ผลต่างระหว่างรุ่นของ "พระเจ้าช็องโจแห่งโชซ็อน"

ใน[[พ.ศ. 2321]] พระเจ้าจองโจทรงอภิเษกน้องสาวของฮงกุกยองเข้ามาเป็นสนมวอน ตระกูลฮง แต่ไม่ทันไรปีถัดมาสนมฮงก็เสียชีวิต ทำให้ฮงกุกยองคิดว่าน้องสาวของตนเสียชีวิตเพราะการกระทำของมเหสีฮโยอึย มเหสีของพระเจ้าจองโจ จึงวางแผนลอบปลงพระชนม์พระมเหสีเพื่อแก้แค้น แต่ถูกจับได้และถูกเนรเทศ และต่อมาไม่นานฮงกุกยองก็เสียชีวิต
 
พระเจ้าจองโจทรงสนับสนุนขุนนางฝ่ายโซนนให้ขึ้นมามีอำนาจเพื่อคานอำนาจกับฝ่ายโนนนที่มีอำนาจอยู่เดิมในสมัยพระเจ้ายองโจ ฝ่ายโนนนที่เสียอำนาจ หรือ ฝ่ายพยอกปา (พยอกปา แปลว่า เสียอำนาจ) นำโดย[[ชิม ฮวานจี]] เป็นอุปสรรคสำคัญในการดำเนินการปฏิรูปบ้านเมืองของพระเจ้าจองโจ ไม่ว่าพระเจ้าจองโจจะออกการปฏิรูปอะไรฝ่ายโนนนก็จะคัดค้านเสมอ แต่กระนั้นก็มิได้ทรงละทิ้งหรือกีดกันฝ่ายโนนนแต่อย่างใด เพราะทรงถือหลังความเท่าเทียมกันของทุกฝ่าย มีหลักฐานค้นพบใหม่ว่าแท้จริงแล้วพระเจ้าจองโจทรงวางแผนให้ฝ่ายโนนนและโซนนขัดแย้งกัน เพื่อให้การเมืองเป็นไปอย่างที่พระองค์ต้องการ<ref>www.koreatimes.co.kr/www/news/nation/2009/02/117_39229.html</ref> ทรงตั้งขุนนางจากฝ่ายโนนน โซนน และฝ่ายใต้ เป็นอัครเสนาบดี เสนาซ้าย และเสนาขวาตามลำดับ<ref>www.ekoreajournal.net/upload/pdf/PDF4117</ref>
 
ใน[[พ.ศ. 2325]] พระเจ้าจองโจทรงมีพระโอรสกับ[[พระสนมซองซงยอน]] ตระกูลซอง และแต่งตั้งเป็น[[องค์รัชทายาทมุนฮโย]] แต่ใน[[พ.ศ. 2329]] รัชทายาทมุนฮโยก็สิ้นพระชนม์ และสนมซองก็สิ้นพระชนม์ในปีเดียวกันในขณะที่มีประสูติกาล จนใน[[พ.ศ. 2333]] พระเจ้าจองโจก็มีพระโอรสอีกองค์ กับสนมซู ตระกูลปาร์ค จึงแต่งตั้งเป็นรัชทายาทอีกพระองค์ ภายหลังจึงได้ขึ้นเป็น[[พระเจ้าซุนโจ]] พระเจ้าจองโจทรงมอบรัชทายาทให้อยู่ในความอุปถัมภ์ของพระอัยยิกาคิม(อดีตพระมเหสีของพระเจ้ายองโจ)
ผู้ใช้นิรนาม