เปิดเมนูหลัก

การเปลี่ยนแปลง

เพิ่มขึ้น 89 ไบต์, 7 ปีที่แล้ว
ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
ระยะฟักตัวน้อยสุดมีรายงานว่าสั้นเพียงไม่กี่สัปดาห์ ตามการเกิดโรคเรื้อนขึ้นอย่างน้อยครั้งมากในทารก ระยะฟักตัวมากสุดมีรายงานว่านานถึง 30 ปีหรือมากกว่า ดังที่สังเกตหมู่ทหารผ่านศึกที่เคยไปอยู่ในพื้นที่การระบาดช่วงสั้น ๆ แต่ปัจจุบันได้อยู่ในพื้นที่ไม่มีการระบาด เป็นที่ตกลงกันทั่วไปว่าระยะฟักตัวเฉลี่ยอยู่ระหว่างสามถึงห้าปี
 
โรคเรื้อนได้มีผลต่อมนุษยชาติเป็นโรคที่มนุษย์เป็นมานานกว่า 4,000 ปีแล้ว<ref>{{cite web | url=http://sciencenow.sciencemag.org/cgi/content/full/2009/527/1 | title=Skeleton Pushes Back Leprosy's Origins | author=Holden | year= 2009 |work=ScienceNOW| accessdate=2010-01-31}}</ref> และเป็นที่รู้จักกันดีในอารยธรรมจีน อียิปต์และอินเดียโบราณ<ref name=WHO_Factsheet>{{cite web | title = Leprosy | work = WHO | url = http://www.who.int/mediacentre/factsheets/fs101/en/ | date=2009-08-01 |accessdate = 2010-01-31}}</ref> ค.ศ. 1995 [[องค์การอนามัยโลก]]ประเมินว่า ประชากรโลกระหว่าง 2 และ 3 ล้านคน พิการถาวรเพราะโรคเรื้อนในขณะนั้น<ref name="WHO_1995">{{cite journal |author=WHO|title=Leprosy disabilities: magnitude of the problem |journal=Weekly Epidemiological Record |volume=70 |issue=38 |pages=269–75 |year=1995 |pmid=7577430}}</ref> ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ประชากรโลก 15 ล้านคนได้รับการรักษาโรคเรื้อน<ref name=Leprosy>{{cite news | url=http://news.bbc.co.uk/2/hi/programmes/from_our_own_correspondent/6510503.stm | author=Walsh F |title=The hidden suffering of India's lepers |publisher=BBC News |date=2007-03-31}}</ref> แม้การบังคับกักกันหรือการแยกผู้ป่วยออกนั้น เป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นอีกแล้ว ในสถานที่ซึ่งมีการบำบัดรักษา แต่หลายพื้นที่ของโลกก็ยังมี[[นิคมโรคเรื้อน]]อยู่ เคยเชื่อกันว่า โรคเรื้อนติดต่อทางสัมผัสและรักษาได้ด้วย[[ปรอท]] ซึ่งทั้งหมดเป็นลักษณะของ[[ซิฟิลิส]] ซึ่งอธิบายครั้งแรกใน ค.ศ. 1530 ปัจจุบัน เชื่อกันว่าผู้ป่วยโรคเรื้อนสมัยโบราณหลายคนอาจเป็นโรคซิฟิลิส<ref>[http://www.britannica.com/EBchecked/topic/578770/syphilis/253277/Syphilis-through-history#ref252973 Syphilis through history] [[Encyclopædia Britannica]]</ref>
 
ความเป็นที่รังเกียจของสังคมช้านานกับโรคเรื้อนขั้นหนักยังเหลืออยู่ในหลายพื้นที่ และเป็นอุปสรรคสำคัญในการรายงานด้วยตัวเองและเข้ารับการรักษาเบื้องต้น การรักษาอย่างมีประสิทธิภาพมีขึ้นในปลายคริสต์ทศวรรษ 1930 ด้วยการริเริ่มยาแดปโซนและยาดัดแปลง การต้านทานของแบคทีเรียโรคเรื้อนต่อแดปโซนในไม่ช้าได้วิวัฒนาขึ้น และ จากการใช้แดปโซนเกิน ได้แพร่กระจายเป็นวงกว้างด้วย ไม่จนกระทั่งการริเริ่มการรักษาด้วยยาผสมระยะสั้น (MDT) ในต้นคริสต์ทศวรรษ 1980 ที่โรคเรื้อนสามารถวินิจฉัยและรักษาได้อย่างประสบผลในชุมชน<ref name="WHOleprosyFAQ">{{cite web| url=http://www.searo.who.int/en/section10/section373_11716.htm| title=Communicable Diseases Department, Leprosy FAQ | publisher=[[World Health Organization]]| date=2006-05-25 | accessdate=2010-01-31}}</ref>
2,191

การแก้ไข