ผลต่างระหว่างรุ่นของ "ทฤษฎีอะตอม"

ไม่มีการเปลี่ยนแปลงขนาด ,  10 ปีที่แล้ว
ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
(หน้าใหม่: ในวิชาเคมีและฟิสิกส์ '''ทฤษฎีอะตอม'''คือทฤษฎีที่ว่าด้วยธรร...)
 
ในวิชา[[เคมี]]และ[[ฟิสิกส์]] '''ทฤษฎีอะตอม'''คือ[[ทฤษฎี]]ที่ว่าด้วยธรรมชาติของ[[สสาร]] ซึ่งกล่าวว่า สสารทุกชนิดประกอบด้วยหน่วยเล็กๆ ที่เรียกว่า [[อะตอม]] ซึ่งตรงกันข้ามกับแนวคิดดั้งเดิมที่แบ่งสสารออกเป็นหน่วยเล็กหลายชนิดตามแต่อำเภอใจ แนวคิดนี้เริ่มต้นเป็นแนวคิดเชิงปรัชญาของชาวกรีกโบราณ ([[ดีโมครีตุส]]) และชาวอินเดีย ต่อมาได้เข้ามาสู่วิทยาศาสตร์กระแสหลักในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 เมื่อมีการค้นพบในสาขาวิชาเคมีซึ่งพิสูจน์ว่า พฤติกรรมของสสารนั้นดูเหมือนมันประกอบขึ้นด้วยอนุภาคขนาดเล็ก
 
คำว่า "อะตอม" (จากคำกริยาในภาษากรีกโบราณว่า ''atomos'', 'แบ่งแยกไม่ได้'<ref>{{cite book|author=Berryman, Sylvia|title=Ancient Atomism, The Stanford Encyclopedia of Philosophy|year=2008|editor=Edward N. Zalta|url=http://plato.stanford.edu/archives/fall2008/entries/atomism-ancient/}}</ref>) ถูกนำมาใช้เรียกอนุภาคพื้นฐานที่ประกอบกับกันขึ้นเป็น[[ธาตุเคมี]] เพราะนักเคมีในยุคนั้นเชื่อว่ามันคือ[[อนุภาคมูลฐาน]]ของสสาร อย่างไรก็ดี เมื่อเข้าสู่คริสต์ศตวรรษที่ 20 การทดลองจำนวนมากเกี่ยวกับ[[แม่เหล็กไฟฟ้า]]และ[[สารกัมมันตรังสี]] ทำให้นักฟิสิกส์ค้นพบว่าสิ่งที่เราเรียกว่า "อะตอมซึ่งแบ่งแยกไม่ได้อีก" นั้นที่จริงแล้วยังประกอบไปด้วย[[อนุภาคที่เล็กกว่าอะตอม]]อีกจำนวนมาก (ตัวอย่างเช่น [[อิเล็กตรอน]] [[โปรตอน]] และ[[นิวตรอน]]) ซึ่งสามารถแยกแยะออกจากกันได้ อันที่จริงแล้วในสภาวะแวดล้อมสุดโต่งดังเช่น[[ดาวนิวตรอน]]นั้น อุณหภูมิและความดันที่สูงอย่างยิ่งยวดกลับทำให้อะตอมไม่สามารถดำรงอยู่ได้เลยด้วยซ้ำ เมื่อพบว่าแท้จริงแล้วอะตอมยังแบ่งแยกได้ ในภายหลังนักฟิสิกส์จึงคิดค้นคำว่า "[[อนุภาคมูลฐาน]]" (elementary particle) เพื่อใช้อธิบายถึงอนุภาคที่แบ่งแยกไม่ได้ วิทยาศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับอนุภาคที่เล็กกว่าอะตอมนี้เรียกว่า [[ฟิสิกส์อนุภาค]] (particle physics) ซึ่งนักฟิสิกส์ในสาขานี้หวังว่าจะสามารถค้นพบธรรมชาติพื้นฐานที่แท้จริงของอะตอมได้
 
== อ้างอิง ==
17,905

การแก้ไข