เปิดเมนูหลัก

การเปลี่ยนแปลง

เพิ่มขึ้น 4,591 ไบต์ ,  8 ปีที่แล้ว
ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
'''โรคเรื้อน''' ({{lang-en|Leprosy}}) หรือ '''โรคแฮนเซน''' ({{lang-en|Hansen's disease}}, ย่อ: HD) เป็นโรคเรื้อรังอันเกิดจาก[[แบคทีเรีย]] ''Mycobacterium leprae'' และ ''Mycobacterium lepromatosis''<ref name=Sasaki_2001>{{cite journal |author=Sasaki S, Takeshita F, Okuda K, Ishii N |title=Mycobacterium leprae and leprosy: a compendium |journal=Microbiol Immunol |volume=45 |issue=11 |pages=729–36 |year=2001 |url = http://www.jstage.jst.go.jp/article/mandi/45/11/729/_pdf |pmid=11791665}}</ref><ref name = new>{{cite web | url=http://www.sciencedaily.com/releases/2008/11/081124141047.htm | title=New Leprosy Bacterium: Scientists Use Genetic Fingerprint To Nail 'Killing Organism'|work=ScienceDaily | date=2008-11-28 | accessdate=2010-01-31}}</ref> ตั้งตามชื่อแพทย์เจอร์ราด แฮนเซน (Gerhard Hansen) ชาวนอร์เวย์ โรคเรื้อนหลัก ๆ เป็นโรคผิวหนังเส้นประสาทส่วนปลายและ[[เยื่อเมือก]]ระบบทางเดินหายใจส่วนบน รอยโรคที่ผิวหนังเป็นสัญญาณภายนอกหลักอย่างหนึ่ง<ref name=Sherris>{{cite book | editor = Ryan KJ, Ray CG | title = Sherris Medical Microbiology | edition = 4th | pages = 451–3 | publisher = McGraw Hill | year = 2004 | isbn = 0838585299 | author = Kenneth J. Ryan, C. George Ray, editors. | oclc = 52358530 61405904}}</ref> หากไม่ได้รับการรักษา โรคเรื้อนอาจลุกลาม และสร้างความเสียหายถาวรต่อผิวหนัง เส้นประสาท แขนขาและตาได้ คติชาวบ้านมักเชื่อว่าโรคเรื้อนทำให้ส่วนของร่ายกายหลุดออกมา แต่คตินี้ไม่เป็นความจริง แม้ส่วนนั้นอาจชาหรือเป็นโรคจากการติดเชื้อทุติยภูมิ ซึ่งเกิดขึ้นหลังภูมิคุ้มกันของร่างกายต่อสู้กับการติดเชื้อปฐมภูมิ<ref name="time.com"/><ref name="Kulkarni2008">{{cite book |title = Textbook of Orthopedics and Trauma | edition = 2 | page = 779 | publisher = Jaypee Brothers Publishers | year = 2008 | isbn = 8184482426, 9788184482423 | author = Kulkarni GS}}</ref> การติดเชื้อทุติยภูมิสามารถส่งผลให้สูญเสียเนื้อเยื่อตามลำดับ ทำให้นิ้วมือและนิ้วเท้าสั้นลงและผิดรูปร่าง เพราะกระดูกอ่อนถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย<ref name="time.com">{{cite journal |author= |title=Lifting the stigma of leprosy: a new vaccine offers hope against an ancient disease |journal=Time |volume=119 |issue=19 |page=87 |year=1982 |month=May |pmid=10255067 |doi= |url=http://www.time.com/time/magazine/article/0,9171,925377,00.html}}</ref><ref name="Kulkarni2008" /><ref>{{cite web
|url=http://www.leprosy.org/getinformed/aboutleprosy/leprosyfaq.php
|title=Q and A about leprosy
|accessdate=2011-01-22
|publisher=American Leprosy Missions
}}</ref>
 
แม้วิธีการส่งผ่านโรคเรื้อนจะยังไม่ทราบแน่ชัด ผู้ทำการศึกษาส่วนใหญ่คิดว่า ''M. leprae'' ติดต่อจากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่งโดยฝอยละออง<ref>City of Houston Government Center, Health and Human Services. (n.d.). Hansen's disease (leprosy) Retrieved from http://www.houstontx.gov/health/ComDisease/hansens.html</ref> การศึกษาได้แสดงว่า โรคเรื้อนสามารถส่งผ่านไปยังมนุษย์ได้โดย[[อาร์มาดิลโล]]<ref>{{cite web |title=Probable Zoonotic Leprosy in the Southern United States|url=http://www.nejm.org/doi/full/10.1056/NEJMoa1010536|publisher=The New England Journal of Medicine |accessdate=April 28, 2011}}</ref><ref> {{cite news| url=http://www.cnn.com/2011/HEALTH/04/27/armadillos.spreading.leprosy/index.html?hpt=Sbin | work=CNN | title=Armadillos linked to leprosy in humans | date=2011-04-28}}</ref><ref name="Truman 2011">{{cite journal |last=Truman |first=Richard W. |title=Probable Zoonotic Leprosy in the Southern United States |journal=The New England Journal of Medicine |volume=364 |year=2011 |month=April |pages=1626–1633 |publisher=Massachusetts Medical Society |url=http://www.nejm.org/doi/full/10.1056/NEJMoa1010536 |accessdate=3 May 2011 |doi=10.1056/NEJMoa1010536 |last2=Singh |first2=Pushpendra |last3=Sharma |first3=Rahul |last4=Busso |first4=Philippe |last5=Rougemont |first5=Jacques |last6=Paniz-Mondolfi |first6=Alberto |last7=Kapopoulou |first7=Adamandia |last8=Brisse |first8=Sylvain |last9=Scollard |first9=David M. |issue=17 |pmid=21524213 |pmc=3138484}}</ref> ปัจจุบันนี้ โรคเรื้อนทราบกันว่า ไม่ส่งผ่านทางเพศสัมพันธ์และการติดเชื้ออย่างรุนแรงหลังได้รับการรักษาแล้ว มนุษย์กว่า 95% มีภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ<ref>{{cite web |title=About leprosy: frequently asked questions|url=http://www.leprosy.org/leprosyfaqs.php|publisher=American Leprosy Missions, Inc |accessdate=October 28, 2011}}</ref> และผู้ป่วยจะไม่แพร่เชื้อหลังรักษาแล้วเพียง 2 สัปดาห์
 
ระยะฟักตัวน้อยสุดมีรายงานว่าสั้นเพียงไม่กี่สัปดาห์ ตามการเกิดโรคเรื้อนขึ้นอย่างน้อยครั้งมากในทารก ระยะฟักตัวมากสุดมีรายงานว่านานถึง 30 ปีหรือมากกว่า ดังที่สังเกตหมู่ทหารผ่านศึกที่เคยไปอยู่ในพื้นที่การระบาดช่วงสั้น ๆ แต่ปัจจุบันได้อยู่ในพื้นที่ไม่มีการระบาด เป็นที่ตกลงกันทั่วไปว่าระยะฟักตัวเฉลี่ยอยู่ระหว่างสามถึงห้าปี
 
โรคเรื้อนได้มีผลต่อมนุษยชาติมานานกว่า 4,000 ปีแล้ว<ref>{{cite web | url=http://sciencenow.sciencemag.org/cgi/content/full/2009/527/1 | title=Skeleton Pushes Back Leprosy's Origins | author=Holden | year= 2009 |work=ScienceNOW| accessdate=2010-01-31}}</ref> และเป็นที่รู้จักกันดีในอารยธรรมจีน อียิปต์และอินเดียโบราณ<ref name=WHO_Factsheet>{{cite web | title = Leprosy | work = WHO | url = http://www.who.int/mediacentre/factsheets/fs101/en/ | date=2009-08-01 |accessdate = 2010-01-31}}</ref> ค.ศ. 1995 [[องค์การอนามัยโลก]]ประเมินว่า ประชากรโลกระหว่าง 2 และ 3 ล้านคน พิการถาวรเพราะโรคเรื้อนในขณะนั้น<ref name="WHO_1995">{{cite journal |author=WHO|title=Leprosy disabilities: magnitude of the problem |journal=Weekly Epidemiological Record |volume=70 |issue=38 |pages=269–75 |year=1995 |pmid=7577430}}</ref> ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ประชากรโลก 15 ล้านคนได้รับการรักษาโรคเรื้อน<ref name=Leprosy>{{cite news | url=http://news.bbc.co.uk/2/hi/programmes/from_our_own_correspondent/6510503.stm | author=Walsh F |title=The hidden suffering of India's lepers |publisher=BBC News |date=2007-03-31}}</ref> แม้การบังคับกักกันหรือการแยกผู้ป่วยออกนั้นไม่จำเป็นในสถานที่ซึ่งมีการรักษา หลายพื้นที่ของโลกยังมี[[นิคมโรคเรื้อน]]อยู่ เคยเชื่อกันว่า โรคเรื้อนติดต่อทางสัมผัสและรักษาได้ด้วย[[ปรอท]] ซึ่งทั้งหมดเป็นลักษณะของ[[ซิฟิลิส]] ซึ่งอธิบายครั้งแรกใน ค.ศ. 1530 ปัจจุบัน เชื่อกันว่าผู้ป่วยโรคเรื้อนสมัยโบราณหลายคนอาจเป็นโรคซิฟิลิส<ref>[http://www.britannica.com/EBchecked/topic/578770/syphilis/253277/Syphilis-through-history#ref252973 Syphilis through history] [[Encyclopædia Britannica]]</ref>
 
ความเป็นที่รังเกียจของสังคมช้านานกับโรคเรื้อนขั้นหนักยังเหลืออยู่ในหลายพื้นที่ และเป็นอุปสรรคสำคัญในการรายงานด้วยตัวเองและเข้ารับการรักษาเบื้องต้น การรักษาอย่างมีประสิทธิภาพมีขึ้นในปลายคริสต์ทศวรรษ 1930 ด้วยการริเริ่มยาแดปโซนและยาดัดแปลง การต้านทานของแบคทีเรียโรคเรื้อนต่อแดปโซนในไม่ช้าได้วิวัฒนาขึ้น และ จากการใช้แดปโซนเกิน ได้แพร่กระจายเป็นวงกว้างด้วย ไม่จนกระทั่งการริเริ่มการรักษาด้วยยาผสมระยะสั้น (MDT) ในต้นคริสต์ทศวรรษ 1980 ที่โรคเรื้อนสามารถวินิจฉัยและรักษาได้อย่างประสบผลในชุมชน<ref name="WHOleprosyFAQ">{{cite web| url=http://www.searo.who.int/en/section10/section373_11716.htm| title=Communicable Diseases Department, Leprosy FAQ | publisher=[[World Health Organization]]| date=2006-05-25 | accessdate=2010-01-31}}</ref>
 
MDT สำหรับโรคเรื้อนประเภทเชื้อมาก ประกอบด้วยการรับประทานยาไรแฟมพิซิน แดปโซน และคลอฟาซิมินนานกว่า 12 เดือน ขนาดใช้ที่ปรับให้เหมาะกับเด็กและผู้ใหญ่สามารถหาซื้อได้ตามศูนย์สาธารณสุขหลักทุกแห่งในรูปบลิสเตอร์แพ็ก<ref name="WHOleprosyFAQ" />
 
== อ้างอิง ==
{{รายการอ้างอิง}}
 
== แหล่งข้อมูลอื่น ==
{{commons|Leprosy}}
*[http://www.netflix.com/Movie/Triumph_at_Carville_A_Tale_of_Leprosy_in_America/70092906 Documentary film about leprosy] Netflix
* {{DMOZ|Health/Conditions_and_Diseases/Infectious_Diseases/Mycobacterial/Hansen's_Disease/}}
 
[[หมวดหมู่:เรื้อน| ]]