ผลต่างระหว่างรุ่นของ "ประวัติศาสตร์ของกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศในประเทศไทย"

 
=== หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ===
หลัง[[สงครามโลกครั้งที่สอง]] เริ่มมีชาวต่างชาติเข้ามาอาศัยและตั้งบ้านเรือนอย่างย่านถนนสีลมและพัฒน์พงษ์ มากขึ้น เหล่าชาวต่างชาติได้นำวัฒนธรรมรักร่วมเพศตะวันตกเข้ามาเผยแพร่ด้วย เช่นใช้พื้นที่สวนสาธารณะต่าง ในย่าน[[สนามหลวง]] [[สะพานพุทธ]] [[สวนลุมพินี]]และ[[วังสราญรมย์]] แสดงความรักต่อกันโดยไม่อายสายตา หรือการรื่นเริงสังสรรค์ที่มีกะเทยแต่งตัวเป็นหญิง และจากข้อมูลในคอลัมน์ คุยเฟื่องเรื่องเซ็กส์" ของลุงหนวด ในนิตยสารคู่ทุกข์คู่ยาก ฉบับเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2526 เขียนไว้ว่า หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 กะเทยไทยเริ่มออกค้าประเวณีกับทหารสหประชาชาติ ในสมัยนั้นสังคมไทยยังคิดว่า กะเทยเป็นกลุ่มเดียวเท่านั้นที่เป็นพวกรักร่วมเพศ ต่อมาในปี พ.ศ. 2507 เริ่มมีธุรกิจการขายบริการทางเพศในประเทศไทย เพื่อสนองความต้องการให้กับชาวต่างชาติเป็นหลัก ตามย่านถนนสีลมและพัฒน์พงษ์ เป็นต้น ในข่าวจากหนังสือพิมพ์สยามนิกรในเดือนตุลาคม ปี พ.ศ. 2508 พูดถึงการกวาดล้างกะเทยที่มั่วสุม ขายบริการทางเพศ ย่าน[[ประตูน้ำ]] [[ถ.เพชรบุรี]] และ[[อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ]] ทั้งยังก่อ[[อาชญากรรม]] โดยการลักทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ และฆ่าฝรั่งที่มาซื้อบริการทางเพศ
 
สีเสียด แห่งหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เขียนวิจารณ์ในคอลัมน์ "สารพันปัญหา" ว่า "พฤติกรรมประเภทนี้เกิดขึ้นในสังคมไทยและเป็นความวิปริตหรือเป็นโรคจิตอย่างหนึ่ง ทั้งนี้เป็นเพราะรับเอาวัฒนธรรมดังกล่าวมาจากประเทศตะวันตกที่ยอมรับและชื่นชอบต่อ พฤติกรรมดังกล่าวเข้ามาในสังคมไทย โดยชาวต่างชาติและคนไทยที่ไป ศึกษาในต่างประเทศเป็นผู้นำมาประพฤติปฏิบัติในสังคม อันถือว่าเป็นความเสื่อมทรามและไม่เหมาะสมในสังคมไทยเป็นอย่างยิ่ง" ส่วนทางด้านงานวิชาการ ปีเตอร์ แจ็คสัน กล่าวว่า สื่อมวลชนมักนำเสนอเกย์ในสังคมไทยในเรื่องที่เสื่อมเสีย เช่นเรื่องอาชญากรรม การล่อลวงเด็ก การขายตัว ต่างชาติมาถ่ายภาพยนตร์และวิดีโอเกย์ลามกในประเทศไทย การระบาดของโรคเอดส์ในกลุ่มเกย์ ดังนั้นกย์ดังนั้นเกย์ในสังคมไทยยังไม่กล้าที่จะเปิดเผยตัวเองนัก และสังคมไทยยังสับสนต่อกลุ่มผู้รักร่วมเพศ โดยมองว่ากลุ่มรักร่วมเพศเป็นพวกกะเทยหรือลักเพศมากกว่าความหมายทางด้านพฤติกรรมรักร่วมเพศ
 
=== ยุคสื่อสิ่งพิมพ์เฟื่องฟู ===