ผลต่างระหว่างรุ่นของ "สมัยแห่งความน่าสะพรึงกลัว"

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
(r2.7.2+) (โรบอต แก้ไข: de:Terrorherrschaft)
'''ยุคสมัยแห่งความเหี้ยมโหดน่าสะพรึงกลัว'''<ref>ราชบัณฑิตยสถาน, ''สารานุกรมประเทศในทวีปยุโรป ฉบับราชบัณฑิตยสถาน'', ราชบัณฑิตยสถาน, 2550, หน้า 195</ref> ({{lang-en|The Reign of Terror}}; [[5 กันยายน]] [[พ.ศ. 2336]] – [[28 กรกฎาคม]] [[พ.ศ. 2337]] ) ในบางครั้งเรียกในภาษาอังกฤษสั้นๆ ว่า ''The Terror'' (ฝรั่งเศส: la Terreur) หมายถึงช่วงระยะเวลาประมาณ 10 เดือนที่เกิดขึ้นในการ[[ปฏิวัติฝรั่งเศส]]จากการพยายามต่อสู้กันระหว่างคู่แข่งสองฝ่ายซึ่งได้นำไปสู่ความรุนแรงด้วยการฆาตกรรมหมู่ด้วย[[กิโยติน]] ส่วนใหญ่จะโยงถึง บุคคลคือ [[มักซีมีลียองเลียง โรแบสปีแยร์|Robespierreรอแบ็สปีแยร์]] และ [[จอร์จส์ ดังตอง|Georgesฌอร์ฌ Dantonด็องตง]] ซึ่งกลายเป็นตัวแทนหรือสัญลักษณ์ของการปฏิวัติที่รุนแรงทั่วๆ ไป
 
'''ความโหดเหี้ยมน่าสะพรึงกลัว'''ได้เริ่มเมื่อวันที่ [[5 กันยายน]] [[พ.ศ. 2336]] ซึ่งตรงกับรัชสมัย[[พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก]] การปราบปรามอย่างรุนแรงเพิ่มเริ่มขึ้นในระหว่างเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม [[พ.ศ. 2337]] ซึ่งถูกเป็นภาษาฝรั่งเศสว่า "''la Grande Terreur''" หรือ ความเหี้ยมโหดน่าสะพรึงกลัวอย่างที่สุด (The Great Terror) ซึ่งยืนยาวต่อเนื่องไปจนถึงการประหารชีวิตตัวการแห่งยุคแห่งความเหี้ยมโหดเองหลายคนรวมทั้ง Saint-Just และ [[มักซีมีลียอง โรแบสปีแยร์|Maximilien Robespierre]] ความโหดเหี้ยมโหดของยุคนี้คร่าชีวิตคนไประหว่าง 18,000 ถึง 40,000 คน (ประมาณการอย่างกว้างๆ เนื่อจากมีความแตกต่างกันระหว่างบันทึกทางประวัติศาสตร์ การประมาณการเชิงสถิติ) ในเดือนสุดท้ายก่อนการยุติ มีผู้ถูกประหารมากถึง 1,900 คน[[ไฟล์:Georges Danton.jpg|thumb]]
 
หลายคนถือว่าความเหี้ยมโหดในระบอบการปกครองแบบ[[ทรราช]]ในปัจจุบันสืบเนื่องมาจาก ยุคแห่งความเหี้ยมโหดครั้งนี้ แต่หลายคนก็โต้เถียงว่าแนวคิดดังกล่าวนี้มองข้ามอิทธิพลของการปฏิวัติฝรั่งเศสมีผลให้เกิดความเฟื่องฟูของระบอบ[[ประชาธิปไตย]]และระบอบ[[รัฐธรรมนูญ]]
 
== ภูมิหลัง ==
ฤดูร้อน [[พ.ศ. 2336]] การปฏิวัติของฝรั่งเศสส่งผลกระทบ ทั้งการภายในและกลุ่มผู้ก่อกบฏจากราชวงศ์ต่างๆต่าง ๆ ในยุโรป ทำให้เกิดความกลัวว่าการปฏิวัติจะขยายลุกลามสู่ ประเทศโดยรอบที่ปกครองโดยด้วยระบอบ[[ระบบกษัตริย์ราชาธิปไตย]] จึงส่งกองกำลังมาประชิดชายแดนฝรั่งเศส จนเกิดการประทะกันกับทหารของฝ่ายสาธารณรัฐฝรั่งเศส
 
กองกำลังต่างชาติได้ข่มขู่ฝรั่งเศสให้ปล่อย[[พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 แห่งฝรั่งเศส]] และคืนราชสมบัติให้พระองค์ [[ดยุคดยุกแห่งเบราน์ชไวก์]]แห่งบรุนสวิก ประเทศ[[ปรัสเซีย]]ถึงกับขู่ว่าจะเข้าปล้น[[ปารีส]] หากชาวปารีสแตะต้องพระบรมวงศานุวงศ์ และมีกระแสความเชื่อสงสัยว่าพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 เองอาจเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดกับรัฐบาลต่างชาติ ให้บุกฝรั่งเศสเพื่อเข้ามาฟื้นฟูระบอบกษัตริย์
และมีกระแสความเชื่อสงสัยว่า พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 เองอาจเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดกับรัฐบาลต่างชาติ ให้บุกฝรั่งเศสเพื่อเข้ามาฟื้นฟูระบอบกษัตริย์
 
ชนชั้นสูงของฝรั่งเศสจำนวนมากที่สูญเสียทรัพย์สิน ต่างได้ประโยชน์จากพ่ายแพ้ของฝ่ายปฏิวัติ ฝ่ายศาสนาก็เช่นกัน ต่อต้านฝ่ายปฏิวัติ เพราะมิฉะนั้นพวกพระถูกลดฐานะเป็นเพียงลูกจ้างของรัฐ และยังต้องสาบานตนว่าจะจงรักภักดีต่อรัฐบาล
ทำให้พระบาทหลวงมากกว่าครึ่งหนึ่ง (ส่วนใหญ่อยู่ทางภาคตะวันตก) ปฏิเสธจะสาบานตน และประกาศตนเป็น ฝ่ายดื้อดึง (Non-juror)
ฝ่ายศาสนาก็เช่นกัน ต่อต้านฝ่ายปฏิวัติ เพราะมิฉะนั้นพวกพระถูกลดฐานะเป็นเพียงลูกจ้างของรัฐ และยังต้องสาบานตนว่าจะจงรักภักดีต่อรัฐบาล
พระฝ่ายบาทหลวง[[แคทอลิกโรมันคาทอลิก]] และชนชั้นสูงในภาคตะวันตก รวมตัวก่อกบฏต่อต้านรัฐบาลฝ่ายปฏิวัติ โดยได้รับการสนับสนุนจาก[[บริเตนใหญ่]]
ทำให้พระมากกว่าครึ่งหนึ่ง (ส่วนใหญ่อยู่ทางภาคตะวันตก) ปฏิเสธจะสาบานตน และประกาศตนเป็น ฝ่ายดื้อดึง (Non-juror)
พระฝ่าย[[แคทอลิก]] และชนชั้นสูงในภาคตะวันตก รวมตัวก่อกบฏต่อต้านรัฐบาลฝ่ายปฏิวัติ โดยได้รับการสนับสนุนจาก[[บริเตนใหญ่]]
 
สงครามกลางเมืองและการประชิดของกองกำลังต่างชาติ สร้างวิกฤติทางการเมืองขึ้นอย่างรุนแรง และเกิดการแตกแยกขึ้นในรัฐสภาเอง
[[ไฟล์:Cruikshank - The Radical's Arms.png|thumb|left|1819 [[การ์ตูนล้อการเมือง|ภาพล้อ]] โดย [[George Cruikshank]]. Titled "แขนของพวกหัวรุนแรง" รูปแสดงให้เห็น ''[[กิโยติน]]''ที่โด่งดัง "ไม่มีพระเจ้า! ไม่มีศาสนา! ไม่มีกษัตริย์! ไม่มีรัฐธรรมนูญ!" ข้อความแผ่นแถบป้ายของฝ่ายสาธารณรัฐ]]
 
ในวันที่ [[2 มิถุนายน]] มีการยึดอำนาจในสภาโดยเรียกร้องให้ฝ่ายบริหารและฝ่ายการเมืองลดและกำหนดราคาขนมปังตายตัวและลดการให้สัมปทานแก่บางฝ่ายเป็นการเฉพาะ และด้วยการสนับสนุนของกองกำลังแห่งชาติพวกดังกล่าวสามารถโน้มน้าวให้จับกุมบุคคลผู้นำกลุ่มการเมือง Girondin[[ฌีรงแด็ง]] ไป 31 คน และจากการจับกุมครั้งนี้ทำให้ฝ่าย Jacobin มีอิทธิพลมากขึ้นจนสามารถคุมคณะกรรมาธิการฝ่ายความมั่นคงไว้ได้เมื่อวันที่ [[10 มิถุนายน]] และจัดตั้งระบบเผด็จการฝ่ายปฏิวัติขึ้นมาได้ เมื่อวันที่ [[13 มิถุนายน]] ผู้นำที่เป็นนักหนังสือพิมพ์ด้วยฝ่าย Jacobin ปากกล้าที่ถูกตราว่ากระหายเลือดถูกสังหารโดยฝ่าย Girodin กลับมีผลให้ฝ่าย Jacobin มีอิทธิพลทางการเมืองสูงขึ้น ฝ่ายปฏิวัติคนหนึ่งที่ช่วยโค่นล้มกษัตริย์ซึ่งมีภาพลักษณ์เป็นพวกหรูหราถูกปลดจากตำแหน่งกรรมาธิการและตั้งคนที่ "''บริสุทธ์จากการคอร์รัปชั่น''" คนหนึ่งขึ้นมาแทนและกลายเป็นผู้มีอิทธิพลมากที่สุดในคณะกรรมาธิการที่กำลังเพิ่มมาตรการปราบปรามพวกต่อต้านต่างจังหวัดและข้าศึกต่างชาติ
 
ในขณะเดียวกัน รัฐสภาก็ได้ผ่านการรับรอบรัฐธรรมนูญ[[สาธารณรัฐ]]ฉบับแรกของฝรั่งเศส
ท่ามกลางการต่อต้านภายในและการรุกรานของต่างชาติทั้งทางตะวันออกและตะวันตก ภารกิจหลักของรัฐบาลสาธารณรัฐฯ จึงเน้นที่สงคราม ในวันที่ [[17 พฤษภาคม]] สภาลงมติให้เกณฑ์ทหารเข้ากองกำลัง และในวันที่ 5 กันยายนนั้นเอง รัฐสภาก็ได้ลงมติรับ "ความเหี้ยมโหด" ให้มีความถูกต้องตามรัฐธรรมนูญโดยอนุมัติให้ปราบปรามข้าศึกศัตรูภายในประเทศได้โดยเด็ดขาด
 
ผลที่ตามมาคือการใช้กำลังปราบปราบฝ่ายต่อต้านรัฐบาลเกิดขึ้นอย่างรุนแรง และภายใต้การควบคุมอย่างมีประสิทธภาพของกรรมาธิการความั่นคง ได้มีการออกกฎหมายอีกหลายฉบับ วันที่ [[9 กันยายน]] ได้ออกกฎหมายจัดตั้งกองกำลังร่วมประชาชนฝ่ายปฏิวัติเพื่อบังคับให้ชาวนามอบผลผลิตให้แก่รัฐตามที่รัฐต้องการ วันที่ [[17 กันยายน]]มีการออกกฎหมายให้อำนาจการจับกุมผู้ต้องสงสัยที่เข้าข่ายเป็น ''ผู้ก่ออาชญากรรมต่อเสรีภาพ'' วันที่ [[29 กันยายน]] รัฐสภาได้เพิ่มการกำหนดราคาตายตัวที่ต่ำลงสำหรับธัญพืช ขนมปังและสินค้าจำเป็นอีกหลายอย่าง รวมทั้งการกำหนดค่าแรงตายตัวให้ต่ำลง กิโยตินได้กลายเป็นสัญลักณ์แห่งการประหารชีวิตที่ต่อเนื่อง [[พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 แห่งฝรั่งเศส]] ได้ถูกบั่นพระเศียรด้วยกิโยตินไปก่อนหน้าการเริ่มยุคแห่งความเหี้ยมโหดนี้ไปแล้ว พระนาง[[มารี อองตัวแนต|พระนางมารี อองตัวแนตอ็องตัวแน็ต]] พวก Girondin ฟิลิปเป Égalité ผู้ซึ่งลงคะแนนให้ประหารพระเจ้าหลุยส์ มาดามดรแลนด์และผู้คนอีกมากมายได้ถูกประหารโดยกิโยติน ศาลคณะปฏิวัติได้พิพากษาประหารชีวิตคนหลายพันคนด้วยกิโยติน ผู้เคราะห็ร้ายจำนวนมากถูกฝูงชนทุบตีจนตายอย่างโหดร้าย ประชาชนจำนวนมากตายเนื่องจากการมีตวามเห็นทางการเมืองที่แตกต่าง ไม่น้อยที่ถูกประหารเพียงด้วยข้อสงสัยเล็กๆ น้อยๆ หรืออาจเพียงเป็นบังเอิญผู้มีส่วนได้เสียเพียงเล็กน้อยกับฝ่ายตรงข้าม ผู้เคราะห์ร้ายส่วนใหญ่ถูกลากตัวไปกับเกวียนไม้แบบเปิดที่ทำไว้เฉพาะสำหรับการประจานนักโทษ และถูกโห่ประจานไปตลอดทาง
 
เหยื่อของยุคแห่งความเหี้ยมโหดที่ถูกตัดสินประหารชีวิตโดยศาลฝ่ายปฏิวัตินับได้ประมาณ 40,000 คน เป็นชนชั้นปกครองชั้นสูง 8% พระ 6% ชนชั้นกลาง 14% และอีก 70% เป็นคนงานและชาวนายากจนที่ถูกกล่าวหาว่ากักตุน หนีทหาร ก่อกบฏและก่ออาชญากรรมอื่นๆ ในกลุ่มสังคมเหล่านี้ พระแคทอลิกมีสัดส่วนการสูญเสียมากที่สุด
 
ความพยายามของรัฐบาลปฏิวัติในการล้มเลิก[[ศาสนาคริสเตียนคริสต์]]ในฝรั่งเศสเริ่มที่นิการแคทอลิกนิกายโรมันคาทอลิกก่อนและลุกลามไปทุกนิกาย ด้วยการออกเป็นกฎหมายเมื่อวันที่ [[21 ตุลาคม]] [[พ.ศ. 2336]] ให้เนรเทศและประหารชีวิตพระนักบวชไปเป็นจำนวนมาก มีการปิดโบสถ์วิหารและสถาบันของลัทธิต่างๆต่าง ๆ มากมาย มีการทำลายศาสนสถานและรูปเคารพทางศาสนาในวงกว้าง ออกกฎหมายห้ามการสอนศาสนาและปิดโรงเรียนที่อิงศาสนา มีการเพิกถอนความเป็นพระบาทหลวง บังคับพระบาทหลวงให้แต่งงานและกำหนดโทษประหาร ณ ที่ที่จับได้แก่ผู้ให้ที่พักพิงแก่ผู้หลบหนี มีการทำพิธีสถาปนาปรัชญาความเชื่อเป็นใหม่ของฝ่ายปฏิวัติเรียกว่าลัทธิ "Supreme Being" ที่เชื่อว่ามีผู้สุงส่งสูงส่งเบื้องบนคอยดูแลฝรั่งเศสอยู่
 
== การยุติ ==
[[ไฟล์:Execution robespierre, saint just....jpg|right|thumb|การประหารชีวิต Robespierreรอแบ็สปีแยร์]]
 
ความพยายามสร้างความสมานฉันท์และความรักชาติให้เกิดขึ้นของฝ่ายปฏิวัติกลับนำมาซึ่งการนองเลือดอย่างต่อเนื่อง หลังการได้รับชัยชนะอย่างเด็ดขาดจกาการสู้รบกับฝ่ายออสเตรีย Robespierre รอแบ็สปีแยร์ผู้ยึดอำนาจและเป็นเผด็จการทางรัฐสภาก็ถูกโค่นอำนาจโดยการสมรู้ร่วมคิดของสมาชิกสภาหลายคนและถูกนำไปตัดศีรษะด้วยกิโยตินพร้อมกับพวกในกลุ่มหลายคนเมื่อวันที่ [[28 กรกฎาคม]] ซึ่งเหตุการณ์นี้นำไปสู่ยุคที่เรียกว่า "''เหี้ยมขาว''" (White Terror.) ซึ่งเป็นยุคต่อต้านความโหดเหี้ยมที่นำโดย Robespierre ซึ่งยังคงมีความโหดเหี้ยมเกิดขึ้นประปรายไปอีกระยะหนึ่ง ซึ่งมีการประหารพวก Jacobins ไปอีกหลายร้อยคน
 
== อ้างอิง ==
{{รายการอ้างอิง}}
# Robespierre: «Le but du gouvernement constitutionnel est de conserver la République; celui du gouvernement révolutionnaire est de la fonder. [...] Le gouvernement révolutionnaire doit au bon citoyen toute la protection nationale; il ne doit aux Ennemis du Peuple que la mort. Ces notions suffisent pour expliquer l'origine et la nature des lois que nous appelons révolutionnaires [...]. Si le gouvernement révolutionnaire doit être plus actif dans sa marche et plus libre dans ses mouvements que le gouvernement ordinaire, en est-il moins juste et moins légitime? Non; il est appuyé sur la plus sainte de toutes les lois: le salut du Peuple.»
# Harvey, Donald Joseph FRENCH REVOLUTION, History.com 2006 (Accessed April 27,2007)