ผลต่างระหว่างรุ่นของ "อุปัชฌาย์"

เปลี่ยนไปใช้เลขอารบิก
(moveCategory)
(เปลี่ยนไปใช้เลขอารบิก)
{{issues|ต้องการอ้างอิง=yes|จัดรูปแบบ=yes}}
 
{{รอการตรวจสอบ}}
{{พุทธศาสนา}}
'''อุปัชฌาย์''' (/อุ-ปัด-ชา/ หรือ /อุบ-ปัด-ชา/) [[ความหมายโดยพยัญชนะ]]ว่าผู้เข้าไปเพ่ง กล่าวคือ ได้แก่ผู้คอยดูแลเอาใจใส่ คอยแนะนำพรำเตือนสัทธิวิหาริก (ลูกศิษย์) ของตน ซึ่งก็คือพระ[[เถระ]]ผู้ทำหน้าที่เป็น[[ประธาน]]ในการ[[บวช]]กุลบุตรในพระ[[พุทธศาสนา]] เรียกทั่วไปว่า '''พระอุปัชฌาย์''' ในภาษาอังกฤษมีความหมายเดียวกันเรียกว่า "'''Buddhist Preceptor'''"
 
'''อุปัชฌาย์''' (/อุ-ปัด-ชา/ หรือ /อุบ-ปัด-ชา/) [[ความหมายโดยพยัญชนะ]]ว่าผู้เข้าไปเพ่ง กล่าวคือ ได้แก่ผู้คอยดูแลเอาใจใส่ คอยแนะนำพรำเตือนสัทธิวิหาริก (ลูกศิษย์) ของตน ซึ่งก็คือพระ[[เถระ]]ผู้ทำหน้าที่เป็น[[ประธาน]]ในการ[[บวช]]กุลบุตรในพระ[[พุทธศาสนา]] เรียกทั่วไปว่า '''พระอุปัชฌาย์''' ในภาษาอังกฤษมีความหมายเดียวกันเรียกว่า "'''Buddhist Preceptor'''"
พระอุปัชฌาย์มีหน้าที่หลัก ๒ อย่างคือเป็นผู้รับผิดชอบและรับรองผู้บวชในพิธี[[บรรพชา]][[อุปสมบท]]และเป็นผู้รับปกครองดูแล แนะนำ ตักเตือนและติดตามความเป็นอยู่ของผู้ที่ตนบวชให้ เหมือนบิดาปกครองดูแลบุตร ตามกฎมหาเถรสมาคมนั้นได้กำหนดให้เขตปกครองคณะสงฆ์ตำบลหนึ่ง ให้มีพระอุปัชฌาย์เพียงหนึ่งรูป เว้นแต่ มีกรณีพิเศษ
 
พระอุปัชฌาย์มีหน้าที่หลัก 2 อย่างคือเป็นผู้รับผิดชอบและรับรองผู้บวชในพิธี[[บรรพชา]][[อุปสมบท]]และเป็นผู้รับปกครองดูแล แนะนำ ตักเตือนและติดตามความเป็นอยู่ของผู้ที่ตนบวชให้ เหมือนบิดาปกครองดูแลบุตร ตามกฎมหาเถรสมาคมนั้นได้กำหนดให้เขตปกครองคณะสงฆ์ตำบลหนึ่ง ให้มีพระอุปัชฌาย์เพียงหนึ่งรูป เว้นแต่ มีกรณีพิเศษ
 
== หลักฐานการใช้คำว่าอุปัชฌาย์ในอดีต ==
ปรากฏในช่วงเริ่ม[[ตติยสังคยานา]] หลังพุทธปรินิพพานประมาณ ๓๐๐300 ปี<ref>http://www.se-ed.net/tummachat/pataipidug/01/14.htm บางแห่งกล่าวว่า พ.ศ. ๒๒๔224 โปรดดู ประวัติพระเจ้าอโศกมหาราช http://www.geocities.com/watdonta_y/asoka.doc</ref> หลังจากที่[[พระเจ้าอโศก]]ทรงเลิกทำสงคราม ก็คิดจะหาความสงบพระทัย เดิมทีพระองค์ทรงนับถือลัทธินอกพุทธศาสนาอยู่ 3 ปี ได้ถวายภัตตาหารให้แก่นักบวชในลัทธิต่างๆ วันละหลายแสนคน พอเข้าปีที่ 4 ก็ได้หันมาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา เพราะอานุภาพของ[[สามเณรนิโครธ]]
 
นิโครธสามเณรได้กล่าวหัวข้อธรรม เรื่องความไม่ประมาทให้พระราชาหรือพระเจ้าอโศกได้สดับว่า อปฺปมาโท อมตํ ปทํ ความไม่ประมาท เป็นทางไม่ตาย ปมาโท มจฺจุโน ปทํ ความประมาท เป็นทางแห่งความตาย จากนั้นก็เทศน์ด้วยสำเนียงที่ไพเราะเพราะพริ้ง นี่ขนาดถ่อมตนว่ารู้น้อยแล้ว แต่เทศน์ได้ยอดเยี่ยมมาก ไพเราะทั้งเบื้องต้น ท่ามกลาง และเบื้องปลาย พระราชาพอได้สดับแล้ว ก็ปลื้มปีติในธรรมที่สามเณรน้อยได้แสดง ทรงรับสั่งว่า พ่อเณร โยมจะขอบูชากัณฑ์เทศน์ด้วยการถวายภัตรประจำแก่พ่อเณรวันละ 8 สำรับ
 
สามเณรถวายพระพรว่า “มหาบพิตร อาตมภาพ จะถวายธุวภัตรเหล่านั้นแก่พระอุปัชฌาย์” พระราชาตรัสถามว่า “พ่อเณร ผู้ที่ชื่อว่าอุปัชฌาย์ของท่านคือใคร” สามเณรถวายพระพรว่า “ มหาบพิตร ผู้ที่เห็นโทษน้อยใหญ่ แล้วคอยตักเตือน และให้ระลึกไม่ให้ทำบาปอกุศล ชื่อว่าพระอุปัชฌาย์”
 
พระราชาทรงรับสั่งว่า “พ่อเณร งั้นโยมจะถวายภัตรเพิ่มอีก 8 สำหรับ แก่พ่อเณร” สามเณรก็ถวายพระพรว่า “มหาบพิตร อาตมภาพจะถวายภัตรเหล่านั้นแก่พระอาจารย์” พระราชาตรัสถามว่า “ พ่อเณร ผู้ที่ชื่อว่าพระอาจารย์นี้คือใคร” สามเณรถวายพระพรว่า “มหาบพิตร ผู้ที่ให้อันเตวาสิก และสัทธิวิหาริก ตั้งอยู่ในธรรมที่ควรศึกษาในพระศาสนานี้ ชื่อว่าพระอาจารย์”
 
== การแต่งตั้ง ==
 
ปัจจุบันอุปัชฌาย์ในประเทศไทยจะต้องได้รับการแต่งตั้งอย่างถูกต้องตาม[[กฎหมาย]]ว่าด้วยการคณะ[[สงฆ์]] เป็นเองไม่ได้
กล่าวคือ ต้องเป็นพระอุปัชฌาย์ ตามกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ ๑๗17 ( พ.ศ. ๒๕๓๖2536 ) ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนพระอุปัชฌาย์
 
== ประเภท ==
 
# มีตำแหน่งในทางการปกครองชั้นเจ้าอาวาสขึ้นไป เว้นแต่พระอารามหลวง
# มีพรรษาพ้น ๑๐10
# ไม่เป็นผู้มีร่างกายทุพพลภาพไร้ความสามารถ หรือมีจิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบ หรืออาพาธเป็นโรคติดต่อ เช่น โรคเรื้อน หรือวัณโรคในระยะอันตราย
# มีประวัติความประพฤติดี
หน้าที่พระอุปัชฌาย์ต้องระงับในเมื่อ
# พ้นจากตำแหน่งหน้าที่ในทางปกครอง และมิได้เป็นกิตติมศักดิ์ในตำแหน่งนั้น ๆ หรือถูกให้พ้นจากตำแหน่งหน้าที่ในทางปกครอง
# ขาดคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่งตามความในข้อ 8
# ถูกเป็นจำเลยในอธิกรณ์ที่มีโทษถึงให้สึก และอยู่ในระหว่างไต่สวนพิจารณาวินิจฉัย
# ถูกถอดถอนจากตำแหน่งหน้าที่พระอุปัชฌาย์
 
== อ้างอิง ==
* [[พระธรรมกิตติวงศ์]] (ทองดี สุรเตโช) ป.ธ. 9 [[ราชบัณฑิต]] ''พจนานุกรมเพื่อการศึกษาพุทธศาสน์ ชุด คำวัด'', [[วัดราชโอรสาราม]] กรุงเทพฯ พ.ศ. 2548
* พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ( ฉบับที่ 2 ) พ.ศ. ๒๕๓๕2535
* กฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ ๑๗17 ( พ.ศ. ๒๕๓๖2536 ) ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนพระอุปัชฌาย์
{{รายการอ้างอิง}}
 
38,884

การแก้ไข