ผลต่างระหว่างรุ่นของ "เหมืองแม่เมาะ"

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
{{วิกิประเทศไทย}}
[[ภาพ:Place Maemoh1433.jpg|thumb|250px|right|พระราชานุสาวรีย์[[พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว]] สวนพฤกษชาติแม่เมาะ ]]
'''เหมืองแม่เมาะ''' ตั้งอยู่[[อำเภอแม่เมาะ]] [[จังหวัดลำปาง]] เป็นเหมือง[[ถ่านหิน]]หรือถ่าน[[ลิกไนต์]]ที่ใช้เป็นพลังงานเชื้อเพลิงของโรงไฟฟ้าแม่เมาะ อันเป็นโรงไฟฟ้าพล้งงานความร้อนที่ก่อสร้างมาตั้งแต่ ปีพ.ศ. 2503 จนถึงปัจจุบัน รวม 13 เครื่อง มีกำลังการผลิต 2,625,000 กิโลวัตต์ ใช้ถ่านหินรวมกันวันละ 23,600 ตัน
 
 
== ประวัติ ==
[[ภาพ:Place Maemoh41151852.JPGjpg|thumb|250px|leftright|[[ทุ่งบัวตองแม่เมาะ]]ทางเข้า พิพิธภัณฑ์ศูนย์ถ่านหินลิกไนต์ศึกษา [[(เหมืองแม่เมาะ]]) [[การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย]]เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว]]
[[ภาพ:Place Maemoh4115.JPG|thumb|250px|right|ทุ่งบัวตองแม่เมาะ ]]
กิจการ[[เหมืองลิกไนต์]] เริ่มเมื่อปี 2460 ในสมัยรัชกาลที่ 6 เมื่อ[[พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน|พลเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน]]ซึ่งขณะนั้นทรงดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมรถไฟหลวง ทรงมีพระประสงค์จะสงวนป่าไม้ จึงโปรดให้ทำการสำรวจหาเชื้อเพลิงอย่างอื่น เพื่อนำเอามาใช้แทนฟืนสำหรับ[[หัวรถจักรไอน้ำ]]ของรถไฟ โดยว่าจ้างชาวต่างประเทศ ให้มาดำเนินการสำรวจในระยะแรก ต่อมาระหว่างปี 2464 - 2466 ได้ว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญชาวต่างประเทศให้มาสำรวจอีก ปรากฏว่าพบถ่านลิกไนต์ ที่ "[[แม่เมาะ]]" [[จังหวัดลำปาง]]และที่"[[คลองขนาน]]" [[จังหวัดกระบี่]]
ในระยะนั้น รัฐบาลไทยได้อนุญาตให้บริษัทเอกชนเปิดการทำเหมืองลิกไนต์ที่ "บ้านดอน" จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อ[[ประทานบัตร]]หมดอายุลงในเดือนกุมภาพันธ์ 2470 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7 ทรงมีพระบรมราชโองการให้สงวนแหล่งถ่านหินที่มีอยู่ในประเทศไว้ เพื่อให้ทางราชการเป็นผู้ดำเนินงานเท่านั้น
ในปี 2493 [[กรมโลหกิจ]] (กรมทรัพยากรธรณี) ได้รื้อฟื้นโครงการนี้ขึ้นมาดำเนินการอีกครั้ง การสำรวจได้ดำเนินไปจนถึงปี 2496 จึงพบแหล่งถ่านลิกไนต์มีแนวชั้น ติดต่อกันยาวไปตามลำห้วยในแอ่งแม่เมาะ ต่อมาในปี 2497 รัฐบาลได้ตราพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การพลังงานไฟฟ้าลิกไนต์ เพื่อดำเนินกิจการลิกไนต์ให้บังเกิดผลอย่างจริงจัง จากนั้นจึงเปิดการทำเหมือง แม่เมาะขึ้นและสามารถผลิตถ่านลิกไนต์ออกจำหน่ายให้แก่[[โรงบ่มใบยาสูบ]] โรงงานต่าง ๆ รวมทั้ง[[โรงไฟฟ้าวัดเลียบ]] และ[[โรงไฟฟ้าสามเสน]]ได้ในปีต่อมา ซึ่งถ่านลิกไนต์ที่แอ่งแม่เมาะนี้พบว่ามีปริมาณถึง 120 ล้านตันและสามารถขุดขึ้นมาใช้งานได้คุ้มค่า 43.6 ล้านตัน เมื่อประสบความสำเร็จในการดำเนินงานขั้นต้นแล้ว กล่าวคือสามารถผลิตถ่านลิกไนต์จำหน่ายเป็นเชื้อเพลิงได้ จึงทำการก่อสร้าง[[โรงจักรแม่เมาะ]] ขนาดกำลังผลิต 12,500 กิโลวัตต์ ใช้ถ่านลิกไนต์เป็นเชื้อเพลิง มีพิธีเปิดโรงไฟฟ้า เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2503 หลังจากนั้นมากิจการเหมืองแม่เมาะก็เจริญก้าวหน้าขึ้นเป็นลำดับ
ต่อมาเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2503 รัฐบาลได้ตราพระราชบัญญัติจัดตั้ง[[การลิกไนต์]] โดยโอนกิจการและทรัพย์สินขององค์การพลังงานไฟฟ้าลิกไนต์ มาเป็นของการลิกไนต์ กำหนดให้มีหน้าที่ผลิตและจำหน่ายถ่านลิกไนต์ วัตถุเคมีจากลิกไนต์ และพลังงานไฟฟ้าจากลิกไนต์ มีอำนาจดำเนินการในเขตท้องที่จังหวัดลำปาง ลำพูน เชียงใหม่ และตาก จนกว่าการไฟฟ้ายันฮีจะขยายกิจการไปถึงจังหวัดนั้น ๆ และเขตท้องที่ในภาคใต้ ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไปทั้งหมด
 
เมื่อรัฐบาลได้ตราพระราชบัญญัติจัดตั้ง [[การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย]] (กฟผ.) โดยรวมกิจการของ[[การลิกไนต์]] [[การไฟฟ้ายันฮี]] และ[[การไฟฟ้าตะวันออกเฉียงเหนือ]] เข้าด้วยกัน เมื่อวันที่ [[1 พฤษภาคม]] [[พ.ศ. 2512]] กฟผ. จึงได้รับโอนภาระหน้าที่ของทั้ง 3 องค์การมาดำเนินการทั้งหมด
18,606

การแก้ไข