปี เริ่มก่อตั้งขึ้นเป็นเมืองประมาณ[[พุทธศตวรรษที่ 12]] หลังจากการก่อตั้ง[[เมืองเชียงใหม่]]และ[[สุโขทัย]] ซึ่งตาม[[ศิลาจารึก]]ของ[[พ่อขุนรามคำแหงมหาราช]]จารึกเอาไว้ เมืองแพร่เคยเป็นเมืองหนึ่งของ[[อาณาจักรสุโขทัย]] มีชื่อว่า "เมืองแพล" ต่อมาสมัย[[ขอม]]เรืองอำนาจได้เปลี่ยนชื่อ เมืองแพล เป็น "เวียงโกศัย" ซึ่งแปลว่า ผ้าแพร และต่อมาเปลี่ยนเป็น เมืองแพร่ แต่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าเปลี่ยนตั้งแต่สมัยใด ซึ่งชาวล้านนานิยมออกเสียงเป็น "เมืองแป้" และเป็นจังหวัดแพร่ในปัจจุบัน จากตำนานเมืองเหนือ เมืองแพร่มีชื่อเดิมว่า "พลนคร" หรือ "เมืองพล" และเปลี่ยนชื่อเป็นเมืองแพล ในสมัยขอมเรืองอำนาจราว พ.ศ. 470-1560 [[พระนางจามเทวี]] ได้แผ่อำนาจเข้าครอบครองดินแดนในเขตล้านนา ได้เปลี่ยนชื่อเมืองแพลเป็น "โกศัยนคร" หรือ "นครโกศัย" หรือ "เวียงโกศัย" ซึ่งแปลว่าผ้าแพร นับตั้งแต่นั้นมา ได้มีผู้ครอบครองสืบเนื่องกันมาหลายสมัย ในรัชสมั[[พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว|พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5]] แห่ง[[กรุงรัตนโกสินทร์]] ได้เปลี่ยนจากการปกครองจากผู้เจ้าครองนครเป็น[[มณฑลเทศาภิบาล]]ในปี พ.ศ. 2440 และได้โปรดเกล้าให้พระยาไชยบูรณ์ (ทองอยู่ สุวรรณบาตร) ไปเป็นข้าหลวงกำกับการปกครองเมืองแพร่เป็นคนแรก<ref>http://www.phrcc.ac.th/phrae/phrae_3.html</ref>
 
== ทำเนียบรายนามผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ==
571

การแก้ไข