ผลต่างระหว่างรุ่นของ "หนีตามกาลิเลโอ"

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
}}
 
'''หนีตามกาลิเลโอ''' ({{lang-en|Dear Galileo}}) (เดิมชื่อ '''กาลิเลโอ เพราะโลกมีแรงดึงดูด''') เป็น[[ภาพยนตร์ไทย]]แนวโรแมนติก/ดราม่า มีกำหนดเข้าฉายในโรงภาพยนตร์วันที่ [[23 กรกฎาคม]] [[พ.ศ. 2552]] กำกับโดย [[นิธิวัฒน์ ธราธร]] โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ไปถ่ายทำไกลถึง 3 ประเทศ 3 เมือง คือ [[ลอนดอน]] [[ประเทศอังกฤษ]] , [[ปารีส]] [[ประเทศฝรั่งเศส]] และ [[เวนิส]] [[ประเทศอิตาลี]] ภาพยนตร์ทำรายได้ 30.34 ล้านบาท<ref>[http://www.deknang.com/index.php?option=content&task=view&id=898 หนังไทยไตรมาสสี่] deknang.com</ref>
 
== นักแสดง ==
นุ่นกับเชอรี่เป็นเพื่อนรักกัน เริ่มเรื่องที่ทั้งสองไปเล่น[[บันจี้จั๊มพ์]]ด้วยกัน และเล่าเรื่องปัญหาของตัวเองให้ฟัง นุ่น ([[จรินทร์พร จุนเกียรติ]]) มีปัญหารักเพราะเพิ่งจะเลิกกับแฟนที่ชื่อว่าตั้ม และพยายามที่จะลืมเรื่องของตั้ม ส่วนเชอรี่ ([[ชุติมา ทีปะนาถ]]) มีปัญหาเรื่องเรียนเพราะอยากจะเข้าใช้ห้องเขียนแบบแต่อาจารย์ไม่มาจึงปลอมลายเซ็น จึงถูกพักการเรียน 1 ปีเต็ม ทั้งสองจึงตกลงกันว่าจะไปเที่ยวต่างประเทศกันตามลำพังโดยไป ลอนดอน-ปารีส-เวนิส และปิดท้ายด้วยที่หอเอนปิซ่า แถวๆบ้านเกิดของกาลิเลโอ
 
ระหว่างที่ไปอยู่ที่อังกฤษทั้งสองได้ที่พักของญาติ และหารายได้ด้วยการไปทำงานที่ร้านอาหารไทยในอังกฤษ ซึ่งต่อมาได้ถูกให้ออกเพราะขาดงานไปเที่ยว ทั้งสองจึงออกเดินทางไป[[ฝรั่งเศส]] และได้ไปพบกับตั้ม หรือ พิสิทธิ์ ([[เรย์ แมคโดนัลด์]]) ที่นั่น ตั้มทำให้ทั้งสองได้คิดว่า "คนอื่นเขามาต่างประเทศก็เพื่อมาเที่ยว แต่สองคนนี้มาอยู่แต่ในครัว" ต่อมาเชอรี่ได้แสดงฝีมือทางสถาปัตย์ของตน ในงานแสดงผลงานศิลป์ที่จัดโดยตั้มและเพื่อนของตั้ม จนได้รู้จักกับชาวอิตาลีที่สนใจงานของเชอรี่ และเสนอให้เธอไปร่วมงานด้วย ซึ่งเชอรี่ก็ตกลง
 
จากนั้นทั้งสองก็ได้ไปที่อิตาลี และไปเป็นทำงานที่ร้านอาหารไทยในเวนิสแต่เชอรี่โกงเงินเจ้าของร้าน ทำให้นุ่นซึ่งเป็นคนโกง(แต่เชอรี่เป็นคนคิดแผน) และโดนส่งกลับประเทศไทย เชอรี่รู้สึกผิดและถ่ายคลิปขอโทษไว้ เมื่อถึงวันเกิดของกาลิเลโอตามที่ทั้งสองได้สัญญาไว้ว่าจะมาที่หอเอนปิซ่าเพื่อจะมาพิสูทธิ์พิสูจน์ว่าหอมันจะล้มหรือเปล่า แต่นุ่นไม่อยู่เชอรี่จึงส่งเมสเสจไปหา(ตอนที่ทำงานเชอรี่กลัวนุ่นโกรธจึงไม่ได้ติดต่อไป) และนุ่นก็ส่งเมสเสจกลับมาว่า ''"ใครคิดถึงบ้านบ้าง ยกมือขึ้น!!!"'' ทำให้เชอรี่ซึ้งใจและกลับไปประเทศไทยและทั้งสองก็เป็นเพื่อนรักกันเหมือนเดิม
 
== เพลงประกอบภาพยนตร์ ==
* [[รางวัลชมรมวิจารณ์บันเทิง]] เข้าชิงรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม
* [[รางวัลสุพรรณหงส์]] เข้าชิงรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม และดนตรีประกอบยอดเยี่ยม
 
== เกร็ดจากภาพยนตร์ ==
* ผู้กำกับ ต้น นิธิวัฒน์ ใช้วัยรุ่นสาวไทย 2 คนเป็นตัวละครนำในเรื่องนี้ เนื่องจากประสบความสำเร็จจากสูตรนี้มาแล้วในภาพยนตร์เรื่อง [[Seasons Change เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย]]
* ตัวละคร เชอรี่ ที่รับบทโดย ต่าย ชุติมา มีปัญหาต้องเรียนซ้ำ 1 ปี เพราะทำผิดกฎที่เธอคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย เหตุการณ์นี้คล้ายกับชีวิตจริงของผู้กำกับ ต้น นิธิวัฒน์ ที่เคยเกือบไม่ได้รับปริญญาเพราะมีเรื่องทะเลาะกับอาจารย์
* ในตอนแรก ผู้กำกับไม่แน่ใจว่า ต่าย ชุติมา และ เต้ย จรินทร์พร ที่อายุห่างกัน จะสามารถแสดงเป็นเพื่อนวัยเดียวกันได้หรือไม่ แต่เมื่อให้ทั้งคู่ลองแสดงด้วยกัน ผู้กำกับเห็นว่าไม่มีปัญหาน่าหนักใจเลย ต่ายและเต้่ย จึงรับบท นุ่นและเชอรี่ ตามลำดับ
* ในตอนแรก ผู้กำกับกำหนดตัวละคร ตั้ม มีอายุประมาณ 26-27 ปี จึงไม่แน่ใจว่า เร แมคโดนัลด์ ที่มีอายุมากกว่า 30 ปีจะเหมาะสมกับบทหรือไม่ แต่เมื่อให้เรลองแสดงแล้ว ต้นคิดว่าเร ทำให้ตัวละครตั้ม มีความน่าเชื่อถือ มีมิติ และน่าสนใจยิ่งขึ้น
* แผนกคัดเลือกนักแสดงหาคนที่มารับบท พี่ทอม อยู่นาน จนกระทั่ง จิระ มะลิกุล ผู้อำนวยการสร้างแนะนำให้เลือก ชำนิ ทิพย์มณี เพราะชำนิเคยเดินทางไปอยู่ต่างประเทศด้วยตัวคนเดียว แล้วยังดิ้นรนทำงานและเรียนรู้ทุกอย่างด้วยตัวเอง เช่นเดียวกับทอมในเรื่อง อนึ่งชำนิเป็นช่างภาพมืออาชีพฝีมือดี ผู้สร้างจึงให้ชำนิช่วยถ่ายภาพใบปิดของภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย
* คณะทำงานเบื้องหลังคนหลัก รวมถึงนักแสดงหลัก รวมทั้งสิ้น 15 คน ซึ่งมีข้ิอดีคือ เป็นกองถ่ายที่คล่องตัวสูง เหมาะกับการถ่ายทำในต่างประเทศ แต่มีข้อเสียคือ ทุกคนจะต้องทำงานแข่งกับเวลาจำกัดเพียง 2 เดือน คนหนึ่งจึงต้องทำหลายหน้าที่ รวมถึงนักแสดงอย่างต่ายและเต้ย ต้องแต่งหน้าทำผมให้กับตัวเองด้วย
* ต่าย ชุติมา ผู้รับบท เชอรี่ ร้องไห้ออกมาอย่างประทับใจ ขณะอ่านบทภาพยนตร์ครั้งแรก ซึ่งการอ่านบทครั้งนั้นเป็นการอ่านบทแบบ Read Through หรือการที่ทีมงานทั้งหมดมารวมตัวกันอ่านบทเพื่อทำความเข้าใจเรื่องทั้งหมดร่วมกัน และทุกคนที่อยู่ในที่นั้นก็ประทับใจจนร้องไห้ออกมากับหมดเช่นกัน
* ต่าย ชุติมา ยอมรับว่าภาพยนตร์เรื่องนี้มีฉากที่แสดงยากที่สุดตั้งแต่เคยแสดงมา คือฉากร้องไห้ ที่มีทั้งพูดไปร้องไห้ไป พูดแล้วน้ำตาค่อยๆ ไหลแต่ไม่มีเสียงสะอื้น และดีใจจนน้ำตาคลอ
* ภาพยนตร์ถ่ายทำในช่วงฤดูหนาว แต่เรื่องราวตามบทภาพยนตร์นั้นไม่ได้เกิดในฤดูหนาว นักแสดงจึงต้องทนสวมเสื้อผ้าน้อยชิ้นแล้วกลับมาใส่เสื้อให้หนาขึ้นทันที อีกทั้งยังต้องพูดบทให้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งที่อากาศหนาวสั่น
* เต้ย จรินทร์พร ผู้รับบท นุ่น เคยเปรยกับคุณแม่ของเธอว่าอยากลองไปใช้ชีวิตในต่างประเทศ เมื่อเข้าไปคุยกับผู้สร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ เต้ยหันไปมองหน้าคุณแม่ทันทีด้วยความดีใจและแปลกใจอย่างบังเอิญ แต่ก็ต้องตัดสินใจหยุดพักการเรียน เพื่อหาประสบการณ์จากการแสดงเรื่องนี้
* เร แมคโดนัลด์ ผู้รับบท ตั้ม ออกเดินทางไปถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ในต่างประเทศ พอดีกับเกิดเหตุการณ์ประท้วงปิดสนามบินสุวรรณภูมิ แต่ผู้สร้างภาพยนตร์ได้หาตั๋วเครื่องบินจากสนามบินอู่ตะเภาไปถึงปารีส เรจึงสามารถเดินทางตามที่วางแผนได้อย่างราบรื่น
* ฉากที่ เต้ย จรินทร์พร หรือ นุ่น ชูป้ายกลางถนนชองป์ส-เอลิเซส์ ประเทศฝรั่งเศสว่า ''"ใครคิดถึงบ้านปรบมือ"'' ปรากฏว่ามีคนไทยที่เดินอยู่บนถนนสายนั้นปรบมือกันอย่างพร้ิอมเพียง<ref>[http://www.siamzone.com/movie/m/5483/trivia เกร็ดจากภาพยนตร์ หนีตามกาลิเลโอ]</ref>
* เพลงที่ใช้เต้นรำในงานปาร์ตี้ของตั้มที่ปารีส คือเพลง ฟลอร์เฟื่องฟ้า ของ[[สุนทราภรณ์]]
* ขณะแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้ ต่าย ชุติมา ได้พบรักกับ ทิม [[พิธา ลิ้มเจริญรัตน์]] นักธุรกิจน้ำมันรำข้าว เป็นครั้งแรกที่ปารีส ขณะฝ่ายชายศึกษาต่อระดับปริญญาโท
 
== อ้างอิง ==
3,437

การแก้ไข