ผลต่างระหว่างรุ่นของ "สนธิสัญญาสันติภาพริกา"

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
== เบื้องหลัง ==
 
ระหว่าง[[สงครามกลางเมืองรัสเซีย]] ชาวโปลมีความต้องการอย่างแรงกล้าที่จะผนวกดินแดนของ[[เครือจักรภพโปแลนด์-ลิทัวเนีย]]จากศัตรูทางประวัติศาสตร์ของตน คือ รัสเซีย ในขณะเดียวกัน [[พรรคบอลเชวิค]]ต้องการที่จะขยายการปฏิวัติไปสู่ทางตะวันตก และจะใช้กำลังหากมีความจำเป็น หากโซเวียตยึดครองโปแลนด์ โซเวียตก็อาจจะอยู่ในตำแหน่งที่สามารถช่วยเหลือชาวคอมมิวนิสต์ในเยอรมนีได้ และอาจนำไปสู่การปฏิวัติอันประสบความสำเร็จในเยอรมนี นักประวัติศาสตร์ เจ. เอฟ. ซี. ฟูลเลอร์ อธิบายถึง[[ยุทธการแห่งวอร์ซอ (1920)|ยุทธการแห่งวอร์ซอ]] ว่าเป็นยุทธการที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ หลังจากความปราชัยของโซเวียตในยุทธการครั้งนั้น ฝ่ายโซเวียตจึงหันมาพึ่งการเจรจาแทน<ref name="Cienciala">[http://www.ku.edu/~eceurope/hist557/lect11.htm AfterTHE thatREBIRTH militaryOF setbacksPOLAND]. thatUniversity followedof aKansas, defeatlecture innotes thatby battle,professor the[[Anna SovietM. sideCienciala]], was2004. eagerLast toaccessed beginon peace2 treatyJune negotiations2006.</ref>
 
== สนธิสัญญา ==
 
การเจรจาสันติภาพเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ [[17 สิงหาคม]] [[ค.ศ. 1920]] ในเมืองมินสก์ แต่เป็นสถานที่ที่อยู่ใกล้กับการโจมตีโต้กลับของโปแลนด์ การเจรจาจึงย้ายไปยังเมืองริกา และเริ่มการเจรจาสันติภาพใหม่อีกครั้งเมื่อวันที่ [[21 กันยายน]] ผู้แทนฝ่ายโซเวียตยื่นข้อเสนอให้กับโปแลนด์สองข้อ เมื่อวันที่ 21 และ [[28 กันยายน]] ส่วนผู้แทนโปแลนด์ยื่นความต้องการของตนเมื่อวันที่ [[2 ตุลาคม]] ต่อมา ในวันที่ 5 ตุลาคม ฝ่ายโซเวียตเสนอให้โปแลนด์ทบทวนความต้องการของตน ซึ่งโปแลนด์ยอมรับ ดังนั้น การหยุดยิงจึงได้รับการลงนามในวันที่ 12 ตุลามตุลาคม]]<ref>Geoff Eley, [http://books.google.com/books?&id=PrWkrL_nYiMC&pg=PA155&lpg=PA155 "Forging Democracy"]</ref> และมีผลในวันที่ 18 ตุลาม
 
โปแลนด์ยังได้รับค่าทดแทนเป็นทองคำจำนวน 30 ล้าน[[รูเบิล]] เนื่องจากการนำเศรษฐกิจเข้าสู่[[จักรวรรดิรัสเซีย]]ในช่วงการแบ่งโปแลนด์ รัสเซียยังต้องคืนงานศิลปะและสมบัติของชาติอื่น ๆ ซึ่งเคยได้รับจากดินแดนโปแลนด์ ทั้งสองฝ่ายได้ยกเลิกการอ้างสิทธิ์ของการตอบแทนสงคราม
 
== ปฏิกิริยาตอบสนอง ==
 
สนธิสัญญาริกาได้เป็นที่ถกเถียงมาเป็นเวลานานแล้ว โดยฝ่ายหนึ่งอาจกล่าวว่า ประโยชน์ที่โปแลนด์ได้รับเป็นจำนวนมากระหว่างสงครามโปแลนด์-โซเวียตได้สูญเสียไปในการเจรจาสันติภาพ ขณะที่อีกจำนวนมากมองว่าความเห็นดังกล่าวไม่มีวิสัยทัศน์และใจแคบ
 
เนื่องมาจากความพ่ายแพ้ทางทหารของโซเวียต พรรคบอลเชวิคจึงเสนอต่อคณะผู้แทนเจรจาสันติภาพ โดยมีใจความถึงการยอมรับพรมแดนของคู่เจรจาทั้งสองฝ่าย อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้สังเกตการณ์จำนวนมากแล้ว ดูเหมือนว่าพฤติการณ์ของฝ่ายโปแลนด์ในการเจรจาครั้งนั้นดูเหมือนกับว่าโปแลนด์เป็นฝ่ายแพ้สงคราม
 
ในอีกแง่หนึ่ง การที่การเจรจาสนธิสัญญาสันติภาพกินเวลานานหลายเดือน เนื่องมาจาการลงนามอย่างไม่เต็มใจของฝ่ายโซเวียต อย่างไรก็ตาม คณะผู้นำโซเวียตเผชิญกับความไม่สงบภายในประเทศ ระหว่างวันที่ 23 กุมภาพันธ์ จนถึงวันที่ 17 มีนาคม ได้เกิดการก่อจลาจลกะลาสี ซึ่งได้ถูกปราบปรามลง และยังเกิดการลุกฮือของชาวชนบทเพื่อต่อต้านอำนาจปกครองของโซเวียต ผู้ซึ่งนำเมล็ดข้าวไปแจกจ่ายให้กองทัพและพื้นที่ของผู้บริโภคที่อดอยาก ในการตอบสนองต่อสถานการณ์ดังกล่าว [[เลนิน]]จึงสั่งให้ผู้แทนโซเวียตโดยสมบูรณ์ลงนามในสนธิสัญญาสันติภาพ
 
{{โครงส่วน}}
 
== อ้างอิง ==