ผลต่างระหว่างรุ่นของ "โขน"

เพิ่มขึ้น 16 ไบต์ ,  9 ปีที่แล้ว
เก็บกวาดทันใจด้วยสจห.
(เก็บกวาดทันใจด้วยสจห.)
 
* '''โขนชักรอก'''
โขนชักรอก เป็นการแสดงโขนที่ไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ทำให้สันนิษฐานได้ว่า โขนชักรอกนั้นมีการตั้งแต่ในสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 เป็นการแสดงโขนในโรงแสดงที่่ที่ปลูกขึ้นโดยเฉพาะ ยกพื้นสูงและมีหลังคา แสดงเหมือนกับโขนทุกประการ แตกต่างเพียงแต่ผู้แสดงนั้นสามารถลอยตัวขึ้นไปในอากาศด้วยการชักรอก มีอุปกรณ์ที่ใช้เป็นจำนวนมาก เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้โขนชักรอกไม่ค่อยปรากฏให้เห็นมากนัก<ref name="โขนนอกตำรา - โขนชักรอก">โขนนอกตำรา - โขนชักรอก, โขน, นงนุช ไพรพิบูลยกิจ, สำนักพิมพ์คอมแพคท์พริ้นท์ จำกัด, 2542, หน้า 50</ref>
 
กรมศิลปากรเคยจัดแสดงโขนชักรอกให้ประชาชนได้ชม เมื่อคราวงานเทศกาล[[วัดอรุณราชวราราม]] ร.ศ. 100 การจัดแสดงโขนชักรอกครั้งนี้ กรมศิลปากรได้ร่วมมือกับบริษัทออร์กาไนเซอร์ จำกัด ซึ่งเป็นโครงการที่จัดขึ้นเพื่อนอนุรักษ์วัดอรุณและการแสดงที่หายากในปัจจุบัน ระหว่างวันที่ 9 - 15 พฤศจิกายน [[พ.ศ. 2543]] เวลา 17.00 - 22.00 น. โดยใช้พื้นที่บริเวณหน้าวัดเป็นโรงแสดง มี[[พระปรางค์]]วัดอรุณเป็นฉาากหลัง
 
== โขนในพระราชสำนัก ==
[[Fileไฟล์:King Vajiravudh portrait photograph.jpg|thumb|พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ก่อตั้งคณะโขนสมัครเล่นตามแบบธรรมเนียมโบราณ]]
 
ในสมัยโบราณ[[ข้าราชการ]] [[มหาดเล็ก]]ที่รับราชการใน[[สำนักพระราชวัง]] มักได้รับการพิจารณาคัดเลือกให้ฝึกหัดแสดงโขน เนื่องจากโขนนั้นถือเป็นการละเล่นของผู้มียศถาบรรดาศักดิ์ ใช้สำหรับแสดงในงานพระราชพิธีเท่านั้น ทำให้ต้องมีการคัดเลือกผู้แสดงที่มีความสามารถ ฉลาดเฉลียว จดจำและฝึกหัดท่ารำท่าเต้นต่าง ๆ ให้เข้าใจได้โดยง่าย ดังคำสันนิษฐานของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ความว่า ''"บางทีเกิดมี 'กรมโขน' ขึ้นจะมาแต่การเล่นดึกดำบรรพ์ ในพระราชพิธีอินทราภิเษกนี้เอง โดยทำนองจะมีพระราชพิธีอื่นอันมีการเล่นแสดงตำนานเนือง ๆ จึงเป็นเหตุให้ฝึกหัดโขนหลวงนี้ขึ้นไว้ สำหรับเล่นในการพระราชพิธี และเอามหาดเล็กหลวงมาหัดเป็นโขนตามแบบแผน ซึ่งมีอยู่ในตำราพระราชพิธีอินทราภิเษก"'' แต่เดิมนั้นใช้ผู้ชายล้วนในการแสดงทั้งตัวพระและตัวนาง การได้รับคัดเลือกให้แสดงโขนในสมัยนั้น ถือเป็นความภาคภูมิใจต่อผู้ที่ได้ถูกรับคัดเลือก เนื่องจากโขนเป็นศิลปะการแสดงชั้นสูง และกลายเป็น[[ประเพณี]]สืบต่อมาจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ ที่ผู้แสดงโขนในพระราชสำนักจะต้องเป็นพวกมหาดเล็ก ข้าราชการหรือบุตรหลานข้าราชการเท่านั้น<ref name="ตำนานโขนหลวง">ตำนานโขนหลวง, โขน, ธนิต อยู่โพธิ์, องค์การค้าของคุรุสภา, 2538, หน้า 57, เลขหมู่หนังสือ 793. 3209593, ISBN 974-000-849-4</ref>
{{sound sample box align right|}}
{{multi-listen item|filename=Prommas.ogg
| title = ''บทเจรจาระหว่างทศกัณฐ์ที่รับสั่งให้กาลสูร ไปทูลเชิญอินทรชิตให้เร่งชุบศรพรหมาศเพื่อออกไปต่อสู้กับพระราม''
| description = ''ตัวอย่างบทเจรจาระหว่างทศกัณฐ์ที่รับสั่งให้กาลสูร ไปทูลเชิญอินทรชิตให้เร่งชุบศรพรหมาศเพื่อออกไปต่อสู้กับพระราม ในการแสดงโขนเฉลิมพระเกียรติตอน ศึกพรหมาศ บรรเลงโดยวงโยธวาทิต
| format = [[Ogg]]}}
{{multi-listen end}}
{{sample box end}}
=== ศึกพรหมาศ ===
 
ศึกพรหมาศ '' (คำว่า "พรหมาศ" เป็นอักขรวิธีแบบเก่า") ''<ref name="คำนำการแสดงโขนชุดศึกพรหมาศ">คำนำการแสดงโขนชุดศึกพรหมาศ, สูจิบัตรการแสดงโขนชุด ศึกพรหมาศ, [[มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ]], ระหว่างวันที่ 24 - 28 ธันวาคม พ.ศ. 2550, หอประชุมใหญ่ [[ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย]]</ref> เปิดการแสดงในปี [[พ.ศ. 2550]] ระหว่างวันที่ 24 - 28 ธันวาคม พ.ศ. 2550 จำนวน 5 รอบ และในปี [[พ.ศ. 2552]] ระหว่างวันที่ 19 - 21 มิถุนายน พ.ศ. 2552 จำนวน 6 รอบ โดย[[สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี]] เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ทอดพระเนตรการแสดงในวันศุกร์ที่ [[19 มิถุนายน]] พ.ศ. 2552 เวลา 19.00 น.<ref>[http://www.thaipost.net/x-cite/170609/6330 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จแทนพระองค์ทอดพระเนตรการแสดง]</ref> ซึ่งการแสดงโขนตอนศึกพรหมาศนั้น คัดเลือกจากบทละครเรื่องรามเกียรติ์ ตอนพรหมาศ บทพระราชนิพนธ์ใน[[สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์]] โดยจัดแสดงในรูปแบบของการบรรเลงด้วย[[วงโยธวาทิต]]และวงปี่พาทย์มโหรีร่วมบรรเลง<ref>[http://www.oknation.net/blog/print.php?id=449845 ศึกพรหมาศ โขนพระราชินีกับการบรรเลงดนตรีร่วม]</ref> มีการแสดงรำประแลงเป็นชุดรำเบิกโรง
 
เนื้อเรื่องในการแสดง เป็นตอนที่ทศกัณฐ์รู้ว่า[[แสงอาทิตย์]]และ[[มังกรกัณฐ์]]สองหลานรัก พ่ายแพ้และเสียชีวิตในการต่อสู้กับฝ่ายพลับพลาของพระราม จึงรับสั่งให้[[กาลสูร]]ไปทูลอินทรชิตให้ทรงทราบ และให้เร่งชุบศรพรหมาศเพื่อออกไปต่อสู้ [[อินทรชิต]]แสร้งแปลงตนเองเป็นพระอินทร์ และให้[[การุณราช]]แปลงกายเป็น[[ช้างเอราวัณ]] พร้อมสั่งให้จัดโยธาทัพเทพบุตรและเทพธิดา ระบำรำฟ้อนกลางเวหาเพื่อให้พระรามและพระลักษมณ์ รวมทั้งเสนาวานรหลงกล เข้าใจผิดคิดว่าอินทรชิตคือพระอินทร์ จึงชื่นชมในบารมีของพระอินทร์จนลืมป้องกันตนเองและกองทัพ เป็นโอกาสให้อินทรชิตแผลงศรพรหมาศไปต้ององค์พระลักษมณ์และเหล่าเสนาวานรสลบไสลทั้งกองทัพ เหลือแต่หนุมานที่ไม่ต้องศรพรหมาศ จึงเข้าต่อสู้และแสดงอิทธิฤทธิ์ด้วยการหักคอช้างเอราวัณ
ศึกมัยราพณ์ เปิดการแสดงในปี [[พ.ศ. 2554]] จำนวน 38 รอบ ระหว่างวันที่ [[15 กรกฎาคม]] - [[7 สิงหาคม]] พ.ศ. 2554 ซึ่งในรอบปฐมทัศน์ วันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 เวลา 20.05 น. สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และ[[สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี]] เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรการแสดง<ref>[http://www.thaidragonnews.com/index.php?option=com_content&view=article&id=8980:2011-07-19-04-54-37&catid=49:2&Itemid=73 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรการแสดงโขนตอน ศึกมัยราพณ์]</ref> และทรงรับสั่งชื่นชมการแสดงโขนชุดนี้ว่า '''"สวยเหลือเกิน"'''<ref>[http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROc1lXUXdNVEU1TURjMU5BPT0=&sectionid=TURNeE5BPT0=&day=TWpBeE1TMHdOeTB4T1E9PQ== ราชินีตรัสชม โขนชุดศึกมัยราพณ์]</ref> ในการแสดงโขนตอนศึกมัยราพณ์นั้น ปรับปรุงจากบทโขนชุด ''"มัยราพณ์สะกดทัพ"'' ของกรมศิลปากร โดยเพิ่มเติมให้มีความสวยงาม สนุกสนานมากยิ่งขึ้น และในการแสดงครั้งนี้ ได้เปิดโอกาสให้นักแสดงรุ่นใหม่ จากวิทยาลัยนาฏศิลป์และ[[สถาบันอุดมศึกษา]]ทั่วประเทศ ที่ผ่านการคัดเลือกร่วมแสดงความสามารถในด้านการแสดงโขน เพื่อให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมประจำชาติให้คงอยู่สืบต่อไป
 
นอกจากการคัดเลือกนักแสดง[[เยาวชน]]รุ่นใหม่จากทั่วประเทศไทยแล้ว ศึกมัยราพณ์ยังประกอบด้วยฉากมากมายจำนวนมาก ที่จัดทำขึ้นเฉพาะเป็นพิเศษสำหรับการแสดงครั้งนี้ ด้วยวิธีการผสมผสานแบบเก่า ตามจารีตแบบแผนการแสดงโขนหลวงของกรมมหรสพ และการแสดงแบบสมัยใหม่ ที่มีการใช้เทคนิค [[แสง]] [[สี]] [[เสียง]] ตระการตา เพื่อให้การแสดงแลดูสวยงาม สนุกสนาน สมจริงมากยิ่งขึ้นเช่น ฉากหนุมาน สูง 8 เมตร กว้าง 12 เมตร<ref>[http://www.komchadluek.net/detail/20110609/99926/%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2.html ศึกมัยราพณ์ งดงามอลังการไม่แพ้การแสดงโขน 2 ชุดที่ผ่านมา]</ref> เนรมิตร่างกายใหญ่โตอมพลับพลาที่ประทับของพระราม ซึ่งสามารถทำให้หนุมานเคลื่อนไหวแขน ปากและกลิ้งกลอก[[ตา|นัยน์ตา]]ไปมาได้ ถือเป็นฉากสำคัญในการแสดงทีเดียว<ref>[http://www.manager.co.th/Celebonline/ViewNews.aspx?NewsID=9540000088151 การแสดงโขนตอนศึกมัยราพณ์]</ref> และฉากอีกหลายฉากที่หาชมได้ยาก ควบคุมเทคนิคต่าง ๆ และกำกับการแสดงโดยอาจารย์ประเมษฐ์ บุณยะชัย รวมทั้งได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่แห่งการแสดงโขน ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก ที่เข้าชมการแสดงกันอย่างท้วมท้น จนต้องเพิ่มรอบการแสดงอีกครั้ง<ref>[http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9540000095788 ปรากฎการณ์ปรากฏการณ์ที่น่าแปลกใจ ในการชมโขนศึกมัยราพณ์]</ref> มีการแสดงรำกิ่งไม้เงินทองเป็นชุดรำเบิกโรง
 
เนื้อเรื่องในการแสดง เป็นตอนที่ทศกัณฐ์พยายามคิดหาทนทางกำจัดพระรามและกองทัพฝ่ายพลับพลา จึงรับสั่งให้นนยวิกและวายุเวกไปพบมัยราพณ์เจ้าผู้ครองเมืองบาดาล ขอให้มัยราพณ์รีบมาช่วยเหลือ มัยราพณ์จึงขึ้นจากเมืองบาดาลมาเข้าเฝ้าทศกัณฐ์ รับอาสาช่วยเหลือในการศึกสงครามครั้งนี้ ด้วยการสะกดทัพให้หลับใหลรวมทั้งจับพระรามไปฆ่าให้ตาย และประกอบพิธีหุงสรรพยา โดยใช้[[หัวใจ|ดวงใจ]][[ราชสีห์]]มาผสมปรุง[[ยา|สรรพยา]] เพื่อลอบเข้าไปสะกดทัพพระราม
35,491

การแก้ไข