ผลต่างระหว่างรุ่นของ "พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 3 แห่งอังกฤษ"

(เก็บกวาดบทความด้วยบอต)
 
=== เบื้องต้น ===
พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดเสด็จพระราชสมภพที่[[พระราชวังวินด์เซอร์]]เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ค.ศ. 1312 เมื่อยังทรงพระเยาว์ทรงพระนามว่า “เอ็ดเวิร์ดแห่งวินด์เซอร์” สมัยการปกครองของพระราชบิดา[[สมเด็จพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 2 แห่งอังกฤษ|พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 2]] เป็นสมัยที่เต็มไปด้วยความพ่ายแพ้ทางทหาร ความขัดแย้งกับขุนนางผู้มีอำนาจ การฉ้อโกงของข้าราชสำนัก แต่การทรงมีรัฐทายาทที่เป็นผู้ชายในปี ค.ศ. 1312 ก็เป็นการสร้างความมั่นคงให้กับราชบัลลังก์อยู่ชั่วระยะหนึ่ง<ref>For an account of Edward II's later years, see Fryde, Natalie (1979). ''The Tyranny and Fall of Edward II, 1321–1326''. Cambridge: Cambridge University Press. ISBN 0-521-22201-X.</ref> เพื่อให้ความความมั่นคงยั่งยืนต่อไปพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 2 จึงทรงแต่งตั้งเอ็ดเวิร์ดแห่งวินด์เซอร์ขึ้นเป็น “เอิร์ลแห่งเชสเตอร์” เมื่อพระชนมายุเพียง 12 วันและอีกสองเดือนต่อมาก็พระราชทานข้าราชบริพารครบชุดสำหรับการมีราชสำนักเป็นการส่วนพระองค์ให้แก่พระราชโอรส เพื่อให้ทรงมีความอิสระในการเป็นขุนนางเต็มตัวด้วยพระองค์เองราวกับเป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว<ref name="Father"/>
 
เมื่อวันที่ 20 มกราคม ค.ศ. 1327 เมื่อเอ็ดเวิร์ดแห่งวินด์เซอร์มีพระชนมายุได้ราว 14 พรรษา พระนาง[[อิสซาเบลลาแห่งฝรั่งเศส สมเด็จพระราชินีแห่งอังกฤษ]]พระราชมารดาและ[[โรเจอร์ มอร์ติเมอร์ เอิร์ลแห่งมาร์ชที่ 1|โรเจอร์ มอร์ติเมอร์]]และรัฐสภาก็ปลดพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 2 จากราชบัลลังก์ และยกเอ็ดเวิร์ดแห่งวินด์เซอร์ขึ้นครองราชย์เป็นพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 3 แห่งอังกฤษ โดยทรงเข้าพิธีราชาภิเษกเมื่อวันที่ [[1 กุมภาพันธ์]] [[ค.ศ. 1327]] โดยมีสมเด็จพระราชินีอิซาเบลอิสซาเบลลาและโรเจอร์ มอร์ติเมอร์เป็น[[ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์]] มอร์ติเมอร์ถือได้ว่าเป็นผู้ปกครองอังกฤษ[[โดยพฤตินัย]] อีกทั้งยังข่มเหงน้ำพระทัยพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดโดยไม่ให้ความนับถือต่อพระองค์และทำให้ทรงเสียพระพักตร์โดยตลอด เมื่อวันที่ 24 มกราคม ค.ศ. 1328 ในขณะทรงมีพระชนมายุได้ 15 พรรษา ก็ได้ทรงเสกสมรสกับ[[ฟิลิปปาแห่งเฮนอลต์ สมเด็จพระราชินีแห่งอังกฤษ|ฟิลิปปาแห่งเฮนอลต์]] วัย 16 พรรษา ณ [[ยอร์กมินสเตอร์]]<ref>Michael, 'A Manuscript Wedding Gift from Philippa of Hainault to Edward III', 582.</ref>
 
มอร์ติเมอร์ทราบว่าฐานะของตนเองออกจะไม่มั่นคง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 3 และพระนางฟิลิปปามีพระราชโอรสพระองค์แรกเมื่อวันที่ [[15 มิถุนายน]] [[ค.ศ. 1330]]<ref>Ormrod, ''Reign of Edward III'', 6.</ref> มอร์ติเมอร์จึงใช้อำนาจในการนำมาซึ่งตำแหน่งขุนนางและอสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ ทรัพย์สินส่วนใหญ่ที่ได้มาเดิมเป็นของ[[เอ็ดมันด์ ฟิทซ์แอแลน เอิร์ลแห่งอารันเดลที่ 9]] (Edmund FitzAlan, 9th Earl of Arundel) ฟิทซ์แอแลน ผู้ยังจงรักภักดีต่อพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 2 ขณะที่ทรงมีความขัดแย้งกับพระราชินีอิซาเบลลาและมอร์ติเมอร์ จึงถูกประหารชีวิตเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน ค.ศ. 1326 ความโลภและความทะนงตัวของมอร์ติเมอร์ทำให้เป็นที่เกลียดชังในหมู่ขุนนางซึ่งทำให้เป็นประโยชน์ต่อสมเด็จพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 3
 
ไม่นานหลังจากมีพระชนมายุได้ 18 พรรษา พระเจ้าเอ็ดเวิร์ด ด้วยความช่วยเหลือของผู้ที่ทรงไว้วางใจก็ก่อรัฐประหารขึ้นที่[[ปราสาทนอตติงแฮม]] เมื่อวันที่ [[19 ตุลาคม]] [[ค.ศ. 1330]] โดยทรงส่งทหารเข้าไปตามทางลับซึ่งเชื่อมต่อถึงปราสาท แล้วทรงสั่งจับพระนางอิสซาเบลลาและโรเจอร์ มอร์ติเมอร์ ในพระนามของกษัตริย์ มอร์ติเมอร์ถูกส่งไปจำขังที่[[หอคอยแห่งลอนดอน]] เขาถูกริบที่ดินและยศทั้งหมด และถูกกล่าวหาว่าถือสิทธิ์อำนาจของกษัตริย์เหนือดินแดนอังกฤษ ส่วนพระมารดา พระนางอิซาเบลลาอิสซาเบลลา ทรงรองขอร้องขอให้โอรสของพระองค์ทรงไว้ชีวิต พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดจึงทรงตัดสินประหารชีวิตมอร์ติเมอร์หนึ่งเดือนภายหลังรัฐประหาร ส่วนพระนางอิซาเบลลาทรงถูกเนรเทศไปยัง[[ปราสาทไรส์ซิง]] เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้สมเด็จพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 3 ทรงมีอำนาจโดยพฤตินัยในฐานะผู้ปกครองอังกฤษ
 
=== ต้นรัชสมัย ===
17,874

การแก้ไข