ผลต่างระหว่างรุ่นของ "สมหมาย ฮุนตระกูล"

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
}}
 
'''สมหมาย ฮุนตระกูล''' ([[15 พฤษภาคม]] [[พ.ศ. 2461]] - [[30 มิถุนายน]] [[พ.ศ. 2536]]) อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อดีตกรรมการผู้จัดการบริษัท [[ปูนซีเมนต์ไทย]] อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่[[ธนาคารไทยพาณิชย์]] และอดีตผู้ว่าการ[[การไฟฟ้ายันฮี]] และอดีตกรรมการ[[สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์]] ตั้งแต่ พ.ศ. 2531 จนกระทั่งถึงแก่อสัญกรรมเมื่อวันที่ [[30 มิถุนายน]] [[พ.ศ. 2536]] อายุ 75 ปี
 
== ประวัติ ==
นายสมหมาย ฮุนตระกูล เกิดที่บ้าน[[ถนนสี่พระยา]] [[เขตบางรัก]] เป็นบุตรของนายโกศล และนางน้อม ฮุนตระกูล เป็นบุตรคนที่ 6 ในพี่น้อง 9 คน จบชั้นมัธยมแปดจาก[[โรงเรียนอัสสัมชัญ]] เมื่อจบชั้นมัธยมแล้วได้มีความคิดที่จะไปศึกษาต่อต่างประเทศ เนื่องจากญาติพี่น้องทั้งพี่ชายสองคน และอาๆ ต่างเป็นนักเรียนจาก[[ประเทศอังกฤษ]]ทั้งสิ้น แต่เนื่องจากขณะนั้นเกิดเศรษฐกิจตกต่ำ จึงได้ตัดสินใจไปศึกษาต่อที่[[ประเทศญี่ปุ่น]] เพราะมีค่าใช้จ่ายถูกกว่า โดยตั้งใจจะไปเรียนโรงเรียนนายร้อยทหารบก เพื่อกลับมารับราชการทหาร
 
นายสมหมาย ฮุนตระกูล เกิดที่บ้าน[[ถนนสี่พระยา]] [[เขตบางรัก]] เป็นบุตรของนายโกศล และนางน้อม ฮุนตระกูล เป็นบุตรคนที่ 6 ในพี่น้อง 9 คน จบชั้นมัธยมแปดจาก[[โรงเรียนอัสสัมชัญ]] เมื่อจบชั้นมัธยมแล้วได้มีความคิดที่จะไปศึกษาต่อต่างประเทศ เนื่องจากญาติพี่น้องทั้งพี่ชายสองคน และอาๆ ต่างเป็นนักเรียนจาก[[ประเทศอังกฤษ]]ทั้งสิ้น แต่เนื่องจากขณะนั้นเกิดเศรษฐกิจตกต่ำ จึงได้ตัดสินใจไปศึกษาต่อที่[[ประเทศญี่ปุ่น]] เพราะมีค่าใช้จ่ายถูกกว่า โดยตั้งใจจะไปเรียนโรงเรียนนายร้อยทหารบก เพื่อกลับมารับราชการทหาร โดยเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นโดยอาศัยไปกับเรือสินค้า และไปพักอาศัยอยู่กับครอบครัวชาวญี่ปุ่น และตัดสินใจเปลี่ยนไปเรียนวิชา[[เศรษฐศาสตร์]]
นายสมหมายเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นโดยอาศัยไปกับเรือสินค้า และไปพักอาศัยอยู่กับครอบครัวชาวญี่ปุ่น และตัดสินใจเปลี่ยนไปเรียนวิชา[[เศรษฐศาสตร์]] สอบเข้าเรียนที่[[มหาวิทยาลัยเคโอ]] [[กรุงโตเกียว]] จนจบปริญญาโทด้านเศรษฐศาสตร์ เมื่ออายุ 25 ปี และฝึกงานที่ธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลาหนึ่งปี
 
นายสมหมายเดินทางกลับประเทศไทย และเริ่มงานครั้งแรกที่[[ธนาคารแห่งประเทศไทย]] เมื่อ พ.ศ. 2486 ขณะนั้นมีสำนักงานอยู่[[ถนนเจริญกรุง]] จนถึง พ.ศ. 2498 ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายธนาคารภายในประเทศ และไปรับตำแหน่งผู้ว่าการ[[การไฟฟ้ายันฮี]] และได้รับการยืมตัวไปเป็นผู้จัดการทั่วไป[[บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย]] จากนั้นลาออกไปรับตำแหน่งกรรมการและผู้จัดการใหญ่[[ธนาคารไทยพาณิชย์]] อยู่ในตำแหน่งได้ 2 เดือนก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการทรวงการคลัง ระหว่าง พ.ศ. 2515 - 2516 และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระหว่าง พ.ศ. 2517 - 2518 จากนั้นไปดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการบริษัท [[ปูนซีเมนต์ไทย]] และได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอีกครั้ง ระหว่าง พ.ศ. 2523 ถึง 2529 ตลอดอายุรัฐบาล [[พลเอกเปรม ติณสูลานนท์]] ผลงานที่สำคัญที่สุด คือ[[การลดค่าเงินบาท]] เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2527 ถึง 14.8% จาก 23 บาท เป็น 27 บาท ต่อ[[ดอลลาร์สหรัฐ]]
 
นายสมหมาย ฮุนตระกูล สมรสกับคุณหญิงสมศรี ฮุนตระกูล (สกุลเดิม เปรมะบุตร) บุตรีหลวงสุภากรกิตย์ และนางหงษ์ เปรมะบุตร เมื่อ พ.ศ. 2487 มีบุตรธิดา 4 คน
 
== การศึกษา ==
หลังจากพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็ได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นกรรมการ[[สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์]] ตั้งแต่ พ.ศ. 2531 จนกระทั่งถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ [[30 มิถุนายน]] [[พ.ศ. 2536]] อายุ 75 ปี
* ชั้นมัธยมแปด [[โรงเรียนอัสสัมชัญ]]
* Bachelor of Economics, [[มหาวิทยาลัยเคโอ]] [[กรุงโตเกียว]] ประเทศ[[ญี่ปุ่น]]
* Master of Economics,[[มหาวิทยาลัยเคโอ]] [[กรุงโตเกียว]] ประเทศ[[ญี่ปุ่น]]
 
== การทำงาน ==
 
* พ.ศ. 2485 - ฝึกงานที่ธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่น (Bank of Japan)
* พ.ศ. 2486 - เริ่มทำงานครั้งแรกที่[[ธนาคารแห่งประเทศไทย]]
* พ.ศ. 2498 - ผู้อำนวยการฝ่ายธนาคารภายในประเทศ [[ธนาคารแห่งประเทศไทย]]
* ผู้ว่าการ[[การไฟฟ้ายันฮี]]
* ผู้จัดการทั่วไป[[บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย]]
* พ.ศ. 2517 - กรรมการและผู้จัดการใหญ่[[ธนาคารไทยพาณิชย์]]
* พ.ศ. 2517 - รัฐมนตรีช่วยว่าการทรวงการคลัง (สมัยที่ 1)ระหว่าง [[30 พฤษภาคม]] [[พ.ศ. 2517]] - [[20 กุมภาพันธ์]] [[พ.ศ. 2518]]
* พ.ศ. 2518 - กรรมการผู้จัดการบริษัท [[ปูนซีเมนต์ไทย]]
* พ.ศ. 2523 - รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (ระหว่าง พ.ศ. 2523 ถึง 2529 ตลอดอายุรัฐบาล [[พลเอกเปรม ติณสูลานนท์]])
* พ.ศ. 2531 - กรรมการ[[สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์]]
 
 
ผลงานที่สำคัญที่สุด คือ[[การลดค่าเงินบาท]] เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2527 ถึง 14.8% จาก 23 บาท เป็น 27 บาท ต่อ[[ดอลลาร์สหรัฐ]]
 
 
==อ้างอิง==
1,179

การแก้ไข