เปิดเมนูหลัก

การเปลี่ยนแปลง

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
 
== หลักปฏิบัติ ==
สันติอโศกมีคำสอนที่ยึดเอา[[พระไตรปิฎก]]เป็นหลัก การแต่งกายคล้ายพระ โดยโพธิรักษ์กล่าวว่า มนุษย์เราสามารถย้อนกลับไปใช้ชีวิตในช่วงที่พระพุทธเจ้ายังมีชีวิตอยู่ได้เช่นสอนว่า ในสมัยพุทธกาลไม่มีพระพุทธรูปจึงไม่จำเป็นต้องสร้างพระพุทธรูปก็ได้ให้เคารพแต่คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าก็พอ{{อ้างอิง}}
 
'''หลังประกาศเจตจำนง'''แยกตัวออกจากการปกครองของคณะสงฆ์ ชาวอโศกแทบจะไม่มีเวลาพักหายใจหรือมีเวลาชื่นชมตนเองที่กล้าท้าทายกับศาสนาจักรอันยิ่งใหญ่ ตรงกันข้าม พวกเขาเริ่มต้นการสร้างคณะสงฆ์ของตนเองอย่างเอาจริงเอาจัง ซึ่งนั่นอาจเป็นเพราะพวกเขารู้ว่า วันหนึ่งวันใดข้างหน้าในไม่ช้า พวกเขาจะต้องรับศึกหนักจากคณะผู้ปกครองคณะสงฆ์ และเมื่วันนั้นมาถึง พวกเขาควรจะต้องเข้มแข็งมากกว่านี้
สมณะโพธิรักษ์ มีพิธีกรรมนอกกฏระเบียบของมหาเถรสมาคม เช่น บวชให้กับคนที่ศรัทธาในลัทธิของตน โดยใช้วิธีการเรียกคนที่ต้องการจะบวชเข้ามา แล้วก็บอกว่า "เธอเป็นสมณะ" ซึ่งปฏิบัติเหมือนกับการที่[[พระพุทธเจ้า]]ทรงประทาน[[เอหิภิกขุอุปสัมปทา]] หลังจากที่มีจำนวนนักบวชมากขึ้น จึงมีการออกกฏใหม่ว่า จะตัดสินว่าให้คนๆ นี้บวชหรือไม่ โดยการเสียงส่วยใหญ่ของคณะสมณะ{{อ้างอิง}}
 
'''วิถีทางที่เข้มงวด'''ของสมณะและสิกขมาตุชาวอโศกแตกต่างจากคณะสงฆ์เดิมอย่างเด่นชัด นอกจาก'''การนุ่งห่มจีวรสีกรัก การไม่โกนคิ้ว''' ยังรวมถึงหลักปฏิบัติหรือการถือศีลที่เคร่งครัด ซึ่งนอกจากศีล 227 ข้อ ของสงฆ์ทั่วไปแล้ว ยังรวมไปถึงการเป็น'''พระมังสวิรัติ''' ไม่บริโภคเนื้อสัตว์ และ'''บริโภควันละ 1 มื้อ''' ละเว้นสิ่งเสพติดทุกชนิด รวมทั้ง'''บุหรี่ หมากพลู ยานัตถุ์ ไม่สวมรองเท้า ไม่รับเงินทองไว้ใช้ส่วนตัว''' นอกจากนี้ยังรวมถึงการปฏิเสธพิธีกรรมหลายอย่าง เช่น การรดน้ำมนต์ ไม่ทำเครื่องรางของขลัง ตามพระธรรมนูญของพุทธ คือ '''จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล''' ด้วย ('''สันติอโศก สามทศวรรษที่ท้าทาย''' โดย '''สุรเธียร จักรธรานนท์ ''' สำนักพิมพ์มติชน พฤษภาคม 2550)
ชาวสันติอโศกรับประทาน[[อาหารมังสวิรัติ]]และห้ามนำเนื้อสัตว์เข้าไปในเขตพุทธสถาน นอกจากนี้ยังไม่สนับสนุนการดื่มนม{{อ้างอิง}} สำหรับสมณะและสิกขมาตุนั้นจะรับประทานอาหารเพียงมื้อเดียว ส่วนบุคคอื่นๆ ในชุมชนอาจรับประทานอาหารเพียงสองมื้อ ส่วนเด็กในโรงเรียนสัมมาสิกขานั้นให้รับประทานอาหารสามมื้อ{{อ้างอิง}}
 
== คดีความ ==
ผู้ใช้นิรนาม