ผลต่างระหว่างรุ่นของ "วัดดุสิดาราม"

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
(หน้าใหม่: '''วัดดุสิดาราม'''ตั้งอยู่ที่ ถนนทางหลวง 3058 ตำบลหันตรา [[อำเภอพระ...)
 
 
== ประวัติ ==
ประวัติการสร้างวัดดุสิดารามว่า สร้างเมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๑๐๐ และรับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. ๒๑๑๐ <ref>กรมการศาสนา. ประวัติวัดทั่วราชอาณาจักร เล่ม ๔. ๒๕๒๘. หน้า ๑๑๕.</ref> หนังสือคำให้การชาวกรุงเก่า ตอนที่กล่าวถึง[[พระอารามหลวง]]ใน[[กรุงศรีอยุธยา]] ระบุชื่อวัดแห่งหนึ่งว่า วัดดุสิตมหาพระนเรศวรทรงสร้าง<ref>กรมศิลปากร. คำให้การชาวกรุงเก่า คำให้การขุนหลวงหาวัด และพระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์. ๒๕๐๗. หน้า ๒๑๖.</ref>สันนิษฐานว่า หมายถึงวัดดุสิดาราม ในพิธีพระราชพิธีถือน้ำพระพิพัฒสัตยา(ไม่ปรากฎพ.ศ.)<ref>คำให้การขุนหลวง[[วัดประดู่ทรงธรรม]] เอกสารจากหอหลวง : คณะกรรมการชำระประวัติศาสตร์ไทย สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี</ref> พระนารถอยู่วัดดุสิตาราม เป็น[[พระราชาคณะ]]รูปหนึ่ง จากทั้งหมด ๑๗ รูปใน ๑๗ วัดของกรุงเทพทวารวดีศรีอยุธยา
 
 
'''เจ้าแม่วัดดุสิต''' ขัตติยะนารีพระบรมราชบรรพบุรุษของพระมหากษัตริย์[[ราชวงศ์จักรี]] สตรีผู้สูงศักดิ์แห่งราชสำนักสยาม รัชสมัย[[สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง]] และเป็นแม่นมของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ตอนหลังได้เป็นท้าวสมศักดิ์มหาธาตรี<ref>http://www.ayutthayastudies.aru.ac.th/content/view/490/32/</ref> หม่อมเจ้าหญิงบัว(ไม่ปรากฏหลักฐานอย่างแน่ชัดว่าเจ้าแม่วัดดุสิตสืบเชื้อสายมาจากผู้ใด )นั้นแต่เดิมอาศัยอยู่ใกล้วัดดุสิต ซึ่งตั้งอยู่ริมคลองดุสิตตรงส่วนที่ต่อกับคลองปากข้าวสาร ต่อมา[[สมเด็จพระนารายณ์มหาราช]]ทรงพระราชทานสร้างวังมีตำหนักตึกที่ริมวัดดุสิดารามถวายพระองค์เจ้าพระนมนางจึงได้เรียกกันมาว่า เจ้าแม่วัดดุสิต
:เจ้าแม่วัดดุสิตมีบุตร 3 คน บุตรชายคนโตชื่อ เหล็ก ภายหลังก็คือ[[เจ้าพระยาโกษาเหล็ก]] บุตรคนที่สองเป็นหญิงชื่อ แช่ม ต่อมาเป็นท้าวศรีจุฬาลักษณ์ บุตรคนที่สามเป็นชายชื่อ ปาน ต่อมาก็คือออกพระวิสูตรสุนทร หรือ[[เจ้าพระยาโกษาปาน]]
 
==โบราณสถานสำคัญ==
'''เจดีย์ประธาน'''
วัดนี้มีเจดีย์สูงใหญ่เป็นโบราณสถานสำคัญของวัด มีลักษณะเช่นเดียวกับเจดีย์[[วัดใหญ่ไชยมงคล]]แต่มีขนาดเล็กกว่า<ref>น. ณ ปากน้ำ “วัดนอกตัวเกาะอยุธยา” ช่อฟ้า. ปีที่ ๑ เล่ม ๗ มิถุนายน ๒๕๐๙ หน้า ๒๔.</ref>เจดีย์ทรงระฆัง ศิลปะสมัยอยุธยาตอนกลาง การบูรณะซ่อมแซมในสมัยอยุธยาตอนปลาย ตั้งอยู่บนฐานประทักษิณ มีบันไดทางขึ้นลง โดยรอบมีเจดีย์บริวารที่มุมมุมทั้งสี่ ส่วนล่างของเจดีย์เป็นฐานรูปแปดเหลี่ยมลดหลั่นขึ้นไปรองรับมาลัยเถา ด้านบนเป็นองค์ระฆัง ทรงเรียว ถดขึ้นไปเป็นบัลลังก์ย่อมุมไม้สิบสอง รองรับเสาหานที่ล้อมรอบก้านฉัตร ถัดขึ้นไปเป็นปล้องไฉนและปลียอด ด้านหน้าเจดีย์ประดิษฐานด้วยพระพุทธรูปหินทราย
 
'''พระอุโบสถ'''
อุโบสถในสมัยอยุธยาตอนปลาย ฐานอุโบสถแอ่นเป็นท้องสำเภา ด้านหน้ามีพาไลและหลังคามีประตูทางเข้าด้านหน้าสองข้าง ด้านข้างเจาะหน้าต่างข้างละบาน มีเสาประดับผนังประดับกลีบบัว หลังคามุงกระเบื้องดินเผา ประดับช่อฟ้าใบระกาทำด้วยไม้ หน้าบันเป็นไม้แกะสลักลายกระหนก ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นสมัยอยุธยา รอบพระอุโบสถเป็นที่ตั้งของใบเสมาหินทรายสีขาว สมัยอยุธยาตอนปลาย ตั้งอยู่บนฐานบัวปูนปั้น
 
'''พระวิหาร(ศาลา)'''
ประดิษฐานสิ่งสำคัญคือ '''รอยพระพุทธบาทหินทรายสีขาว''' สมัยอยุธยาตอนปลาย(ไม่ปรากฎพ.ศ.ที่สร้าง)และ'''ใบเสมาหินทรายแดง'''
 
'''รอยพระพุทธบาท'''
สร้างด้วยหินทรายสีขาว ขนาดยาวประมาณหนึ่งเมตร กว้างประมาณครึ่งเมตร ตรงกลางรอยพระพุทธบาทเป็นรูปธรรมจักร นอกธรรมจักรทำเป็นตารางสี่เหลี่ยม ภายในสลักภาพมงคล เป็นลักษณะการสร้างรอยพระพุทธบาทในสมัยอยุธยาตอนปลาย รูปแบบคล้ายๆ กับรอยพระพุทธบาทที่สมเด็จพรเจ้าอยู่หัวบรมโกศส่งไปถวายกษัตริย์ลังกา <ref>นันทนา ชุติวงศ์. รอยพระพุทธบาทในศิลปะเอเชียใต้และเอเชียอาคเนย์. ๒๕๓๓. หน้า ๕๔.</ref> รอยพระพุทธบาทได้ประดิษฐานอยู่ที่วัดดุสิดารามมาแต่เดิม ชาวบ้านพบอยู่ในแอ่งน้ำในบริเวณใกล้วัด จึงนำมาไว้ที่วัดนี้เมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๘ หรือ ๒๕๐๙
 
สันนิษฐานว่ารอยพระพุทธบาทที่กล่าวถึงในจดหมายเหตุแกมป์เฟอร์ว่า <ref>ไทยในจดหมายเหตุแกมป์เฟอร์. พระนคร : มงคลการพิมพ์,๒๕๐๘. (พิมพ์ในงานฌา
ปนกิจศพ นายรวย ศยามานนท์ ๒๘ มกราคม ๒๕๐๘).</ref>ประดิษฐานอยู่ที่วัดสมณโกฏฐารามนั้น อาจจะคือรอยพระพุทธบาทซึ่งประดิษฐานที่วัดดุสิดารามในปัจจุบัน
 
'''เสมาหินทราย'''
อยู่ทางด้านหน้าศาลา ใบเสมาตั้งอยู่บนฐานสูง (พระเฉลิม ฐิตสังวโร) บอกว่าได้มาจากบริเวณใกล้ๆ วัด จากรูปแบบและลวดลายมีผู้สันนิษฐานว่า เป็นใบเสมาสมัยอโยธยา ซึ่งยังไม่เป็นข้อสรุป<ref> นายธีระ แก้วประจันทร์ </ref>
 
== อ้างอิง ==
{{รายการอ้างอิง}}
422

การแก้ไข