ผลต่างระหว่างรุ่นของ "ตำบลยม"

เพิ่มขึ้น 2,157 ไบต์ ,  12 ปีที่แล้ว
 
 
ปี พ.ศ. 2246 สมัยพระเมืองราชาเจ้าเมืองน่าน ได้ฟื้นม่าน แต่สุดท้ายพ่าแพ้แก่กองทัพพม่า เมืองน่านทั้งเมืองถูกเผา และเมืองย่าง ก็เช่นกัน ถูกพม่าทำลายจนย่อยยับ ราษฏรถูกพม่าจับกุมและนำไปคุมขัง ไว้ที่ห้วยต้อ และห้วยมัด เป็นจำนวนมาก (ปัจจุบันอยู่ในพื้นที่ตำบลอวน)
ปี พ.ศ. 2246 พระเมืองราชาเจ้าเมืองน่านถูกพม่ามารบกวนอีก เจ้า[[เมืองเล็น]]ซึ่งปกครองเมืองเล็นอยู่ทางทิศเหนือของเมืองน่านก็ถูกพม่ามารบกวนเช่นกัน จึงได้พากันหนีจากเมืองเล็นมาอยู่[[เมืองย่าง]]และได้ปกครองเมืองย่าง เจ้า[[มืองเล็น]]ท่านผู้นี้ได้พาราษฎรสร้างฝายน้ำบั่ว สร้างอารามสงฆ์ และ จัดตั้งหมู่บ้านขึ้น ชื่อบ้านหัวทุ่ง (บ้านนาคำปัจจุบัน) เมื่อเจ้าเมืองเล็นถึงแก่กรรม เจ้าเมืองน่านจึงได้แต่งตั้งนายปั๋น ขึ้นปกครองเมืองย่างชื่อว่า แสนปั๋น ท่านผู้นี้ได้ให้ราษฎรสร้างเหมือง ฝาย นาเหล่าม่อนเปรต (ม่อนเผด) สร้าง[[พระธาตุจอมพริก]] ปัจจุบันอยู่ในเขตบ้านเสี้ยว ตำบลยม อำเภอท่าวังผา
 
ในครั้งนั้นเจ้าเมืองเล็นถูกพม่ายกทัพมาตีเมือง เจ้ามืองเล็นทราบข่าวจึงพาชาวเมืองหลบหนีมาอยู่ ที่เมืองล่าง ที่บ้านหัวทุ่ง ปัจจุบันคือ บ้านนาคำ ตำบลศิลาเพชร และเจ้าเมืองเล็นได้เป็นเจ้าเมืองปกครองเมืองล่างนับแต่นั้นมา
 
ในสมัยนั้นเมืองย่างมีความเจริญรุ่งเรือง มากมีการสร้างวัดวาอาราม และศาสนาสถานต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก อีกทั้งสร้างเหมืองฝายต่าง ๆ บริเวณน้ำบั่ว เมื่อเจ้าเมืองเล็นได้ถึงแก่กรรม เจ้าเมืองน่าน แต่งตั้งแสนปั๋น ขึ้นปกครองเมืองย่าง สมัยนั้นเมืองน่านสงบสุข แสนปั๋นกับชาวเมืองได้สร้าง เหมืองฝาย สร้างนาเหล่าหม่อนเปรต (หม่อนเผด บ้านดอนมูล) สร้างพระธาตุจอมพริก บริเวณบนดอยสันจ้าง บนวัดทุ่งฆ้อง (ปัจจุบันพระธาตุจอมพริกอยู่ในเขตบ้านเสี้ยว)
 
มีการสร้างคูเมือง และสร้างป้อมปราการเมืองเพื่อป้องกันข้าศึกมากมาย บริเวณข้างพระธาตุจอมพริก และบนสันดอยม่อนหลวง (บ้านลอมกลางปัจจุบัน)
 
 
ครั้นถึงสมัยที่มีการฟื้นม่านเมื่อราวปี 2330 เกิดนโยบายเก็บผักใส่ซ้าเก็บข้าใส่เมือง ของ[[เจ้ากาวิลละ]] กองทัพเจ้าเจ็ดตน กองทัพเมืองน่านโดยเจ้าอัตถวรปัญโญ เจ้าเมืองแพร่ เจ้าเมืองลำปาง สยาม และลาวหลวงพระบาง เจ้าจอมหงแห่งเชียงตุง ได้นำกองทัพขึ้นไปโจมตีหัวเมืองไทลื้อ แถบสิบสองปันนา ทำให้หัวเมืองลื้อทั้งหมดพ่ายแพ้แก่กองทัพล้านนา และสยาม จึงเป็นเหตุให้มีการอพยพชาวไทลื้อ [[เมืองยอง]] [[เมืองยู้]] [[เมืองเชียงลาบ]] จำนวนมากมาอยู่ในจังหวัดน่าน
 
ปี พ.ศ. 2345 แสนปั๋น เจ้าเมืองย่างถึงแก่กรรม และเมืองย่างเกิดน้ำท่วมครั้งยิ่งใหญ่ โดยครั้งนั้นพญาอัตถวรปัญโญ เจ้าผู้ครองนครน่านได้มาตรวจสภาพพื้นที่เมืองย่าง เห็นว่ามีพื้นดินอุดมสมบูรณ์ดี มีพื้นที่ราบกว้างขวาง ประกอบกับในบริเวณเมืองย่างนั้นมีชาวไทลื้อที่เจ้าเมืองเล็นอพยพผู้คนมาตั้งบ้านเรือนบางส่วนมาตั้งบ้านเรือน อีกทั้งมีชาวไทลื้อที่อพยพมาในสมัยพญาภูคามาตั้งบ้านเรือนอยู่แล้วนั้น เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการปกครองจึงพิจารณาเห็นสมควรโปรดให้ชาวไทลื้อ ที่ได้อพยพมาจาก [[เมืองยอง]] เมืองยู้ [[เมืองเชียงลาบ]] ตั้งบ้านเรือน อยู่ริมฝั่งริมสองฟากฝั่งแม่น้ำย่าง โดยโปรดให้นำช่างปั้นหม้อชาวไทลื้อให้ตั้งบ้านเรือนที่บ้านดอนไชย (ปัจจุบัน ขึ้นกับตำบลศิลาเพชร) เมืองเชียงลาบให้ตั้งบ้านเรือนที่ บริเวณลุ่มน้ำย่างใกล้พระธาตุจอมพริก ลื้อเมืองยอง ให้ตั้งบ้านเรือนอยู่ใกล้พระธาตุจอมนาง และลื้อเมืองยู้ให้ตั้งบ้านเรือนที่ท้ายแม่น้ำย่าง
 
ในครั้งนั้นเจ้าอัตถวรปัญโญได้ได้แต่งตั้งให้ แสนจิณปกครองเมืองย่างสืบต่อจากแสนปั๋น
 
''แต่ภายหลังเมื่อมีการจัดระเบียบหัวเมืองการปกครองนครน่านใหม่ในสมัยของพระเจ้าสุริยพงษ์ผลิตเดชฯ จึงแยกเมืองยม ออกจากเมืองย่าง โดยให้ท้าวเมืองยมเป็น เจ้าเมืองปกครองเมืองยม และจัดระเบียบเมืองยมขึ้นอยู่กับแขวงน้ำปัว ซึ่งประกอบด้วยหัวเมืองต่าง ๆ ได้แก่ เมืองปัว เมืองริม เมืองอวน เมืองยม เมืองย่าง (ภายหลังเมืองย่างเปลี่ยนชื่อเป็นตำบลศิลาเพชร) เมืองแงง เมืองบ่อ ให้มีที่ว่าการแขวงตั้งที่เมืองปัว''
 
ในปี พ.ศ. 2486 ทางการได้มีประกาศยุบเลิกตำบลศิลาเพชร ให้ไปขึ้นอยู่กับการปกครองของตำบลยม อำเภอปัว ในขณะนั้น ซึ่งมี นายอิทธิ อิ่นอ้าย เป็นกำนัน และให้ตำบลศิลาเพชร เป็นตำบลยม 2 อำเภอปัว
 
ในปี พ.ศ. 2490 จึงมีประกาศจากทางราชการให้กลับมาเป็นตำบลศิลาเพชรเหมือนเดิม
 
1 ตุลาคม พ.ศ. 2505 ทางราชการประกาศจัดตั้งกิ่งอำเภอท่าวังผา โดยแยกตำบลยม อำเภอปัว ให้มาขึ้นกับ กิ่งอำเภอท่าวังผา
 
24 ตุลาคม 2524 ได้ประกาศแยกตำบลยมออกเป็นอีกหนึ่งตำบล คือ ตำบลจอมพระ
ในปี พ.ศ. 2486 ทางการได้มีประกาศยุบเลิกตำบลศิลาเพชร ให้ไปขึ้นอยู่กับการปกครองของตำบลยม อำเภอปัว ในขณะนั้น ซึ่งมี นายอิทธิ อิ่นอ้าย เป็นกำนัน และให้ตำบลศิลาเพชร เป็นตำบลยม 2
 
ปัจจุบันตำบลยมแบ่งการปกครองออกเป็น 10 หมู่บ้าน ดังนี้
ในปี พ.ศ. 2490 จึงมีประกาศจากทางราชการให้กลับมาเป็นตำบลศิลาเพชรเหมือนเดิม
หมู่ที่ 1 บ้านเก๋ง
หมู่ที่ 2 บ้านสบบั่ว
หมู่ที่ 3 [[บ้านลอมกลาง]]
หมู่ที่ 4 บ้านเชียงยืน
หมู่ที่ 5 บ้านทุ่งฆ้อง
หมู่ที่ 6 บ้านเสี้ยว
หมู่ที่ 7 บ้านหนอง
หมู่ที่ 8 บ้านพร้าว
หมู่ที่ 9 บ้านน้ำไคร้
หมู่ที่ 10 บ้านนานิคม
 
2540 ตำบลยมถูกยกฐานะขึ้นเป็นองค์การบริหารส่วนตำบล
ต่อมาในปี พ.ศ. 2522 ได้แยกหมู่บ้านออกเป็น 2 ตำบล คือ ตำบลยม และตำบลจอมพระ ปัจจุบันตำบลยมแบ่งการปกครองออกเป็น 10 หมู่บ้าน ดังนี้ หมู่ที่ 1 บ้านเก๋ง หมู่ที่ 2 บ้านสบบั่ว หมู่ที่ 3 [[บ้านลอมกลาง]] หมู่ที่ 4 บ้านเชียงยืน หมู่ที่ 5 บ้านทุ่งฆ้อง หมู่ที่ 6 บ้านเสี้ยว หมู่ที่ 7 บ้านหนอง หมู่ที่ 8 บ้านพร้าว หมู่ที่ 9 บ้านน้ำไคร้ หมู่ที่ 10 บ้านนานิคม และถูกยกฐานะขึ้นเป็นองค์การบริหารส่วนตำบลเมื่อปี พ.ศ. 2540
 
== สภาพทั่วไปของตำบล ==
ผู้ใช้นิรนาม